ชุมชนคนใจดี !!
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
มิถุนายน 23, 2017, 13:01:30

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ค้นหา:     การค้นหาขั้นสูง
ชมภาพ หรือสร้างอัลบั้มของตัวเอง คลิกที่นี่ จ้า
107189 กระทู้ ใน 11117 หัวข้อ โดย 453856 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: AlmaAltma
* บอร์ดรวม บอร์ดรวม บอร์ดรวม บอร์ดรวม บอร์ดรวม ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
+  ชุมชนคนใจดี !!
|-+  กลุ่ม หลากหลายสีสัน
| |-+  บอร์ด บทความน่าสนใจ (ผู้ดูแล: ขิง, x-ta)
| | |-+  โครงการขุดคลองกระ
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « previous next »
หน้า: [1] 2 ลงล่าง พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: โครงการขุดคลองกระ  (อ่าน 13550 ครั้ง)
joobeng25
jaidee5
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3282


ชีวิตจะยากเย็นเพียงใด ใจก็สู้ไม่หวั่น


เว็บไซต์
โครงการขุดคลองกระ
« เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2005, 00:14:16 »

  บทความนี้ คัดลอกมาจาก
    http://www.thai-canal.com/answer01.htm#ans1

  ตอบคำถามที่ถูกถามอยู่เสมอๆ

1)    จะมีเรือที่มาใช้ มากพอที่จะคุ้มทุนต่อโครงการคลองไทยหรือไม่ ?


          คำตอบ ปัจจุบันมีเรือผ่านทางตอนใต้ของประเทศไทยประมาณปีละ 520,000  ลำหรือ ประ มาณวันละ 1,300 – 1,400 ลำต่อวัน   ปัจจุบันมีเส้นทางเดินเรืออยู่ 3 เส้น ทางหลัก คือผ่านที่ช่องแคบ มะละกา เรือที่ผ่านช่องแคบนี้จะผ่านแวะจอด ที่ท่าเรือประเทศสิงคโปร์ประมาณวันละ 600  ลำ   เรือส่วนใหญ่ที่ไม่ผ่านช่องแคบมะละกา เพราะเป็น เรือขนาดใหญ่กินน้ำลึกเกินกว่า 20 เมตร  จะต้องแล่นอ้อมไปทาง
ช่องแคบ ซุนด้า  และช่องแคบ ลอมบ๊อค    ซึ่งจะต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก เรือจะเสียเวลาและเชื้อเพลิงแล่นอ้อมหลายวัน ดังนั้นเรือที่จะมาใช้ คลองไทย จะมาจากช่องแคบ ซุนด้า  และช่องแคบ ลอมบ๊อค  เรือเหล่านี้จะเป็นลูกค้าหลัก ที่จะมาใช้บริการคลองไทย  เพราะคลองไทยจะสร้างรองรับเรือขนาดใหญ่ สามารถ ที่ จะให้เรือขนาดใหญ่ผ่านได้   ซึ่งศักยภาพของคลองไทย จะสามารถให้บริการ ให้เรือแล่นผ่านได้ 300 - 350 ลำต่อวัน  ดังนั้นจะยังคงมีเรืออีกหลายร้อยลำจำเป็นต้องใช้เส้นทางเดิม และที่สำคัญ ยังมีเรือ อีกจำนวนมากจากบรรดาเรือต่างๆของประเทศเพื่อนของไทยหลายประเทศ ทางด้านฝั่งอันดามันเช่น เรือจากประเทศอินเดีย จะไปยังประเทศต่างๆทาง ฝั่งอ่าวไทยเช่น ประเทศจีน หากผ่านคลองไทยจะประหยัดเวลา 4-5 วันในแต่ละเที่ยว โดยไม่ต้องเสี่ยงกับโจรสลัดบริเวณช่องแคบมะละกา 

2)    การขุดคลองไทยจะทำให้เกิดการแบ่งแยกประเทศไทย หรือไม่ ?

คำตอบ คำถามนี้ได้ถูกถามอยู่เสมอทุกครั้ง ที่มีการเคลื่อนไหว เกี่ยวกับโครงการขุดคลองไทย เพื่อให้มองกันด้วยเหตุ ด้วยผล ของการขุดคลองเป็นการขุด ด้วยวัตถุ ประสงค์หลักที่ชัดเจน คือความต้องการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้มีความเจริญรุ่งเรือง ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ร้ายต่อประเทศเลย การที่เราจะขุดคลอง โดยที่ แนวคลอง จะขุดผ่านแผ่นดินของประเทศ เป็นเส้นแนวคลองกั้นแผ่นดิน ออกเป็นสองส่วน แต่จะมีสะพานเชื่อมข้ามไปมาสะดวกหลายสะพาน แล้วเป็นเหตุของ การแบ่งแยกประเทศ ซึ่งเป็นการมองในแง่ร้ายเกินเหตุ การที่จะแบ่งแยกประเทศด้วยเพราะเหตุผลดังกล่าวนี้  เป็นเรื่องที่ค่อนข้างขาดเหตุผลจริงๆรองพิจารณาดูประเทศ ไทยมีแผ่นดินที่มีทะเล ขวางกั้น เช่นเกาะต่างๆหลายเกาะ เกาะภูเก็ตจัง หวัดภูเก็ต เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และเกาะอื่นๆ  ซึ่งการเป็นเกาะจะมีทะเลขวางกั้น และไม่มีสะพานเชื่อมต่อ ระหว่างแผ่นดิน แต่ก็ยังคงเป็นประเทศไทยอยู่

กรณีประเทศมาเลเซียจะเห็นได้ชัดว่าประเทศมาเลเซียมีแผ่นดินติดชายแดนกับประเทศไทยส่วนหนึ่ง และก็ยังมีแผ่นดินอีกส่วนหนึ่งที่มีชายแดนติดกับประเทศอินโดนีเซีย (Sabah, Sarawak, Borneo, Sibu, Kuching) ท่านพิจารณาดูจากแผนที่ ของประเทศมาเลเซีย ขนาดที่มีทะเลขวางกั้นห่างกันหลายร้อยกิโลเมตร ตามลักษณะภูมิประเทศแล้ว ก็ยังคงเป็นประเทศมาเลเซียที่มีความเจริญอย่างปรกติสุข พี่น้องคนไทยส่วนใหญ่มีความรู้ และคงมีเหตุมีผลมากพอคงไม่หลงกล ทำให้ประเทศ ชาติต้องเสียโอกาสที่ดีไป

ที่สำคัญยิ่งคลองไทยจะแก้ปัญหา 3 จังหวัดทางภาคใต้ได้แบบละมุนละม่อม และซึมซับอย่างสันติที่ยั่งยืน เพราะคลองไทยจะนำความเจริญไปยังทั่วทั้งภาคใต้ คลองไทยจะเป็นแหล่งสร้างงานสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ และคนไทยทั้งประเทศได้อย่างมากมหาศาล บริเวณสองฝั่งคลองไทยจะกลายเป็นเมืองใหญ่ทำให้คนไทยทั่วทั้ง ประเทศไม่น้อยกว่า 3-4 ล้านคน    ไปทำงานสร้างความเจริญให้กับภาคใต้ คนไทยเหล่านี้จะเป็นรั้วปกป้องคุ้มครองแผ่นดินไทยได้เป็นอย่างดี โดยจะไม่มีอำนาจหรือ อิทธิพลใดๆ ที่จะสามารถต้านทานยับยั้งได้           

3)     จะมีเรือ นาๆชาติมาใช้คลองไทยหรือไม่ ? เพราะ เรือผ่านช่องแคบมะละกาไม่เสียค่าผ่าน ?

             คำตอบ การย่นระยะทาง ย่นระยะเวลาจะทำให้เรือขนาดใหญ่ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า 100 ล้านบาทต่อเที่ยว    และที่สำคัญเรือไม่ต้องผ่านช่องแคบมะละกา จะปลอดภัยจากปัญหาโจรสลัด การเปรียบเทียบเส้นทางผ่านคลองไทย กับเส้นทางผ่านช่องแคบ Malacca (ผ่านประเทศสิงคโปร์) จะประหยัดเวลา 1-3 วัน และระยะทาง ได้มากถึง 1,200-1,400 กม. สำหรับเส้นทางผ่านคลองไทย กับเส้นทางผ่าน ช่องแคบ Sunda จะย่นระยะทาง  2,500-3,000 กม. หรือลดระยะเวลาได้ 4-5 วัน และ คลองไทย เมื่อเปรียบเทียบ กับเส้นทางเดินเรือแล่นผ่านช่องแคบ   Lombok จะย่นระยะทางได้ 3,000 - 3,500 กม. หรือลดระยะเวลาได้  5-7 วัน   (ความเร็วของเรือเดินทะเลสากล กำหนดให้เรือทะเล ที่แล่นผ่านช่องแคบ หรือคลองจะใช้ความเร็ว ได้ไม่เกิน 12 ไมล์ทะเล  ประมาณ 20 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมง)

   เรือขนาดแสนตันค่าใช้จ่ายในการเดินเรือแต่ละวันไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท ฉนั้นการที่เรือ นอกจากจะประหยัดค่าใช้จ่าย ประหยัดเวลาเดินทาง และที่สำคัญ เรือจะปลอดจากปัญหาโจรสลัด  ที่มีการปล้นเรือบ่อยครั้งมากบริเวรช่องแคบ มะละกา  การเดินเรือจาก ยุโรป หรือ ตะวันออกกลาง ที่จะไป ยังประเทศต่างๆ เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ฯลฯ จะวิ่งตรงผ่านคลองไทยได้เลย จากข้อมูลดังกล่าว ผลประโยชน์ที่บริษัทเดินเรือจะได้รับมีมากพอที่จะนำเรือมาใช้คลองไทย


4)      ความต่างระดับน้ำทะเลของสองฝั่งทะเล การขุด คลองจะต้องมีประตูน้ำเปิดให้เรือเข้าออกหรือไม่  ?

            คำตอบ ระดับน้ำทะเลของสองฝั่งทะเลระหว่างฝั่งอ่าวไทย กับฝั่งอันดามัน จะแตกต่างกันประมาณไม่ถึง 1 เมตร ถ้าใช้แนวคลองเส้น 9A เป็นแนวคลองขุด  โดยเริ่มจากฝั่งทะเลทิศตะวันออกฝั่งอ่าวไทย ที่อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช มาสุดที่ฝั่งทะเลทิศตะวันตกฝั่งอันดามัน อำเภอสิเกา จังหวัดพัทลุง  ความแตก ต่างของ ระดับน้ำทะเลขนาดนี้เมื่อเทียบกับความยาว ของคลองไทยที่จะขุด ยาว 120 กิโลเมตร ไม่ต้องใช้ระบบประตูน้ำปิดเปิดให้เรือเข้าออก ท่านสามารถ เปรียบเทียบ กับแม่น้ำ เจ้าพระยา ช่วงฤดูฝนน้ำเหนือไหลลงอ่าวไทย ความต่างระดับของน้ำจากท่าเรือคลองเตยถึงจังหวัด อยุธยา ประมาณ 100 กิโลเมตร ความต่าง ระดับของน้ำ บางครั้งแตก ต่างมากกว่า 1 เมตร เรือก็ยังวิ่งไปมาเป็นปรกติ (คลองสุเอช ยาว190 กิโลเมตร มีความแตกต่างระดับของน้ำทะเลประมาณ 2 เมตรไม่ต้อง ใช้ระบบประตูน้ำ) ทางธรรมชาติ น้ำขึ้นน้ำลงจะเกิด วันหนึ่งๆจะมีน้ำขึ้นน้ำลง 4 ครั้ง เรือแล่นยังไม่พ้นคลองระดับน้ำทะเลก็จะเปลี่ยน

 

5)   โครงการ คลองไทย มีความเป็นไปได้ขนาดไหน  ?

         คำตอบ จากข้อมูลต่างๆที่ได้นำเสนอในบทความวิเคราะห์ถ้าท่านได้อ่าน และ ใช้ดุลยพินิจในการวิเคราะห์ด้วยเหตุผลท่านคงจะมองเห็นว่าคลองไทย มีผลประ โยชน์ในทางเศรษฐกิจมากมหาศาล ไม่เฉพาะกับประเทศไทยเท่านั้น แต่ระดับโลกด้วย ดังนั้นจึงขอให้ข้อสังเกตุว่ามี 3 ปัจจัยหลัก ที่มีอิทธิพลสำคัญต่อการที่จะทำให้ โครงการ คลองไทยเป็นไปได้คือ 1.ปัจจัยจากความเป็นไปได้ที่มีอิทธิพลมาจากต่างประเทศเพื่อนบ้านบางประเทศที่เกิดจากความกลัวเสียผลประโยชน์ 2. ปัจจัยจากยุทธศาสตร์ ของประ เทศมหาอำนาจเช่น ระหว่างประเทศ ประเทศสหรัฐ กับประเทศจีน เพื่อเป็นการถ่วงดุลย์อำนาจของระหว่างประเทศมหาอำนาจ เพื่อไม่ให้ได้ประโยชน์จากโครงการนี้ 3.ปัจจัยที่เกิดจากกลุ่มผลประโยชน์ หรือได้รับผลประโยชน์จากต่างประเทศ ที่อยู่ในประเทศไทยเองใช้อิทธิพลทางการเมือง ปิดกั้นข้อมูล ให้ข้อมูลบิดเบือน ถ่วงเวลา (สนามบินสุวรรณ ภูมิโชคดี ที่ยังได้เกิด) ปัจจัยทั้งสามที่กล่าวมาสามารถแทรกแซงทำให้โครงการคลองไทยมีวิบากกรรม ดังนั้นความเป็นไปได้ของโครงการคลองไทยคือ จะต้อง ให้ความรู้ความเข้าใจ กับประ ชาชน ไทยอย่างจริงจังและทั่วถึง



แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Comes the knowledge!!
Fushiki dane, koko ni Futari ga aetekita.Kimi dake dakishimetei tai.
ไม่มีใครรู้ว่าชีวิตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ทุกคนมีแต่เมื่อวานซึ่งไม่อาจย้อนกลับไปเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขอะไรได้ เหลือเพียงแต่วันนี้ ซึ่งหากทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ก็ไม่ต้องกังวล ว่าชีวิตอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
joobeng25
jaidee5
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3282


ชีวิตจะยากเย็นเพียงใด ใจก็สู้ไม่หวั่น


เว็บไซต์
Re: โครงการขุดคลองกระ
« ตอบ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2005, 00:17:37 »

6)      ผลประโยชน์ ที่ประเทศไทยจะได้รับจากคลองไทย มีอะไรบ้าง ?

            คำตอบ ผลประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับจากการขุดคลองไทย เพื่อให้มองเห็นภาพได้ชัดเจนเป็นรูปธรรม สามารถแบ่งผลประโยชน์ที่จะได้รับเป็น 2 ส่วนคือ 1.ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นภายในประเทศกรณีไม่มีเรือต่างประเทศมาผ่าน 2. ผลประโยชน์ที่เกิดจากการให้เรือต่างประเทศทั่วโลกผ่าน

        1. ผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นภายในประเทศกรณีไม่มีเรือต่างประเทศมาผ่าน

1.1 สร้างความมั่นคงให้กับประเทศไทยเพิ่มขึ้นในทางด้านการทหาร โดยเพิ่มบทบาท และสมุทรทานุภาพให้กับกองทัพเรือมากยิ่งขึ้นทั้งในยามปรกติ และในยามสงคราม โดยเฉพาะ การเคลื่อน ย้ายกองกำลังเรือรบไปมาระหว่าง ทั้งสองฝั่งทะเลของประเทศจะกระทำได้อย่างสะดวกรวดเร็ว  มีความปลอดภัย และมีความอิสระจากที่เรือไทย ไม่ต้องผ่าน น่านน้ำของประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อในยามสงครามถึงแม้ว่าหากอ่าวไทย จะต้องถูกปิดไม่ว่ากรณีใดๆก็ตามจะยังมีคลองไทยเป็นเส้นทางลำเลียงสินค้ายุทธปัจจัย ให้เรือต่างๆของไทย ใน ฝั่งอ่าวไทยเข้าออกได้สะดวกตลอด เวลา ไม่ต้องรอขอความยินยอมแล่นเรือผ่านน่านน้ำ ของประเทศเพื่อนบ้านอีกต่อไป

1.2    คลองไทย จะสามารถพัฒนาให้พื้นที่สองฝั่งคลองไทยเป็นเมืองเศรษฐกิจ เมืองอุตสาหกรรมเป็นแหล่งผลิตสินค้าเพื่อการส่งออก  ทำให้ได้เปรียบในเรื่องต่างๆ ในด้านต้นทุน จะทำให้เกิดการสร้างงาน 3 - 4 ล้านงาน  ในพื้นที่ทั่วทั้งภาคใต้ เป็นการสร้างความเจริญได้อย่างยั่งยืน

1.3    โรงกลั่นน้ำมันในประเทศไทยจะสามารถกลั่นน้ำมันได้ในราคาที่ต่ำ เพราะเรือขนส่งน้ำมัน ดิบส่วนมากจะนำมาจากทางกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง มาส่งยัง โรงกลั่นน้ำมัน ในประเทศไทย โดยเรือจะต้องแล่นเรืออ้อม ผ่านเข้าช่องแคบมะละกา และต้องผ่านประเทศสิงค์โป  หากมีคลองไทยเกิดขึ้น จะทำให้เรือแต่ละลำประหยัด เวลาเดินทางแต่ละเที่ยว 4-5 วันต่อเที่ยว ซึ่งจะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการขนส่งน้ำมันลงได้มาก จะเป็นผลทำให้ราคาน้ำมันในประเทศถูกลง ปัญหาน้ำมันเถื่อนก็จะลดน้อยลง ทำให้เกิดผลประโยชน ์คิดเป็นเงิน เป็นแสน ล้านบาท ต่อ

1.4 ท่าเรือแหลมฉบังจะมีเรือขนส่งสินค้าจากต่างประเทศจำนวนมากมาใช้บริการ มากเพิ่มขึ้นเนื่องด้วยค่าใช้ จ่าย และค่าบริการต่างๆในประเทศไทย จะประหยัดกว่า ของประเทศสิงค์โป และที่สำคัญ เรือไม่ต้องแล่นอ้อมผ่านช่องแคบมะละกา จะปลอดจากความเสี่ยงถูกโจรสลัดปล้นจากข้อมูลมีการปล้นเกือบทุกวัน และจะย่นระยะ ทาง ลดเวลาเดินเรือของเรือแต่ละเทียวคิดเป็นค่าใช้จ่ายเป็นเงินหลายล้านบาทต่อเที่ยว  ซึ่งจะเพิ่มบทบาทให้ท่าเรือแหลมฉบัง เป็นศูนย์รวมการขนส่งทางเรือในอนาคตแทนที่จะต้อง ไปที่ประเทศประเทศสิงค์โป  และเรือทุกลำที่มาใช้บริการก็จะเป็นลูกค้าซื้อ น้ำมัน อาหาร น้ำ และสินค้าต่างๆอีกมาก ซึ่งจะเป็นแหล่งสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับประเทศ คิดเป็นผลประโยชน์หลายแสน ล้านบาท ต่อปี

1.5  คลองไทยช่วยประหยัดการทำประมงทางทะเลน้ำลึก โดยเฉพาะเรือประมงทั้งสองฝั่ง  ทางฝั่งอ่าวไทย และฝั่งอันดามันกว่าห้าหมื่นลำ  ไปมาสะดวก จะประหยัดน้ำมัน และทำให้มีเวลาเพิ่มโอกาส ในการหาปลาได้มากขึ้น   และช่วยลดปัญหา จาก การถูกปล้นจากโจรสลัด    หรือเรือถูกจับจากกรณีที่เรือต้องไปผ่าน ทำให้ไปรุกล้ำน่านน้ำ ของ ประเทศ เพื่อนบ้าน คลองไทยจะช่วยสร้างรายได้ในส่วนนี้ไม่ต่ำกว่า ห้าหมื่นล้านบาท ต่อปี

1.6  คลองไทยจะทำให้พื้นที่ในหลายจังหวัด ที่คลองไทยผ่าน เมื่อน้ำทะเลจากคลองไทย ไหลผ่าน ก็จะทำให้พื้นที่ สองฝั่งคลองไทยอุดมสมบูรณ์ได้ และใช้ประโยชน์จาก น้ำทะเลที่ไหลผ่านสามารถใช้ประโยชน์ได้ทางด้านการประมง และในกรณีถึงฤดูฝนที่มีน้ำมาก ก็จะช่วยการระบายน้ำลงทะเลได้สะดวก

1.7  คลองไทยเพิ่มแหล่งการท่องเที่ยวใหม่ทางทะเล ระหว่างฝั่งทะเลอ่าวไทย กับฝั่งทะเลอันดามัน ทำให้มีการท่องเที่ยวภายในประเทศเพิ่มขึ้น และประเทศเพื่อนบ้าน ปีละแสนล้านบาท

             2. ผลประโยชน์ที่จะเกิดจากการให้เรือต่างประเทศทั่วโลกผ่าน

2.1 นโยบายเขตุเศรษฐกิจพิเศษสองฝั่งคลองไทยจะทำให้เกิด โรงงานอุตสาหกรรมทุกประเภทจากประเทศทั่วโลก มาประกอบการภาคธุรกิจต่างๆ บนสองฝั่งคลองไทย จะสร้าง  งาน ประมาณ 2 ถึง 3 ล้าน งาน อย่าง ยั่งยืน ต่อเนื่อง สามารถสร้างรายได้ เป็นล้านล้าน บาท ต่อปี

2.2  รายได้จากค่าผ่านคลอง กว่าห้าแสนล้านบาทต่อปี

2.3  รายได้จากการขายสินค้าอุปโภค บริโภค และบริการต่างๆ อาหารโดยเฉพาะน้ำจืด  จะสร้างราย ได้ เป็นหลายหมื่นล้านบาทต่อปี

2.4  รายได้จากการขายน้ำมันเชื้อเพลิง ซ่อม สร้าง เรือ เป็นแสนล้านบาท ต่อปี

2.5 รายได้จากเรือท่องเที่ยวขนาดใหญ่ทั่วโลก มาแวะผ่านประเทศไทยเกิดการท่องเที่ยวทั้งทางเรือและทางบก จะสร้างรายได้ และนำเงินตราต่างประเทศเข้าประเทศไทยโดยตรง สามารถสร้างรายได้ เป็น แสนๆ ล้านบาท ต่อปี

 

7)      ความมั่นคงของประเทศ ?

คำตอบ   ความมั่นคง โดยเฉพาะความมั่นคงทางทะเล  ด้านกองทัพเรือ หรือกองทัพบก ในปัจจุบันนี้ถ้าท่านดูแผนที่ประเทศไทย จะเห็นว่าปากทางเข้าออกฝั่งทะเล อ่าวไทยเป็นทะเลปิด เรือทุกลำของไทยถ้าต้องการนำเรือออกจากทางฝั่งอ่าวไทยไปยังจังหวัดต่างๆเช่น จ.สตูล จ.ตรัง จ.พังงา จ.กระบี่ จ.ภูเก็ต จ.ระนอง ทางทะเลฝั่งอันดามัน เรือไทยเราจะต้องผ่านน่านน้ำสากลของประเทศข้างเคียงหลายประเทศมี ประเทศเขมร ประเทศเวียดนาม ประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ และ ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อคลองไทยเกิดขึ้น เรือของไทยจะแล่นเข้าออกไปได้ทั่วโลกได้อย่างเสรี ปลอด ภัยจากโจรสลัด เรือประมงไทยถูกจับประจำเพราะผ่านน่านน้ำประเทศเพื่อนบ้านก็จะไม่เกิดขึ้นโดย เฉพาะเรือประมงของไทยประมาณ 45,000 ลำ จะประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงในการเดินเรือไปมาสองฝั่งทะเลไทย หลายหมื่นล้านบาทต่อปี 
คลองไทย เพิ่มศักยภาพกองทัพไทยทั้งทางบกและทางเรือ สามารถเคลื่อนย้ายกำลังได้รวดเร็ว  และมีความเป็นอิสระทั้งในยามปรกติ หรือในยามสงครามทุกรูปแบบ  โดยจะไม่กระทบ กระเทือนถึงความสัมพันธ์ไมตรีระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน ในปัจจุบันการเคลื่อนย้ายกำลัง หรือการกระทำใดๆของกองทัพเรือในการเคลื่อนย้าย  ยากที่จะปลอดจากการรู้เห็นตรวจตราของประเทศค้างเคียง โดยเฉพาะประเทศมาเลเซีย เรือขนส่งน้ำมันดิบ หรือเรือขนส่งสินค้าทางทะเลของไทยทุกลำ จะต้องผ่านน่านน้ำของประเทศมาเลเซีย ทั้งฝั่งอ่าวไทย และฝั่งอันดามัน หากยามใดมีปัญหาที่คาดไม่ถึง การขนส่งน้ำมันทางทะเลอาจจะถูกบล๊อคได้ประเทศไทยจะเป็นอัมพาตแน่ๆ เพราะเรือบรรทุกน้ำมันไม่สามารถนำน้ำมันมาส่งยังโรงกลั่นน้ำมันที่ จังหวัดระยอง และจังหวัดชลบุรีได้

Cool      ปัญหาสิ่งแวดล้อม ?

คำตอบ ปัญหาของสิ่งแวดล้อม ที่จะเกิดจากเรือต่างๆจากต่างประเทศ ที่มาใช้คลอง เราจะสามารถควบคุมเรือที่จะปล่อยของเสียจากเรือที่มาใช้คลองได้มากกว่า การเกิดปัญหาของสิ่งแวด ล้อมของเมืองที่จะตามมา ซึ่งเป็นสิ่งที่จะต้องนำมาพิจารณา พร้อมกับการดำเนินโครงการคลองไทย ก็คือการวางผังเมืองที่สมบูรณ์แบบ เพราะ ปัญหาของสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากตัวคลองไทย และเรือที่มาใช้บริการคลองเราสามารถควบคุมใช้มาตราการสากลทางกฎหมายได้ และทางด้านการบริหารการจัดการทางวิศว กรรม สามารถตรวจสอบได้อยู่แล้ว เหมือนกับท่าเรือสำคัญต่างๆทั่วโลก แต่ปัญหาสิ่งแวดล้อม ของสังคมเมืองที่ใหญ่และมีความหนาแน่นมาก ของประชากร จะตามมา เหมือนกับเมืองใหญ่ๆคล้าย กรุงเทพฯ. การวางผังเมืองที่ดีสมบูรณ์แบบ มีสอง 2 ลักษณะ ที่จะต้องวางแผน แผนที่ 1 วางผังเมืองเชิงป้องกันปัญหา  ที่ป้องกันได้เช่น ระบบสาธารณูประโภคต่างๆ เช่นแหล่งน้ำ แหล่งพลังงานไฟฟ้า ระบบขจัดของเสีย ระบบการคมนาคม ฯลฯ ดังกล่าววางแผนร่วงหน้าได้เลย  แผนที่ 2 การวางผังเมือง แบบพัฒนาไป ดำเนินไป คู่ขนานกับ การเปลี่ยน แปลง ซึ่งในทางปฎิบัติจริงสามารถศึกษาของจริง จากเมืองสำคัญได้ทั่วโลก

ปัญหาเรื่องผลกระทบของสิ่งมีชีวิตของสองฝั่งทะเลไทย ถ้าเปรียบเทียบคลองไทยกับคลองปานามาถ้าพิจารณาจากดูแผนที่โลก จะเห็นว่าคลองปานามาอยู่ตรงกลางของ ทวีปอเมริกามีผืนแผ่นดินยาวกว่า40,000กิโลเมตร และเป็นส่วนที่แคบที่สุดที่กั้นระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิค กับมหาสมุทรแอตแลนติค  ทำให้สิ่งที่มีชีวิตทางทะเลทั้งสองฝั่ง ไปมาถึงกันได้ยาก สิ่งที่มีชีวิตจึงมีความแตก ต่างกันเป็นอย่างมาก   มีพิพิธภัณฑ์  สมิทโซเนี่ยน  ของประเทศสหรัฐอเมริกา   เพื่อศึกษาสัตว์ทางทะเลโดยเฉพาะตั้งอยู่ที่นั่น

             แต่สำหรับคลองไทย ถ้าดูจากแผนที่จะเห็นว่าทางต้อนใต้ ของประเทศไทย และประเทศมาเลเซียจะเป็นแหลมยื่นลงไป ยังมหาสมุทร อินเดีย ไม่ยาวมาก แนวคลองไทยจะอยู่ห่างจากปลายแหลมมะลายู ไม่ถึง 1,000  กิโลเมตร  และความต่างระดับของน้ำทะเลคลองไทย ของฝั่งทะเลทั้งสองฝั่งแตกต่างกันไม่ถึง 1 เมตร    และน้ำทะเลทั้งสองฝั่งไหลไปมาถึงกันสะดวก    ความแตกต่างของสิ่งมีชีวิตทางทะเลทั้งสองมีผลน้อย ปลาทูทั้งสองฝั่งมีโอกาศผสมพันธ์กันได้แต่ขนาดอาจจะโตไม่ เท่ากัน ความเค็มของน้ำทะเล ถ้าวัดความเค็มของน้ำทะเลช่วงฤดูฝนความเค็มฝั่งอ่าวไทยน้อยกว่าฝั่งอันดามันแน่นอน  การหมุนเวียนของน้ำทะเลที่เข้าออกทางอ่าวไทย มีการหมุนเวียน 2 ครั้งต่อปีอยู่แล้ว น้ำเสียที่ไม่สะอาดที่ผ่านการใช้มาจากโรงงานต่างๆหลายสิบจังหวัด รวมทั้งประชาชนในกรุงเทพฯด้วย ไหลลงแม่น้ำเจ้าพระยา  แม่น้ำบาง ประกง หรือแม่น้ำท่าจีน ก็จะมารวมกันอยู่ที่อ่าวไทย   หลังขุดคลองไทยแล้วน้ำทะเลจากทางฝั่งอันดามัน ซึ่งมีความสะอาดกว่ามาช่วยทำให้น้ำทะเลในอ่าวไทยดีขึ้น  สิ่งที่เราวิตกเกินเหตุอาจจะกลายเป็นผลดีก็ได้ การระมัดระวังปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่ดี แต่อย่าหลงประเด็น จนทำให้ประเทศชาติต้องเสียหายหรือเสียโอกาส

            9)  ดินจำนวนมาก ที่ขุดแล้วจะเอาไปไว้ที่ใด ?

     คำตอบ ดินจำนวนมากมาย จะถูกนำไปถม 2 ฝั่งคลองของพื้นที่ ที่กันไว้ตลอดแนว 4 กิโลเมตร โดยประมาณควรจะต้องถมเหนือระดับน้ำทะเล 3 – 5 เมตร ตลอดแนวเพื่อรองรับเมืองอุตสาหกรรมโลก ทั้งอุตสาหกรรมใฮเทค และอุตสาหกรรมต้นทางต่างๆไม่ทราบว่าดินที่ได้ จะเหลือหรือไม่จะต้องมีการสำรวจให้ได้ข้อมูลทางอุทค ศาสตร์ก่อน ถ้าหากมีเหลือมากพอจะต้อง

สร้างคลังพักสินค้าหรือ ขนถ่ายสินค้าในทะเล เหมือนประเทศญี่ปุ่น หรือประเทศเกาหลี ซึ่งเป็นแหล่งสร้างรายได้มหาศาลแร่ธาตุ ทรัพยากรต่างๆที่มีค่าในดินหากพบ เจอให้นำทรัพพยากรณ์เหล่านั้น นำไปรวมไว้ในที่ๆให้สามารถ จัดระบบบริหารจัดการ สัมประ ทาน เพื่อนำเงินให้กับรัฐต่อไป

 

10)  งบประมาณก่อสร้างโครงการคลองไทย ประมาณเท่าไร ?


คำตอบ ประมาณการค่าก่อสร้าง  ของโครงการคลองไทย จะประเมินค่าใช้จ่ายหลักของโครงการ คือ 1.ค่าใช้จ่ายในการขุดคลองงบประมาณในการใช้เงิน 2.ค่าใช้จ่ายในส่วนการสร้างสะพานข้ามคลอง จะมีด้วยกัน สามสะพาน และ สองอุโมงค์ สำหรับค่าใช้จ่ายในการขุดคลอง ประมาณการตามจำนวน ดินที่จะต้องขุด ทั้งหมดประ มาณ 4,000 ล้าน ลูกบาตรเมตร ถ้าประมาณการ ค่าขนย้ายดิน เฉลี่ย ลูกบาตรเมตรละ 150 บาท เงินในส่วนนี้ จะใช้ประมาณ 600,000 ล้านบาท จำนวน สะพานที่จะสร้าง 3 สะพาน และ อุโมงค์ 2 อุโมงค์ รวมค่าก่อสร้างทั้ง 5 รายการประมาณ  50,000 ล้าน บาท ดังนั้นงบลงทุนหลักๆของโครงการ ทั้งหมด รวมกันประมาณ 650,000 ล้านบาท


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Comes the knowledge!!
Fushiki dane, koko ni Futari ga aetekita.Kimi dake dakishimetei tai.
ไม่มีใครรู้ว่าชีวิตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ทุกคนมีแต่เมื่อวานซึ่งไม่อาจย้อนกลับไปเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขอะไรได้ เหลือเพียงแต่วันนี้ ซึ่งหากทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ก็ไม่ต้องกังวล ว่าชีวิตอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
joobeng25
jaidee5
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3282


ชีวิตจะยากเย็นเพียงใด ใจก็สู้ไม่หวั่น


เว็บไซต์
Re: โครงการขุดคลองกระ
« ตอบ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2005, 00:20:44 »

11) จะหาเงินที่ไหน มาลงทุน สร้างโครงการคลองไทย ?

คำตอบ ประเทศไทย ณ  ปี พ.ศ  2547   เงินฝากของพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ    ที่ฝากอยู่ในระบบธนาคารต่าง ๆ  ของในประเทศทั้งหมด เวลานี้ มีจำนวนเงินฝากที่อยู่ในระบบ ธนาคารต่างๆทั้งหมดประมาณกว่า  700,000 - 800,000  ล้านบาท เงินฝากเหล่านี้ ธนาคาร ยังไม่สามารถปล่อยเรา้ หรือนำ ไปลงทุนอะไรได้เลย ซึ่งไม่เกิดผล ผลิตใด  ๆ  ทั้งสิ้น มีแต่ผลเสีย จะทำให้เศรษฐกิจ ของประเทศเป็นภาระเรื่องดอกเบี้ยที่สะสม เพิ่มขึ้น  ยิ่งนานวันเวลาผ่านไปดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นจะต้องจ่ายสะสมทบต้นไปตลอด  ค่าของเงินบาทก็จะถูกลดค่าลงโดยปริยาย     เป็นภาระของสังคมโดยอ้อม   ที่จะต้องซื้อของแพงขึ้น  ปัจจุบัน (อัตราดอก เบี้ยเงินฝาก 1% ต่อปี )  คนที่มีเงินฝาก  ธนาคาร  ตอนนี้ เงินจำนวน 10 ล้านบาท   ฝากธนาคาร ได้ดอกเบี้ยแต่ละเดือนไม่ถึง  10,000  บาท  และ ก็คงจะเป็นเช่นนี้ ไปนานเท่านาน ตราบใดที่เงินฝากยังนอนอยู่ในธนาคารปล่อยเรา้ไม่ได้แบบที่เป็นอยู่

เงินจำนวนดังกล่าวนี้ หากรัฐบาลขอยืมจากประชาชน โดยออกพันธ์บัติไปก่อน แล้วนำไปลงทุนสร้าง คลองไทย จำนวนเงินดังกล่าวมีมากพอที่จะนำไปเป็นทุนหมุนเวียนในการก่อสร้างโครงการคลองไทย สามารถทำได้อย่างสะบาย และพร้อมจ่ายดอกเบี้ยให้ได้มากกว่าที่ฝากธนาคารขณะนี้ด้วย  โดยแทบจะไม่ต้องอาศัยเรา้ยืมเงินตราจากต่างประเทศให้ต้องเสียดอกเบี้ย ที่จะทำให้เงินไหลออกนอกประเทศ  รัฐบาลสามารถออกพันธ์บัติได้เหมือนกับที่ทำมาก่อนเมื่อ ปี 2545 จำนวนเงิ่นร่วม 4 แสนล้านบาท ใช้สำหรับแก้ปัญหาเงินกองทุนฟื้นฟูที่ผ่านมา ยังทำได้แต่คราวนี้รัฐบาลเรา้เงินมาเพื่อสร้างงาน โดยทะยอยออกพันธ์บัติ เพียง ปีละ 1 แสนล้านบาท มาลงทุน สร้างคลองไทย ซึ่งเป็นการสร้างงานให้กับประเทศเพิ่มขึ้นอีกเป็น 1-2 ล้านงานให้กับลูกหลานไทยอย่างเป็นรูปธรรม เป็นเหมือนเอาเงินยายซื้อขนมยาย ซื้อไปซื้อมาไม่ถึง 8 ปีประเทศไทยก็ได้ คลองไทย แล้วก็จะสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยตามมามากมาย เงินตราต่างประเทศจะสะพัดไหลเข้าประเทศโดยทางตรง และโดยทางอ้อม นานเท่านาน แล้วรัฐบาลก็เก็บรายได้ และภาษี คืนประชาชนไม่ถึง 10 ปี ก็คืนทุนที่ยืมมาได้หมด ผลประโยชน์ต่างๆก็วนอยู่ในประเทศตลอดไป

จากข้อมูลตัวเลขทางเศรษฐกิจของประเทศที่ผมกล่าวมาคร่าว ๆ  นี้  ผมคิดว่าประเทศไทยมีศักยภาพที่จะลงทุนโครงการ  คลองไทย   เองได้โดยไม่ต้องพึงพา เงินทุน จากต่างประเทศเลย แต่ผมเห็นว่าควรให้ต่างประเทศมีส่วนร่วมด้วย แต่ประเทศไทยจะต้องเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ครับ

 

12)  จะใช้เวลาในการ ทำโครงการคลองไทย นานเท่าใด ?

            คำตอบ จะใช้เวลาก่อสร้างนานเท่าใด ทางด้านวิศวกรรมปัจจุบันนี้มีเครื่องมือเครื่องจักร และเทคโนโลยีดีกว่าอดีตมาก การขุดคลองใช้เทคโนโลยีธรรมดา ไม่ซับซ้อนมาก ระยะเวลา  5 ปีคงได้เห็นคลอง ซึ่งความยาวคลอง  120 กิโลเมตร

     หัวใจสำคัญในงานการก่อสร้างคลอง อยู่ที่การบริหารการจัดการของโครงการ   งานก่อสร้างคลองจะสามารถแบ่งโครงการย่อยออกเป็นส่วนๆ แล้วสามารถ ทำงานทั้งหมด ได้พร้อมๆกัน ซึ่งสามารถกระจายงานได้เหมือนงานสร้างถนน แบ่งเป็นช่วงๆแล้วให้บริษัทรับเหมา ทำพร้อมกันหลายบริษัท

              การก่อสร้างคลอง ต่างกว่าการก่อสร้างเขื่อน ซึ่งงานเขื่อนส่วนใหญ่งานก่อสร้างจะทำการก่อสร้างที่จุดเดียว   แต่งานก่อสร้างคลองสามารถ แบ่งงาน เป็นส่วนๆ  แบ่งเป็น 1 กิโลเมตร ต่อ 1 บริษัทก่อสร้าง 120กิโลเมตร  จะมี120 บริษัทก่อสร้าง ทำพร้อมกัน ทุกบริษัทก่อสร้างก็จะสามารถขุดคลองสำเร็จได้ใน 5 -7 ปี   

 

13)   แนวคลองที่จะขุดควรอยู่บริเวณใด?

 คำตอบ แนวขุดคลองก็จะมีการนำเสนอขึ้นมาใหม่ และก็มีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลามาจนถึง ณ เวลานี้มีอยู่ด้วยกัน 12 แนวคลองที่จะขุด เพื่อให้กรอบแนวคิด ที่จะกำหนดแนวขุดคลอง ให้เกิดเป็นผลดีที่สุดสำหรับประเทศไทย จะต้องมีการพิจารณา องค์ประกอบหลักที่สำคัญต่างๆนำมาพิจารณาร่วมกันมีดังนี้ :-

1.ทางด้านความอิสระในการบริหารคลอง ของประเทศ

2.ทางด้านเศรษฐกิจ ของประเทศ

3.ทางด้านยุทธ์ศาสตร์ทางทหาร

4.ทางด้านสังคม และ สิ่งแวดล้อม

5.ทางด้านวิศวกรรมศาสตร์

 

             จากการประชุมของ วุฒิสภาได้มีการวิเคราะห์ และสรุปในหลักการเบื่องต้นเห็นว่า เส้น  9Aเหมาะที่จะเป็นแนวคลอง ที่ควรจะขุด    โดยเริ่มจากฝั่งทะเล ทิศตะวันออกฝั่งอ่าวไทย ที่อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช มาสุดที่ฝั่งทะเลทิศตะวันตกฝั่งอันดามัน อำเภอสิเกา จังหวัดพัทลุง

 

   14)  การก่อสร้างคลองต้องใช้ระเบิดปรมณู (nuclear) ในการขุดคลอง หรือไม่ ?

        คำตอบ  ไม่มีเหตุผลอะไร ที่จะต้องใช้ระเบิดปรมณู มาใช้ในการขุดคลอง ขนาดการระเบิดหินตามภูเขาในเขตุสัมประทานของโรงโม้หินในต่างจังหวัด เพื่อนำหิน ไปใช้ในงานก่อสร้างต่างๆ เผลอไม่กี่ปี ภูเขาหายเป็นลูกๆ ไม่ทราบว่าคนที่นำประเดนเรื่องการขุดคลองจะต้องใช้ ระเบิดปรมณูในการก่อสร้างมีวัตถุประสงค์อะไร  ซึ่งจะทำ ให้ประชาชนที่ไม่มีข้อมูลเกิดความรู้สึกที่ไม่ดีกับโครงการขุดคลอง


จากที่คณะกรรมาธิการ วุฒิสภาบินสำรวจเส้นทางแนวขุด 9A จะมีแนวคลองที่จะต้องตัดผ่านภูเขาสูง ยาวประมาณ 8 กิโลเมตร ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่แนวราบ ปัจจุบันนี้ มีคลองในโครงการพระราชดำริ ที่ปากพนังที่ได้มีการขุดคลอง ขนาดกว้าง 160 เมตร ยาว 23 กิโลเมตร ลึก 5 เมตร ซึ่งแนวคลองไทยจะอยู่ไม่ห่างและขนานกับคลองนี้

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Comes the knowledge!!
Fushiki dane, koko ni Futari ga aetekita.Kimi dake dakishimetei tai.
ไม่มีใครรู้ว่าชีวิตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ทุกคนมีแต่เมื่อวานซึ่งไม่อาจย้อนกลับไปเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขอะไรได้ เหลือเพียงแต่วันนี้ ซึ่งหากทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ก็ไม่ต้องกังวล ว่าชีวิตอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
joobeng25
jaidee5
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3282


ชีวิตจะยากเย็นเพียงใด ใจก็สู้ไม่หวั่น


เว็บไซต์
Re: โครงการขุดคลองกระ
« ตอบ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2005, 00:25:11 »


15) ขุดคลองไทยแล้ว ประเทศไทยจะได้อะไร ?

คำตอบ

         1. คลองไทยจะเป็นเส้นทางเศรษกิจใหม่ของโลก และจะมีส่วนสำคัญต่อระบบการขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศ ทางด้านเศรษฐกิจ และด้านสิ่งแวดล้อมของโลก คลองไทยจะเป็นสัญลักษ์ของประเทศไทยไปตลอดกาล โดยเฉพาะทางด้านการท่องเที่ยวจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลกที่มนุษย์ร่วมกันสร้าง  ที่จะเป็นแหล่งดึงดูดของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก  จะสร้างรายได้เข้าประเทศไทยได้มากมาย 

            2. คลองไทยจะสามารถแก้ปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้ ได้อย่างละมุนละม่อม และสันติวิธีได้อย่าง ถาวรเพราะคลองไทยจะสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างความเจริญ  ไปทั่วทั้งภาคใต้   ประชาชนคนไทยทั่วทั้งประเทศไม่น้อยกว่า 3-4 ล้านคน จะหลั่งไหลเข้ามาอยู่ และทำมาหากิน รวมถึงการเริ่มต้นสร้างธุรกิจของคนไทยรุ่นใหม่ รุ่นลูก รุ่นหลานของไทยในอนาคต ซึ่งประชาชนคนไทยเหล่านี้จะเป็นกองทัพประชาชนที่ทรงพลัง เป็นเสมือนยิ่งกว่ากองทัพ พลังที่เข้มแข็งมหาศาลนี้จะปกป้องคุ้มครองแผ่นดินไทยได้เป็นอย่างดี  โดยจะไม่มีอำนาจมืดหรืออิทธิพลใดๆที่จะมายับยั้งได้

            3. คลองไทยจะเป็นเสมือนสายธารขนาดใหญ่เชื่อมสองฝั่งทะเลไทย เป็นเส้นทางเศรษฐกิจก่อ ให้เกิดการหมุนเวียนของเงินตรา จากต่างประเทศทั่วโลกไหลเข้าสู่ประเทศไทยได้ทั้งทางตรง  และทางอ้อมได้โดยไม่มีวันหยุด สร้างงาน สร้างรายได้ เป็นแหล่งท่องเที่ยว  แหล่งธุระกิจ แหล่งอุตสาหกรรม  จะมีคลังสินค้าเป็นศูนย์กลางกระจายการขนส่ง และมีคลังเก็บรักษาสินค้าจากประเทศทั่วโลกพร้อมขนส่งทางทะเล   เป็นศูนย์กลางธนาคารธุรกิจการ ค้าของการเดินเรือระหว่างประเทศ   ตลอดจนเป็นศูนย์รวมภาคอุตสาหกรรม และภาคเกษตรผลิตอาหารสำเร็จรูปของไทยเพื่อการส่งออก  เป็นศูนย์จำ หน่ายให้บริการ อาหาร น้ำดื่ม น้ำใช้ ให้กับเรือต่างๆซึ่งจะสร้างรายได้ให้กับประเทศได้อย่างมหาศาล

4. ด้านความมั่นคงของประเทศ คลองไทยจะเสริมสมรรถานุภาพ ทางด้านการทหารการขนส่งทางทะเลทางด้านอ่าวไทยหากมีการถูกปิดกั้นด้วยเหตุผลใดๆก็ตาม    คลองไทยจะเป็นเส้นทางขนส่ง ที่สำคัญทั้งในยามปรกติและยามสงครามของประเทศ ยามปรกติกองทัพเรือสามารถนำกองกำลังเข้าออกเพื่อการซ้อมรบ ลาดตระเวนตรวจตราป้องกันการเข้ามาของสิ่งผิดกฎ หมายตามรอยต่อของเขตน่านน้ำระหว่างประเทศ และการเคลื่อนย้ายกำลังของกองทัพเรือไปมาทั้งสองฝั่งทะเลไทย จะไม่สร้างความรู้สึกหวาดระแวงให้ กับประเทศเพื่อนบ้านทำให้มีความอิสระ ลดระยะเวลาเดินทาง และประหยัดงบประมาณ

5. ทางด้านการประมงจะขยายโอกาสทำให้เรือประมงไทย ทั้งฝั่งอันดามัน และฝั่งอ่าวไทยซึ่งมีอยู่กว่า45,000 ลำ สามารถไปมาทั้งสองฝั่งได้สะดวกรวดเร็ว ทำให้เรือประมงจำนวนดังกล่าว สามารถเข้ามาใช้ทรัพยากรทางทะเลของทั้งสองฝั่งทะเลที่มีสัตว์น้ำอุดมสมบูรณ์ได้ โดยเฉพาะฝั่งทะเลอันดามันของไทย  ซึ่งมีอาณาเขตตั้งแต่แนวเขตน่านน้ำสากลของประเทศ ไปจนถึงแนวเขตน่านน้ำสากลของประ เทศอินเดียได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งช่วยลดการใช้จ่ายน้ำ มันเชื้อเพลิง ที่ต้องใช้ไปมาระหว่างสองฝั่งทะเลไทย  จากเดิมที่ต้องใช้ปริ มาณมากให้ลดน้อยลง จึงเป็นผลให้เรือประมงไทยสามารถประหยัดทั้งเวลา และค่าใช้จ่ายซึ่งคาดการณ์ว่าในจุดนี้จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย และเพิ่มผล ผลิตรวมกันประมาณไม่น้อยกว่า 50,000 ล้านบาทต่อปี

            6.  คลองไทยจะลดพื้นที่ยากจน เนื่องจากแนวคลองไทยจะตัดผ่านบริเวณทุรกันดารของภาคใต้ จึงทำให้พื้นที่หลายจังหวัด ที่แนวคลองไทยผ่านจะได้รับประโยชน์จากความเจริญ และความอุดมสมบูรณ์ทางทะเลประชาชนที่อยู่ทั้งสองฝั่งคลองจะได้รับประโยชน์อย่างทั่วถึง นอกจากนี้คลองไทยยังจะช่วยป้อง กันน้ำท้วมจากพายุฝนที่ตกอย่างหนักให้ลงทะเลได้อย่างรวดเร็ว  ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยๆกับ 14 จังหวัดภาค ใต้ได้เป็นอย่างดี

            7.คลองไทยจะเพิ่มบทบาทให้กับประเทศไทยได้รับประโยชน์ ให้มีอำนาจต่อรองถ่วงดุลอำนาจ ทางเศรษฐกิจ ทางการเมือง และทางทหาร ระหว่างประเทศมหาอำนาจของโลก  เช่นระหว่าง ประเทศจีน กับประเทศสหรัฐอเมริกา (ข้อสังเกตปัจจุบัน ประเทศไต้หวัน ประเทศเกาหลีใต้ และประเทศสิงคโปร์ ได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากประเทศสหรัฐอเมริกา)   เพราะศักยภาพของคลองไทยจะเป็นคลองเดินเรือหลักที่สำคัญของโลกทันที จะมีเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ เรือท่องเที่ยวจากที่ต่างๆทั่วโลกมาใช้คลองไทย เพราะนอกจากจะเป็นการประหยัดเวลา ประหยัดเชื้อเพลิงแล้วยังจะมีความปลอดภัยมาก กว่าเส้นทางปัจจุบัน ที่มีปัญหาโจรสลัดปล้นเป็นประจำบริเวณแถวช่องแคบมะละกา ศักยภาพของคลองไทยจะสามารถให้เรือผ่านได้มากกว่าคลองหลักๆของโลกในปัจจุบันโดยเฉพาะ รูปแบบของคลองไทยจะเป็นแบบคลองคู่ขนาน ทำให้มีความปลอดภัยสูงจากอุบัติเหตุ   สามารถรอง รับให้เรือผ่านได้ 300 ถึง 350 ลำต่อวัน (คลองปานามา 38 ลำต่อวัน คลองสุเอช 87 ลำต่อวัน) คลองไทยจะรองรับเรือขนาดใหญ่ 300,000 ตัน ถึง 500,000 ตัน ซึ่งเป็นที่ต้องการของบริษัทเดินเรือทั่วโลก โดยเฉพาะกรณีหากมีเรื่อรบหรือเรือประเภทใดๆก็ตามที่นำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างประเทศผ่านคลองไทยจะต้องได้รับความเห็นชอบจากประเทศไทย

             8. ประเทศไทยจะผลิตน้ำมันได้ต้นทุนถูกกว่าประเทศสิงคโปร์ คลองไทยจะเพิ่มความสามารถให้ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางโรงกลั่นผลิตน้ำมันที่ต้น ทุนต่ำกว่าประเทศสิงคโปร์ในย่านเอเชียได้ เพราะระยะทางการขนส่งน้ำมันใกล้กว่า และขนาดของเรือน้ำมันที่มีขนาดใหญ่กว่าไม่ต้องอ้อมไปผ่านถึงประ เทศสิงคโปร์อีกต่อไปทำให้ลดค่าใช้จ่ายมาก เรือที่มาผ่านคลองไทยจะเป็นลูก ค้ารายใหญ่ที่สำคัญมาใช้บริการเติมน้ำมันเชื้อเพลิง  ทำให้มีปริมาณการขายน้ำมันได้มากมาย มากพอที่ประเทศไทยจะเป็นผู้กำหนดราคาขายน้ำมันเองได้ และปัญหาน้ำมันเถื่อนก็จะหมดไป ปัจจุบันสิงคโปร์ขายน้ำมันให้กับเรือที่มาใช้บริการ 56,700 ตันต่อวัน  สิงคโปร์ขาย 1 เดือนมากกว่าไทยขาย 1 ปี

             9. คลองไทยจะช่วยประหยัดค่าขนส่งสินค้าทางเรือ โดยเฉพาะเรือขนส่งน้ำมัน (Logistics) ทางทะเลทั้งหมดของประเทศไทย  ทั้งขาเข้า และขาออก เช่นประเทศไทยใช้น้ำมันดิบกว่า 800,000 บาเลน ต่อวัน ซึ่งส่วนใหญ่จะนำเข้ามาจากประเทศในตะวันออกกลางโดยทางเรือมายังโรงกลั่นในประเทศ  เรือขนส่งน้ำมันแต่ละลำจะเสียเวลาไปอ้อมที่ประเทศสิงคโปร์ กว่าจะมาถึงโรงกลั่นน้ำมันที่ประ เทศไทย 5 วัน กลับอีก 5 วัน รวมเสียเวลา 10 วัน หากมีคลองไทยจะเสียเวลาประมาณ 2 วันเท่านั้น  หากคำนวณค่าใช้จ่ายตลอดทั้งปีประเทศไทยต้องเสียค่าใช้จ่ายในส่วนนี้มากกว่าแสนล้านบาทต่อปี เพียงเฉพาะการขนส่งน้ำมันอย่างเดียวเป็นต้น หากพิจารณาถึงการขนส่งสินค้าส่งออก หรือเข้าของสินค้าอื่นๆทางเรือของไทย  ไม่ว่าจะเป็นสินค้าทางภาคอุตสาหกรรมหรือสินค้าทางภาคเกษตร คิดเป็นเงินที่ยังจะประหยัดได้อีกมาก กว่าแสนล้านบาทต่อปี ระบบการขนส่ง (Logistics) ของประเทศไทยโดยรวมสูงถึง 25% - 30% ของ(GDP) หรือ ประมาณ 1,500,000 ล้านบาท ถึง 1,800,000 ล้านบาท ต่อปี เฉพาะคลองไทยจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้ไม่น้อยกว่าปีละ 200,000 ล้านบาท ต่อปี

 

            10.คลองไทยจะทำให้ประเทศไทยมีบทบาทที่สำคัญ ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศ ต่างๆในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์  ที่อยู่สองฝั่งทะเลไทย มหาสมุทรอินเดีย และมหาสมุทรแปซิฟิก  จะได้รับผลประโยชน์ในด้านการประหยัดค่าใช้จ่าย ในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทางทะเลได้เป็นอย่างมาก เช่นเรือจากประเทศอินเดียจะส่งสินค้าไปยังประเทศจีน หรือ ประเทศญี่ปุ่นจะย่นระยะเวลาได้ 5 วัน ในแต่ละเที่ยวคิดเป็นเงินประหยัดหลายสิบล้านบาทต่อเที่ยว ดังนั้นประเทศต่างๆ ประเทศศรีลังกา ประเทศบังกลาเทศ ประเทศพม่า ประเทศลาว  ประเทศเขมร ประเทศเวียดนาม ประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น ประเทศเกาหลี ประเทศฟิลิปปินส์ หรือแม้แต่ประเทศมาเลเซียด้วยที่จะได้รับประโยชน์จากเส้นทางคลองไทย ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยมีบทบาท ต่อการต่อรองทางการทูตกับประเทศมาเลเซียสูงขึ้น เพราะคลองไทยจะช่วยย่นระยะทาง และเวลาในการเดินเรือของประเทศมาเลเซียที่จะใช้เรือผ่านคลองไทยเข้าออก ทางตอนเหนือของประเทศมาเลเซีย (ประเทศมาเล เซียขออนุญาตไทยเปิดชายแดนเพื่อขนสินค้าผ่านทางบก หากมีคลองไทยแล้วเราจะไม่ให้ผ่านทางบกได้)

             11. คลองไทยจะช่วยลดปัญหาเรือนกระจก  ย่นระยะทางการเดินเรือ ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง และลดปัญหาด้านมลภาวะทางอากาศของโลก ในแต่ละปีได้มากมหาศาล ซึ่งเป็นที่มาของการเกิดภาวะเรือนกระจกบนชั้นบรรยากาศ ที่เป็นต้นเหตุของภัยพิบัติทางธรรมชาติ ที่นับวันแต่จะทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นทุกวันซึ่งมีผลถึงประเทศไทย ปัจจุบันประเทศสหรัฐอเมริกา ยังไม่ยอมร่วมเซ็นสัญญาโตเกียวที่ว่าด้วยการลดปัญหา The Greenhouse Effect ดังนั้นหากคลองไทยได้เกิดขึ้น คลองไทยจะมีบทบาทมากในการแก้ ปัญหานี้

            12. เศรษฐกิจไทยยุคไร้พรมแดน คลองไทยจะเป็นแหล่งรายได้หลักของประเทศ จากศักยภาพของคลองไทยจะสามารถใช้เป็นแผนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจของประเทศไทยได้ โดยที่จะไม่มีประ เทศใดๆที่จะสามารถมาแข่งขั่นได้เลย เพราะตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่พิเศษสุดนี้ มีที่ประเทศไทยแห่งเดียว คลองไทยจะเป็นขุมทรัพยากรธรรมชาติ ที่ไม่มีวันหมดจะเป็นช่อง ทางสามารถสร้างให้เศรษฐกิจไทยเข้มแข็ง และมั่นคงได้ยาวนานการแข่งขันทางการค้าบนเวทีการค้าเสรีโลก (WTO) จากประเทศสมาชิก 147 ประเทศ ต่างก็ใช้กลยุธท์ทางการค้ากันเต็มที่ อนาคตการค้าขายระหว่างประเทศไม่ว่าจะเป็นสินค้าประเภทอุตสาหกรรม หรือสินค้าเกษตร หรือแม้แต่ธุระกิจให้ บริการแนวโน้มมีการแข่งขันกันรุนแรงยิ่งขึ้นทุกวัน เรา และ ท่าน ต่างทราบกันดีว่าการส่งออกสำหรับสินค้าภาคเกษตรของประเทศไทย ทั้งหมดรายได้ ยังน้อยกว่ารายได้จากการท่องเที่ยวเสียอีก แต่ถึงอย่างไรการเกษตรก็จะยังคงมีความสำคัญอยู่ เพราะประเทศไทยจะต้องมีอาหารที่สมบูรณ์พอเพียง แต่การคาดหวังจะให้สินค้าจากทางภาคเกษตร เป็นธงนำทางเศรษฐกิจที่จะนำพาไปสู่ความมั่งคั่งของประเทศ แทบจะมองไม่เห็นความสว่างเลย ข้อมูลของธนาคารแห่งชาติ แสดงถึงรายได้ทางภาคเกษตรทั้งหมดของประเทศไทยประมาณ 9-10 เปอร์เซนต์ ของมูลค่าผลิตภัณท์มวลรวมของประเทศเท่านั้น หรือประมาณ 500,000 ล้านบาท แต่ใช้ประชากรผลิตประมาณครึ่งประเทศ รายได้ยังน้อยกว่ารายได้ จากภาคการท่องเที่ยวซึ่งได้ถึงประมาณ 700,000 ล้านบาท หรือแม้แต่สินค้าภาคอุตสาหกรรมก็ตาม มีสินค้าอุตสาหกรรมหลายอย่างของประเทศไทยที่ส่งออก รายได้ที่แท้จริงที่ได้ก็เป็นเพียงค่าแรง งานในฐานะผู้รับจ้างผลิต หรือไม่ก็เป็นผู้รับประกอบชิ้นส่วนเป็นหลักเสียส่วนมาก ตัวเลขจำนวนเงินมูลค่าของสินค้า ภาคอุตสาหกรรมที่ส่งออกดูเหมือนจะสูงมาก แต่รายได้ที่แท้จริงที่ไทยได้รับคือค่าแรงงานประมาณ 25 - 30 เปอร์ เซนต์ ของมูลค่าที่ส่งออกเท่านั้น

            เมื่อประมาณ 20 กว่าปี ที่ผ่านมาประเทศเพื่อนบ้านของเราหลายประเทศ เช่น ประเทศจีน ประเทศอินเดีย ประเทศเกาหลีใต้ เคยเป็นลูกค้ารายใหญ่ของไทย แต่ตอนนี้กำลังจะกลายมาเป็นพ่อค้ารายใหญ่ของไทยต่อไปอาจจะเป็นประเทศเวียดนาม ประเทศเขมร ประเทศลาว หรือประเทศพม่า เพราะประเทศดังกล่าวยังมีต้นทุนด้านแรงงานต่ำ และทรัพยากรทางธรรมชาติยังมีอยู่มาก ซึ่งตอนนี้มีประเทศบางประเทศที่ร่ำรวยแต่ไม่มีทรัพยา กรในประเทศมากนัก ได้ไปลงทุนผลิตสินค้าทางด้านการเกษตรใน 4 ประเทศ ดังกล่าว ในอนาคตข้างหน้าอาจจะมาผลิตสินค้าด้านเกษตร(GMO) ขายแข่งกับประเทศไทยต่อไปก็ได้ แต่สำหรับประเทศมาเลเซียตอนนี้ความเจริญแซงประเทศไทยไปนานแล้ว

ดังนั้นโครงการคลองไทยจึงเป็นความหวัง และโอกาศของประเทศที่จะใช้เป็นธงนำสร้างความ เข้มแข็งทางเศรษฐกิจ และทางการเมืองของไทยได้   เป็นบุญของแผ่นดินไทยจริงๆที่มีทำเลที่วิเศษ เป็นทรัพยากรที่ใช้ไม่มีวันหมด                           

            ณ วันนี้ถึงเวลาหรือยังที่เราน่าจะให้ข้อมูลดังกล่าวกับประชาชน ได้มีส่วนร่วม รับรู้ รับทราบ และ มีส่วนร่วมในการตัดสินใจกับโครงการนี้ กันเสียทีว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นจะก่อให้เกิดประโยชน์ หรือความเสียหายมากกว่ากัน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Comes the knowledge!!
Fushiki dane, koko ni Futari ga aetekita.Kimi dake dakishimetei tai.
ไม่มีใครรู้ว่าชีวิตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ทุกคนมีแต่เมื่อวานซึ่งไม่อาจย้อนกลับไปเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขอะไรได้ เหลือเพียงแต่วันนี้ ซึ่งหากทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ก็ไม่ต้องกังวล ว่าชีวิตอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
joobeng25
jaidee5
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3282


ชีวิตจะยากเย็นเพียงใด ใจก็สู้ไม่หวั่น


เว็บไซต์
Re: โครงการขุดคลองกระ
« ตอบ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2005, 00:33:31 »

 Smiley
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Comes the knowledge!!
Fushiki dane, koko ni Futari ga aetekita.Kimi dake dakishimetei tai.
ไม่มีใครรู้ว่าชีวิตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ทุกคนมีแต่เมื่อวานซึ่งไม่อาจย้อนกลับไปเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขอะไรได้ เหลือเพียงแต่วันนี้ ซึ่งหากทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ก็ไม่ต้องกังวล ว่าชีวิตอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
joobeng25
jaidee5
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3282


ชีวิตจะยากเย็นเพียงใด ใจก็สู้ไม่หวั่น


เว็บไซต์
Re: โครงการขุดคลองกระ
« ตอบ #5 เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2005, 00:34:42 »

[/img]


* image004.jpg (17.18 KB, 306x227 - ดู 1442 ครั้ง.)

* image006.jpg (13.59 KB, 342x176 - ดู 2352 ครั้ง.)

* image012.jpg (19.3 KB, 267x302 - ดู 1483 ครั้ง.)

* image014.jpg (14.51 KB, 367x189 - ดู 4861 ครั้ง.)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Comes the knowledge!!
Fushiki dane, koko ni Futari ga aetekita.Kimi dake dakishimetei tai.
ไม่มีใครรู้ว่าชีวิตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ทุกคนมีแต่เมื่อวานซึ่งไม่อาจย้อนกลับไปเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขอะไรได้ เหลือเพียงแต่วันนี้ ซึ่งหากทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ก็ไม่ต้องกังวล ว่าชีวิตอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
joobeng25
jaidee5
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3282


ชีวิตจะยากเย็นเพียงใด ใจก็สู้ไม่หวั่น


เว็บไซต์
Re: โครงการขุดคลองกระ
« ตอบ #6 เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2005, 00:35:52 »

 Smiley
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Comes the knowledge!!
Fushiki dane, koko ni Futari ga aetekita.Kimi dake dakishimetei tai.
ไม่มีใครรู้ว่าชีวิตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ทุกคนมีแต่เมื่อวานซึ่งไม่อาจย้อนกลับไปเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขอะไรได้ เหลือเพียงแต่วันนี้ ซึ่งหากทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ก็ไม่ต้องกังวล ว่าชีวิตอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
joobeng25
jaidee5
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3282


ชีวิตจะยากเย็นเพียงใด ใจก็สู้ไม่หวั่น


เว็บไซต์
Re: โครงการขุดคลองกระ
« ตอบ #7 เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2005, 00:36:36 »

 Sad


* ค่าก่อสร้างimage018.gif (13 KB, 354x227 - ดู 1080 ครั้ง.)

* ระยะเวลาสร้างimage020.jpg (24.9 KB, 340x256 - ดู 1108 ครั้ง.)

* รูปแบบคลองimage016.gif (10.69 KB, 345x227 - ดู 1061 ครั้ง.)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Comes the knowledge!!
Fushiki dane, koko ni Futari ga aetekita.Kimi dake dakishimetei tai.
ไม่มีใครรู้ว่าชีวิตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ทุกคนมีแต่เมื่อวานซึ่งไม่อาจย้อนกลับไปเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขอะไรได้ เหลือเพียงแต่วันนี้ ซึ่งหากทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ก็ไม่ต้องกังวล ว่าชีวิตอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
joobeng25
jaidee5
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3282


ชีวิตจะยากเย็นเพียงใด ใจก็สู้ไม่หวั่น


เว็บไซต์
Re: โครงการขุดคลองกระ
« ตอบ #8 เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2005, 05:55:23 »

มารู้จักกับคลองอื่น ๆ บ้างครับ
         คลองปานามา ประเทศปานามา

คลองปานามา ประเทศ ปานามา มีพลเมือง 2,800,000 คน มีพื้นที่ 78,000 ตารางกิโลเมตร เริ่มการก่อสร้าง ปี ค.ศ .1880 โดย บริ ษัท ก่อสร้าง ประ เทศฝรังเศส ต่อมามีปัญหาการเงินใน ปี ค.ศ .1903 ขายสิทธ ิ์และโครงการ ให้สหรัฐอเมริกาดำ เนินการก่อสร้าง ต่อ จน สำเร็จ ปี ค.ศ.1914 เริ่ม เปิดใช้ เป็นทางการ ความยาวคลอง 82 กิโลเมตร ขนาดเรือใหญ่สุดผ่านได้ เรือต้องไม่ ยาวกว่า 294 เมตร กว้าง 32 เมตร กินน้ำลีก 12 เมตร

คลองปานามา อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 26 เมตร (ประมาณตึกสูง 9 ชั้น) เรือจะใช้เวลา ผ่านคลอง 24 ชั่วโมง มีเรือผ่านได้ 38 ลำ ต่อ วัน ขณะ นี้ มี โครงการขยาย และเพิ่มประตูน้ำ เพื่อรองรับให้เรือผ่านได้มากขึ้น ใช้งบประมาณ 4,000 ล้าน ดอลล่า( 160,000 ล้าน บาท)

คลองปานามา สร้างมานานกว่า 120 ปี สร้างหลังจากคลองสุเอช ประมาณ 20 ปี ความคิดครั้งแรกในการก่อสร้าง คลองปานามา ของ บริ ษัทฝรั่ง เศส จะ สร้าง คลองแบบ ไม่มีระบบประตูน้ำ แบบคลองสุเอช แต่ทำไม่สำเร็จ ได้ขายกิจการให้บริษัท อเมริกันโดย นำร ะบบ ประ ตูน้ำ มาสร้าง มี 3 ประตูน้ำหลักๆ แต่ละแห่งจะเป็นการยกระดับ 3 ตอน ปัจจุบันเรือผ่าน แต่ละลำจะต้องใช้น้ำจืดจาก ทะเล สาบ (Gatun) ประมาณ 2,000,000 ลิตร ต่อทุกเที่ยวที่เรือผ่าน ซึ่งเป็นข้อจำกัดอย่างหนึ่ง ของคลอง ปานามา แต่ที่ ปานามา มีฝนตก 11 เดือน ต่อปี

หอสูงปากทางเข้าคลอง ปานามา ด้านฝั่ง มหาสมุทรแปซิฟิค เรือที่ต้องการผ่านคลอง ปานามา จะต้องแจ้งร่วงหน้า 48 ชั่วโมง และจะมีเจ้าหน้าที่ของ คลอง( มีเจ้าหน้าที่ประมาณ 10 คน) ขึ้นประจำเรือ แต่ละลำคอยควบคุมนำ ร่องและตรวจตราป้อง กันไม่ให้ทิ้งของเสียต่อ ท้องทะเลระ หว่างนำร่อง



[ไฟล์แนบถูกลบโดยผู้ดำเนินการ]


* panamagatun-001.jpg (83.51 KB, 872x600 - ดู 1069 ครั้ง.)

* panama.jpg (84.27 KB, 800x792 - ดู 1066 ครั้ง.)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Comes the knowledge!!
Fushiki dane, koko ni Futari ga aetekita.Kimi dake dakishimetei tai.
ไม่มีใครรู้ว่าชีวิตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ทุกคนมีแต่เมื่อวานซึ่งไม่อาจย้อนกลับไปเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขอะไรได้ เหลือเพียงแต่วันนี้ ซึ่งหากทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ก็ไม่ต้องกังวล ว่าชีวิตอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
joobeng25
jaidee5
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3282


ชีวิตจะยากเย็นเพียงใด ใจก็สู้ไม่หวั่น


เว็บไซต์
Re: โครงการขุดคลองกระ
« ตอบ #9 เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2005, 06:31:58 »

คลองสุเอช ประเทศอียิปต์

ประเทศอียิปต์ มีพลเมือง ประมาณ67 ล้านคน มีพื้นที่ 1,001,450 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ ใหญ่ กว่าประเทศไทย 2 เท่ามีพื้นที่ เกษตร 2 % ส่วน ใหญ่มีพื้นที่ เป็นทะเลทราย

คลองสุเอช ประเทศอืยิปต์ เริ่มก่อสร้าง.พ.ศ. 2402 เปิดใช้เป็นทางการ พ.ศ.2412 ลักษฌะของคลอง สุเอช ในปัจ จ ุบัน ความ กว้าง คลองที่ระดับน้ำทะเล( เหนือ/ใต้) 345/280 เมตร ความยาว 190.25 กิโลเมตร ความยาว ของคลองคู่ขนาน 78 กิโล เมตร ขนาด เรือที่ผ่านได้ ขนาด ระวางไม่เกิน 150,000 ตัน คาดว่าในอนาคต จะมีคลองขนานยาวตลอด เพื่อเพิ่ม ปริมาณ การ เดินเรือ ให ้มากขึ้น ความลึก 22.5 เมตร ความเร็ว ในการเดินเรือ 11-14 กิโลเมตร ต่อ ช.ม. ระบบการเดินเรือประจำวัน ใน คลองสุเอช จัด เป็น ขบวน เรือเป็นกลุ่มๆ (convoys) โดยกำหนด สถาน ที่และเวลา ความแตกต่างของระดับน้ำทะเลฝั่ง Mediterranean ( Port Said) น้ำขึ้น ลง เพียง 50 ซ.ม. ส่วนทางฝั่ง Red Sea น้ำขึ้นลง 2 เมตร

 ระหว่างปี 2543-2544 มีเรือ บรรทุกตู้คอนเทเนอ วิ่งผ่านคลองสุเอช 4609 เที่ยว เป็นเรือ มีตู้คอนเทเนอ ผ่าน 4588 เที่ยว เป็นเรือ ไม่ มีต ู้คอนเทเนอ ผ่าน 21เที่ยว ระหว่างปี 2543-2544 มีเรือบันทุกน้ำมันวิ่งผ่าน คลองสุเอช 1254 เที่ยว เป็นเรือมีน้ำมันผ่าน 593 เที่ยว เป็นเรือ ไม่มีน้ำมันผ่าน 661 เที่ยว (ข้อสังเกตุเรือน้ำมันเดินทางไปและกลับ 2 เที่ยว แต่ใช้ประโยชน์ได้เที่ยวเดียว) คลองซุเอช ทำให้รายได้จาก การท่อง เที่ยวของประเทศอียิปต์ เป็นรายได้หลักของประเทศ


 Cheesy Cheesy Cheesy Cheesy
                      Thailand new World Maritime Navigator

มีบางท่านบอกว่าเรือที่ผ่านช่องแคบสิงค์โปร์จากตะวันออกไปตะวันตกหรือกลับกันนั้นมีไม่มากเท่าไรหรอก ส่วนมากเขาไปสิงค์โปร์กัน ผมขอถามว่าสิงค์โปร์มีอะไรที่เขาต้องไป เกาะสิงค์โปร์มีขนาดเล็กกว่าเกาะภูเก็ตของเราเสียอีก แต่เขามีทรัพยากรมนุษย์ที่รู้จักใช้ทำเลทางการค้าที่ดี ทำให้ประเทศสิงคโปร์เป็นศูนย์กลางทางการค้าระหว่างสองฝั่งมหาสมุทร มีโกดังขนถ่ายสินค้าจากแห่งหนึ่งไปอีกแห่งหนึ่ง สิงค์โปร์ทำหน้าที่เป็นเหมือนนายหน้าจัดหาสินค้าให้กับใครก็ได้ ที่ต้องการมีความสามารถในการทำธุรกิจทางพาณิชย์นาวีอย่างมาก สิงค์โปร์มีอู่ซ่อมเรือ อู่ต่อเรือ มีธุรกิจส่งเสบียง ส่งน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเรือเดินสมุทร ส่งอะไหล่ให้เรือที่ผ่านสิงค์โปร์ มีทุกอย่างที่เรือต้องการ มีตลาดการค้าขายแม้กระทั่งตัวเรือเอง แทบจะบอกได้ว่าเขามีทุกอย่างที่คนในธุรกิจเรือต้องการ แต่ถามต่อไปว่าเขาเป็นมานานเท่าไร ผมคิดว่าไม่น่าเกิน 50 ปี เท่านั้น แล้วเราจะไม่คิดให้คลองกระของเราเป็นแหล่งรวมของธุรกิจทางทะเลของสองซีกมหาสมุทรหรือ ถ้าจินตนาการว่าเรามีช่องที่เดินเรือที่ใช้ระยะทางจากฝั่งทะเลอันดามันไปอ่าวไทยประมาณ 100 กม. นั้นหมายถึง เรามีพื้นที่ทำธุรกิจติดชายฝั่งอยู่ถึง 200 กม. ซึ่งมากกว่าสิงค์โปร์หลายเท่านัก มีสถานที่ที่พร้อมจะเป็นโกดังเก็บส่งถ่ายสินค้าจากทั้งสองภูมิภาคและยังลำเลียงมาทางแผ่นดินทั้งจากตอนบน คือ จีน พม่า ไทย ลาว และตอนล่าง คือ มาเลเซีย อินโดนิเซีย หรือสิงค์โปร์เองอีก เราจะมีพื้นที่ทำอู่ซ่อมเรือ อู่ต่อเรือ ตลอดสองฝากทางมีการควบคุมการสัญจรอย่างปลอดภัย เพราะเป็นการควบคุมจากรัฐบาลเดียว เรามีเสบียงที่สามารถส่งให้เรือที่ผ่านสามารถแวะรับได้ ซึ่งถูกว่าสิงค์โปร์มากนัก เพราะเขาไม่มีวัตถุดิบของเขาเองต้องเอาจากประเทศใกล้เคียงทั้งหมดมาขายให้กับเรือเดินทะเลที่ผ่านมา ตลอดสองฝั่งคลองกระจะเป็นแหล่งธุรกรรมทางพาณิชยนาวีที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก

เราสามารถสร้างนักเดินเรือส่งออกให้กับโลกได้ถ้าเรามีทางออกเช่นนี้ คนไทยจะรู้จักชาวเรือมากขึ้น คนฟิลิปปินส์มีนักเดินเรือที่ออกไปทำมาหากินทั่วโลกประมาณ 3 แสนคน นำเงินเข้าประเทศในแต่ละปีไม่ใช่น้อย เราไม่อยากเห็นคนไทยของเราเป็นชาวเรือที่จะออกไปหากินข้างนอกประเทศและนำเงินตราเข้าประเทศเช่นเดียวกับเขาหรือ

ท่านผู้รู้ท่านหนึ่งเปรียบเทียบการตัดคลองกระ เช่นเกี่ยวกับการตัดถนนบางนาตราด ในช่วงแรกเราคงคุ้นเคยกับการเดินทางไปชลบุรีด้วยสายสุขุมวิทเก่าที่ต้องผ่านปากน้ำเพื่อซื้ออาหารสด ขนมจาก ผ่านคลองด่านเพื่อซื้อปลาสลิดรสดี แต่ปัจจุบันเรามีถนนบางนาตราดแล้วจะยังมี Motorway มี tollway อีกสารพัด เราคงจะไปบางปูหรือปากน้ำ เพื่อไปซื้อของที่จำเป็นเท่านั้น และขนมจาก ปลาสลิด เองก็คงต้องย้ายมาขายข้างถนนบางนาตราด ถ้าต้องการทำธุรกิจต่อฉันใดก็ฉันนั้น

คำถามอีกมากมายที่ถามวกไปวนมาคล้าย “ไก่กับไข่ใครเกิดก่อนกัน” ผมบอกว่าเรากำลังจะสร้างคลองกระซึ่งจะเป็นไก่หรือไข่ก็ได้ เพื่อวันหน้าเราจะมีทั้งไข่และไก่ให้ลูกหลานเรากินอย่างไม่มีวันสิ้นสุด

 ขอเพียงให้เรามีวิสัยทัศน์มองไปข้างหน้า ถ้าอยากเห็นประเทศไทยรุ่นลูกรุ่นหลานจะเป็น สิงค์โปร์ที่ 2


[ไฟล์แนบถูกลบโดยผู้ดำเนินการ]


* suez4717n010.jpg (4.38 KB, 268x175 - ดู 1038 ครั้ง.)

* SuezCanal.jpg (61.1 KB, 500x491 - ดู 1035 ครั้ง.)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Comes the knowledge!!
Fushiki dane, koko ni Futari ga aetekita.Kimi dake dakishimetei tai.
ไม่มีใครรู้ว่าชีวิตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ทุกคนมีแต่เมื่อวานซึ่งไม่อาจย้อนกลับไปเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขอะไรได้ เหลือเพียงแต่วันนี้ ซึ่งหากทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ก็ไม่ต้องกังวล ว่าชีวิตอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
joobeng25
jaidee5
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3282


ชีวิตจะยากเย็นเพียงใด ใจก็สู้ไม่หวั่น


เว็บไซต์
Re: โครงการขุดคลองกระ
« ตอบ #10 เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2005, 07:24:05 »

 Smileyกรอบการพิจารณา แนวขุดคลองไทย (คอคอดกระ)

            ความคิดในเรื่องของการขุดคลอง เพื่อเชื่อมสองฝั่งทะเลของไทย ระหว่างฝั่งอันดามันกับฝั่งอ่าวไทย มีมานานกว่า 300 ปี โดยวัตถุประสงค์หลักของการขุดคลอง คือต้องการ ย่นระยะทาง ของการเดินเรือของทั้งสองฝั่งทะเล ด้วยกาลเวลาผ่านไปในแต่ละยุคแต่ละสมัย ทำให้เหตุ และผล ของการพิจารณา แนวคลองต่างๆ ที่จะขุดมีความเหมาะสมกับสถานการต่างๆดังกล่าวก็จำ ต้องปรับเปลี่ยนไปด้วย จนกว่าจะได้มีการขุดไปแล้ว ข้อยุติในเรื่องนี้ก็จะหมดไป

             เมื่อ 300ปี สมัยกรุงศรีอยุธยา  ในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช  เหตุผลหลักที่สำคัณ คือต้องการขุดคลอง  เพื่อความสะดวกรวดเร็ว ต่อการเคลื่อนกองทัพเรือจากฝั่งอ่าวไทย ไปฝั่งทะเลอันดามัน เป็นการขยายความเข็มแข็ง ของราชอานาจักรในยุคสมัยนั้น และ เพื่อให้ การค้ากับต่างประเทศ ที่ได้เริ่มเปิดประเทศ ติดต่อกับชาติยุโรปที่จะมาทางฝั่งอันดามันไม่ต้องเสียเวลาเดินเรือ อ้อมไปผ่านที่ ช่องแคบมะละกา สามารถ ตัดตรง จากฝั่งอันดามัน มายังอ่าวไทยมุ่งไปกรุงศรีอยุธยาได้สะดวก และแนวคลองที่เห็นว่าเหมาะสม ในสมัยนั้น ก็ได้พิจารณาแนวคลองที่จะขุด ที่เราทราบกันมานานแล้ว คือแนวคอคอดกระ จังหวัด ระนอง เหตุที่เลือกแนวคลองนี้ก็เพราะเป็นส่วนที่แคบที่สุดของประเทศที่สามารถทำการขุดก่อสร้างได้ง่าย

             เหตุ และผล เมื่อ 150 ปีต่อมา อาจจะมองเห็นว่าการขุดคลอง จะเป็นอันตรายต่อประเทศ ที่จะทำให้ประเทศ มหาอำนาจในยุโรปต่างๆในระยะนั้นบ้าอำนาจไร่ล่าขยายอาณานิคม เพื่อ ยึดครองหรือ แบ่งแยกประเทศ ต่างๆ ในย่านเอเชีย ที่อ่อนแอในยุคสมัยนั้น

             พอมาถึงปัจจุบัน เหตุผล และ สถานการณ์ ต่างๆได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เหตุผลด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ของประเทศมีความสำคัณที่สุด ยิ่งการแข่งขันที่รุนแร็งด้านเศรษฐกิจของสังคมโลกในยุคปัจจุบัน  กลับกลายเป็นความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศบงบอก ชี้นำ ถึงความมั่นคงแทนทางทหารเสียอีก ทำให้ความคิดในการที่จะขุดคลองเพื่อประโยชน์ทางด้านเศรษฐ กิจเป็นบทบาทที่ท้าทายของประเทศไทยต่อไป ความ คิดในการที่จะขุดคลอง ก็จะยังมีอยู่ตลอด เวลาจากอดีต จนถึงปัจจุบัน ความคิดในเส้นทาง แนวขุดคลอง ก็มีการนำ เสนอ ขึ้นมาใหม่ และปรับเปลี่ยนตลอดเวลา มาจนถีง ณ เวลานี้ มีอยู่ด้วยกัน 12 แนวคลองที่จะขุด เพื่อให้กรอบแนวคิดที่จะกำหนดแนวขุดคลอง เกิดเป็นผลดีที่สุด ควรจะมีการพิจารณา องค์ ประ กอบ ที่สำคัญต่างๆที่ควรจะต้องนำมาพิจารณาร่วมกันมีดังนี้:-

 1.      ทางด้านความอิสระในการบริหารคลอง ของประเทศ

2.      ทางด้านเศรษฐกิจ ของประเทศ

3.      ทางด้านยุทธ์ศาสตร์ทางทหาร

4.      ทางด้านสังคม และ สิ่งแวดล้อม

5.      ทางด้านวิศวกรรมศาสตร์

     1. ทางด้านความอิสระในการบริหารคลอง ของประเทศ ความอิสระในการบริหารคลอง ในที่นี้ก็คือ เมื่อมีเรือเดินทะเลจะมาใช้บริการผ่าน แนวคลองไทยที่จะขุดจะต้องผ่านน่านน้ำของ ประเทศ เพื่อนบ้าน จะมีโอกาสสร้างปัญหาในเรื่องของผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อไม่ต้องการให้ ประเทศไทย ไม่ต้องมีปัญปัญหา ทางด้านน่านน้ำ สากลกับ ประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นทางด้านทะเลฝั่งอันดามัน ที่มีทะเลร่วมติดต่อกับประเทศมาเลเซีย หรือประเทศพม่า และทาง ด้านทะเล อ่าวไทย ที่มีประเทศกัมพูชา และ ประเทศเวียตนาม ดังนั้นควร ให้แนวคลองที่เรือต่างๆที่จะมาใช้บริการ ควรจะต้องห่างน่านน้ำเพื่อนบ้าน ประมาณ 200 ไมล์ทะเล หรือ 400 กิโลเมตร             

2.    ทางด้านเศรษฐกิจ ของประเทศ
เส้นทางคมนาคมไม่ว่าจะเป็นทางบก หรือทางน้ำ ไป ตัด ผ่านที่ใหน ก็จะนำความเจริณไปสู่ที่นั่น การเกิดธุระกิจชุมชนน้อยใหญ่จะตามมา หากเป็นเส้นทางที่อยู่ในเส้นทางของการขนส่งทางน้ำของโลกมันไม่ใช่เรื่องธรรมดา ผลประโยชน์มหาศาลจะตามมาเพราะฉนั้น สองฝั่งคลองจะต้องมีพื้นที่ ขนาดใหญ่รองรับพอที่จะมีเมืองขนาดใหญ่ที่ จะเกิดใน อนา คตได้ มีแหล่งน้ำจืดพอเพียง อยู่ในภูมิศาสตร์ที่ดีในการที่จะเป็นผังเมืองแห่งอนาคตได้

3. ทางด้านยุทธ์ศาสตร์ทางทหาร แนวคลองที่จะขุด ถ้าแนวคลองขุดที่ตัดผ่าน ประชิดด้านใดด้านหนึ่งเกินไป จะทำให้การดำเนินงานใดๆในทางทหารมีข้อจำกัด โดยเฉพาะการจัดกำลังทัพของกองทัพบกทางภาคพื้นดินของประเทศ จำเป็นต้องมีพื้นที่ดำเนินการได้สะดวก จะต้องประสานสอดคล้องกับแนวคลองขุด ที่จะเป็นการเพิ่มศักย์ภาพให้กับกองทัพเรือ ดียิ่งขึ้น ในการเคลื่อน ย้ายกำลังกองทัพเรือทั้งสองฝั่งทะเลไทย

4. ทางด้านสังคม และ สิ่งแวดล้อมตามสองฝั่ง แนวคลองที่จะขุด จะต้องใช้พื้นที่มากประมาณ ความกว้างตลอด 4 กิโลเมตร (รวมสำรองพื้นที่เพื่อใช้ประโยชน์ในอนาคต) ความยาว ของคลอง ประ มาณ 120 กิโลเมตร จะต้องมีผลกระทบต่อ แหล่งทำมาหากินของประชาชน

การโยกย้าย และเปลี่ยนแปลงวิถี ีชีวิตของประชาชน จากสังคมชนบท มาเป็นสังคมเมืองใหม่ที่จะมีประชาชนหลากหลายทั่วประเทศ จะมารวมเป็นสังคมเมืองใหญ่ ตลอดจน สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ และทางวัฒนะธรรมต่างๆ จะมีการปรับเปลี่ยนไป ดังนั้นแนวคลองที่จะขุดควรหลีกเลี่ยงความหนาแน่นของชุมชน และแหล่งธรรมชาติที่สำคัณไว้ให้มาก

5. ทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ การพิจารณาแนวคลอง ที่จะขุด ต้องมีข้อ มูล ทางธรณีวิทยา ทางด้านอุทกศาสตร์ และ วิศกรรมทางทะเล (Marine Engineering) มีข้อมูลการเคลื่อนย้ายของชั้นดินทรายใต้ท้องทะเลว่าเป็นอยางไร มีแนวหินโสโครกเป็นอย่างไรหรือ ภูเขาที่อยู่ใต้ท้องทะเล อยู่บริเวรใดบ้าง เพื่อจะกำหนดแนวขุด ให้อยู่ในทิศทางที่ถูกต้อง เหมาะสมกับความต้อง การของเรือขนาดใหญ่ ที่จะมาใช้บริการ เพื่อเตรียมในการวางแผนจัดการด้านระบบการจราจรการเดินเรือ สำรวจ แนวร่องน้ำที่อญู่ใต่ท้องทะเล จะต้องรองรับเรือขนาดใหญ่ มีความลึกมากพอที่จะให้เรือต่างๆ สามารถเดินเรือเข้าออกได้ปลอดภัย ทั้งในกรณีน้ำขึ้นหรือน้ำลง ทั้งฝั่งทะเล อันดามัน และฝั่งอ่าวไทยจาก 5 องค์ ประ กอบ ที่สำคัญ ดังกล่าว ยกเว้นองค์ประกอบทางด้านวิศวกรรมเท่านั้น ที่เรายังไม่มีข้อมูลที่มากพอที่จะสรุปได้ แต่สำหรับในองค์ประ กอบอื่นๆ เราคงจะเริ่มมองภาพออกว่า แนวคลองที่ควรจะขุดควรเป็น แนวใด

  เส้นทาง  7A  เส้นทางจาก จังหวัดตรัง -  สงขลา

ข้อดี


1.   ระยะทางสั้นขุด ผ่านแผ่นดินประมาณ 60 ก.ม ใช้ร่องน้ำจากกันตังถึงตรัง 30  ก.ม. ที่อำ เภอ ย่านตาขาว แล้วขุดทะเลสาบสงขลาในส่วนทะเลหลวงที่พัทลุง -สงขลาประมาณ 20 ก.ม. รวมระยะทางทั้งหมดประมาณ 110  ก.ม.

2. ขุดผ่านภูเขาประมาณ 9 ก.ม. จะได้ใช้หินเพื่อก่อสร้าง

3.  ผ่านสงขลาบนบกเพียง 5 ก.ม. ก็ทะลุออกอ่าวไทยมีท่าเรือน้ำลึกที่สงขลาอยู่แล้ว

4. ใช้ทะเลสาปสงขลาเป็นท่าเรือหลบมรสุมได้

ข้อเสีย

1. เส้นทางทับลำน้ำธรรมชาติเดิมจากกันตังถึงย่านตาขาวมีผลกระทบกับประชาชนริมน้ำ เป็นระยะทางเกือบ 30  ก.ม.

2. คณะสมาชิกวุฒิสภา และ สมาชิกสภาผู้แทนจังหวัดสงขลา และ ชมรมอนุรักษ์ทะเล สาป สงชลาหลายชมรมและ ประชาชนสงขลาคัดค้านที่จะให้คลองผ่านทะเลสาปสงขลา

3. พื้นที่จังหวัดสงขลาซึ่งมีประชาชนอาศัยหนาแน่น  ที่ดินราคาแพง ทำให้มีผลกระทบด้านสังคมมากเพราtประชากรมุสลิมหนาแน่นกว่าแนวคลอง 9A

4. ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเป็นแหล่งชุมชนหนาแน่นและแหล่งท่องเที่ยว สำคัญของประเทศตลอดเส้นทางที่คลองตัดผ่าน

5. ใกล้กับชายแดนไทย - มาเลเซีย มากกว่าเส้นทาง 9A

6. ภูเขาที่ตัดผ่านบริเวณจังหวัดตรังเป็นพืดเขาสูงชันมาก สูงถึง 1,200 เมตร ระยะทาง 9-10 ก.ม.  มีอยู่ช่องเดียวคือช่องเขาพับผ้าซึ่งแคบเกินไปที่จะขุดคลอง

7. ไม่มีพื้นที่กว้างพอสำหรับการพัฒนาท่าเรือ เขตเศรษฐกิจพิเศษ และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง

 

เส้นทาง 9A  เส้นทางจากจังหวัดกระบี่  - ตรัง  - พัทลุง  - นครศรีธรรมราช


ข้อดี

1. ตำแหน่งที่ตั้งเป็นศูนย์กลางของภาคใต้  อยู่ระหว่างกลางประเทศพม่าปลายแหลมมลายู และประเทศสิงค์โปร์  ไม่มีปัญหาด้านความมั่นคง ( ห่างจากชายแดนพม่าประมาณ 700  ก.ม. และห่างจากประเทศสิงคโปร์ ประมาณ 700  ก.ม

2. ทางภูมิรัฐศาสตร์บริเวณคลองเป็นชาวไทยพุทธร้อยละ 95 และรวมพื้นที่ใต้แนวคลองทั้งหมดประชากรส่วนใหญ่เป็นไทยพุทธหากมีการแทรกแซงจากภายนอกที่จะก่อให้เกิดปัญหาการแบ่งแยกดินแดนจะทำได้ยาก

3. อยู่ในเส้นทางการเดินเรือสากลและสามารถพัฒนาท่าเรือหลบมรสุมได้ทั้ง 2 ฝั่งทะเล

4. ระบบโครงสร้างพื้นฐานมีความพร้อม อาทิเช่น โรงงานปูนซิเมนต์ทุ่งสง กำลังผลิต 8 ล้านต้น/ปี และศูนย์ กลางการคมนาคมทางบก   มีทางหลัก 4 สาย รถไฟ 2 สาย  และทางอากาศมีสนามบินใกล้ถึง 3 สนามบิน

        5. มีแหล่งน้ำจืดที่ใช้ในกิจการของคลองและสนับสนุนอุตสาหกรรมเพียงพอโดยกรมชลประทานเป็นผู้วางแผน สนับสนุนเรื่องน้ำอย่างเต็มที่

        6. มีศักยภาพในการพัฒนาพื้นที่สำหรับเมืองใหม่ เขตเศรษฐกิจพิเศษและที่จะสามารถพัฒนาได้กว้างใหญ่ถึง 3 ที่ คือที่ปากคลองทั้งสองฝั่งทะเลและบริเวณกลางคลอง

        7. มีความหนาแน่นของประชากรน้อย ทำให้ลดค่าขนย้ายและค่ารื้อย้าย

        8. ระดับน้ำทั้ง 2 ฝั่งทะเลต่างกันประมาณ 25 ซ.ม.

        9. ประชาชนในแนวคลอง ทั้ง 23  อ.บ.ต. สนับสนุนและมีส่วนร่วมในการกำหนดแนวคลองเองตลอดแนวคลอง 9A  ได้มีการประชุมกัน 15  ครั้ง

 

ข้อเสีย

            1. แนว 9A ระยะทางประมาณ 120  ก.ม. แนวที่2  ยาว 92 ก.ม แนวที่ 5A ยาว 102 ก.ม  และแนวที่  7A ยาว 105   ก.ม.

2. มีเส้นทางพาดผ่านพื้นที่เนินเขาประมาณ 10 ก.ม. บริเวณเทือกเขานครศรีธรรมราช

3. แนวคลองพาดผ่านพื้นที่บางส่วนเลี้ยวของพรุควนเคร็ง ถ้าไม่มีการจัดการที่เหมาะสมอาจจะทำให้เกิดปัญหา ด้านสิ่งแวดล้อมได้

4. ไม่สามารถสร้างท่าเรือริมทะเลได้ต้องพัฒนาพรุควนเคร็งบางส่วนเป็นท่าเรือเคร็ง (Port of Kreng) เพื่อหลบมารสุมด้านอ่าวไทย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Comes the knowledge!!
Fushiki dane, koko ni Futari ga aetekita.Kimi dake dakishimetei tai.
ไม่มีใครรู้ว่าชีวิตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ทุกคนมีแต่เมื่อวานซึ่งไม่อาจย้อนกลับไปเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขอะไรได้ เหลือเพียงแต่วันนี้ ซึ่งหากทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ก็ไม่ต้องกังวล ว่าชีวิตอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
v Cop
jaidee5
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4708


www.policecadet49.com


เว็บไซต์
Re: โครงการขุดคลองกระ
« ตอบ #11 เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2005, 20:18:02 »

หัวข้อนี้ น้องๆ เพื่อนๆ ที่เรียน ปริญญาโท เอาไปทำรายงานได้เลยนะเนี๊ยะ  Afro
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

joobeng25
jaidee5
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3282


ชีวิตจะยากเย็นเพียงใด ใจก็สู้ไม่หวั่น


เว็บไซต์
Re: โครงการขุดคลองกระ
« ตอบ #12 เมื่อ: มีนาคม 09, 2006, 05:40:19 »

 smitten smitten

         อันนี้เป็นข้อมูลบางส่วนที่ผมเก็บไว้ครับ... มาจากเวปของผู้จัดการ.. คนตอบแสดงความคิดเห็น คือ คุณพายัพ..
อันเป็นนามปากกาอันหนึ่งของ คุณสนธิ  ลิ้มทองกุล ซึ่งนอกจากนั้นก็ยังมี เซียนเส้าหลง เป็นต้น  ใคร ๆ ที่เคยอ่าน
พอจะเดาได้ เพราะสไตล์การเขียนเหมือนกัน

   
       เรื่องคอคอดกระนั้น เคยคิดกันมานานแล้ว คนคิดคนแรกนั้น ชื่อนายเชาว์ เชาว์ขวัญยืน นายเชาว์นี่เป็นคนจีนไต้หวัน
เดิมทีเป็นนายหน้าวิ่งเต้น และเป็นผู้ที่ก่อตั้ง บริษัท ไทยออย ขึ้นมาเป็นคนแรก จริงๆ แล้วเป็นพวกจับแพะชนแกะ ในช่วงนั้น
 นายเชาว์ มีความสนิทสนมกับ จอมพลประภาส จารุเสถียร มาก และ โดยนิสัยแล้วชอบมองโครงการใหญ่ ๆ ยิ่งใหญ่ยิ่งดี

       ความจริงแล้วเรื่องคอคอดกระนั้น ถ้าขุดกันขึ้นมาสมัยเมื่อ 30 ปีที่แล้ว โฉมหน้าทางเศรษฐกิจและการเมืองเมืองไทย
ก็คงจะเปลี่ยนไปมาก ทางด้านเศรษฐกิจนั้น น่าจะดีขึ้น บทบาทของสิงโปร์ในช่วงนั้นก็คงจะหมดไป แต่เผอิญในเวลานั้น
ความขัดแย้งในเรื่องของลัทธิอุดมการณ์ มีอยู่สูงมาก

      ประกอบกับช่วงนั้นก็มีคอมมิวนิสต์มาลายา และก็มุสลิมแบ่งแยกดินแดนทางใต้ค่อนข้างจะรุนแรง เพราะฉะนั้นแล้วใน
เชิงความมั่นคงของประเทศแล้ว เขาก็จะไม่ให้ขุดคอคอดกระ เพราะภาพจะกลายเป็นว่าได้มีการแบ่งแยกดินแดนไทยออก
เป็น 2 ส่วน หลังจากนั้นผ่านมา 30 กว่าปีจนถึงวันนี้ ความคิดที่จะขุดก็เกิดขึ้นมาอีก

     แต่เบื้องหลังของความคิดนั้น มีองค์ประกอบอยู่ 2 ส่วน ส่วนหนึ่ง คือเรื่องของแนวความคิดที่ต้องการให้มีโครงการใหญ่
ยักษ์เกิดขึ้น เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ แต่อีกส่วนหนึ่งซึ่งจะต้องตามมาอย่างแน่นอน แต่คนคิด คงไม่กล้าจะพูด นั่นคือ ผลประโยชน์
 ทางการเมือง ที่จะได้จากอภิมหาโครงการ ที่ใหญ่กว่าสนามบินสุวรรณภูมืเป็น 10 เท่า โครงการมันดีหรือไม่ดี ผมไม่สามารถทราบได้

     แต่ที่ทราบแน่ๆ คือ ณ วันนี้ การขนส่งทางเรือนั้น ความสำคัญได้ลดน้อยลงไปกว่าสมัยเมื่อ 30 ปีที่แล้ว หรือพูดง่ายๆ
การเจริญเติบโตของการขนส่งทางเรือนั้น อัตราการเจริญเติบโตจะน้อยกว่าสมัยก่อนมาก ทั้งนี้เพราะอุตสาหกรรมมากหลายในโลกนี้
ปัจจุบันใช้แนวความคิดของ JUST IN TIME มากขึ้น ซึ่งแนวทางอุตสาหกรรมแนวนี้การขนส่งจะใช้เครื่องบินกันทั้งสิ้น และนับวัน
เครื่องบินก็จะบรรทุกได้มากขึ้น

     และความต้องการในสินค้าก็จะเร็วขึ้น บทบาทของเรือเดินทะเลนั้นก็จะลดน้อยลง แต่ก็ยังคงจะมีการเจริญเติบโตอยู่ เ
พียงแต่อัตราการเจริญเติบโตนั้น โตไม่คุ้มพอที่จะมาลงทุน หรือมาขุดคอคอดกระ


คำถาม

เมืองไทยศูนย์กลางทั้งอากาศ ทางบก ขาดแต่เพียงทางทะเลเท่านั้นน่าจะดำเนินการอะไรบ้าง ให้เป็นรูปธรรม เหมือน
สนามบินหนองงูเห่า คิดว่าเมืองไทยน่าจะกำหนดทางเดินของประเทศว่า แหล่ืงอาหาร เมืองทางผ่าน เทคโนโลยี่นำไทย

คนกรุง 28 พ.ย. 45

คำตอบ

      เรื่องขุดคอคอดกระนั้น ถ้าเมื่อ 30 ปีก่อนถือว่าคุ้มค่ากับการลงทุนครับ เพราะพาณิชย์นาวีสำคัญมาก การขนส่งให้
ทางทะเลเป็นหลัก แต่ถ้าเป็นวันนี้ที่พาณิชย์นา่วีลดความสำคัญลง เพราะการขนส่งทางอากาศมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น
จะไม่คุ้มค่ากับการลงทุน

      30 ปีก่อน คอคอดกระเกิดขึ้นไม่ได้เพราะปัจจัยอย่างน้อย 2 ประการ

(1) เหตุผลทางด้านความมั่นคงของประเทศ

(2) สิงคโปร์คัดค้านมากในทุกทาง

       วันนี้ เหตุผลแรกยังคงอยู่ แม้จะลดระดับลงมามากแล้วก็ตาม

       แต่เหตุผลที่ 2 นั้นเหลืออยู่น้อยมากแล้วครับ เพราะโครงสร้างอุตสาหกรรมเปลี่ยนไป อัตราการเติบโต
ทางพาณิชย์นาวีต่ำมาก การขนส่งทางอากาศเติบโตในอัตราเร่ง เครื่องบินขนส่งสินค้านับวันแต่จะลำตัวโตขึ้น ๆ
ถึงมีคอคอดกระ สิงคโปร์ก็คงเฉย ๆ ไม่กระทบกระเทือนมาก

      ไม่ต้องขุดคลองกระหรอกครับ แค่มีท่าเรือขนาดใหญ่ 2 ท่า 2 ฝั่งทะเล ทางด้านทะเลอันดามัน และอ่าวไทย
ทำท่อส่งน้ำมันเชื่อมต่อ และมีรถไฟขนส่งตู้คอนเทนเนอร์สัก 12 ราง ระหว่าง 2 ท่าเรือ

      นี่จะคุ้มค่ากับการลงทุนมากกว่า และจะเป็นการพัฒนาการขนส่งทางทะเลที่ยิ่งใหญ่มาก

      บ้านเราชอบคิดแต่เรื่องเก่า คอคอดกระนี่ก็ 30 ปีมาแล้ว เช่นเดียวกับสนามบินสุวรรณภูมิ (หนองงูเห่า) โลก
เปลี่ยนแปลงไปมากครับในรอบ 30 ปีมานี้

    จริงอยู่ การลงทุนขุดคอคอดกระจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย ผมไม่เถียง

    แต่ไหน ๆ จะพูดกันแล้ว ก็ต้องพูดถึง "ผลประโยชน์" ของโครงการมูลค่ามหาศาลเช่นนี้ด้วย ว่าใครมี hidden
agenda ด้วยหรือเปล่า ?

    แค่ขั้นตอนศึกษาโครงการ ก็ต้องว่าจ้างบริษัทต่างประเทศศึกษาความเป็นไปได้ งบประมาณตรงนี้ก็มหาศาล
แล้วครับ ค่าหัวคิวตรงนี้ก็พอจะทำให้คนหลายคนสบายไปได้เลย

    บางทีพวกที่เสนอขึ้นมาก็รู้อยู่แหละว่าไม่ได้เกิด เขาหวังแค่ขั้นศึกษาเท่านั้น

พายัพ วนาสุวรรณ 30 พ.ย. 45

คำถาม

      โครงการคอคอดกระ หรือคลองกระ ล้มเลิกไปหรือยังครับ เมื่อปีสองปีก่อนมีข่าวหนาหูมาก เพราะคนระดับ
พลเอกชวลิต ยงใจยุทธออกหน้าออกตาสนับสนุนเต็มที่ ถึงกับมีข่าวว่ามีบริษัทจากฮ่องกงจะสนับสนุนงบประมาณ
การศึกษาถึง 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

      ที่มีการให้ข้อมูลกันว่าแนวคิดขุดคลองกระมีมาตั้งแต่สมัยต้นรัตนโกสินทร์นั้น จริงหรือไม่ คุณพายัพฯช่วยตอบหน่อย


สันต์ เมืองสุราษฎร์ 21 ม.ค. 48

คำตอบ

      แนวคิดขุดคลองเชื่อมต่อระหว่างมหาสมุทรอินเดียกับมหาสมุทรแปซิฟิค ทางภาคใต้ของประเทศไทยยังไม่มีวี่แวว
จะเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา แม้ว่ารัฐบาลชุดนี้จะตั้งคณะกรรมการแห่งชาติศึกษาการขุดคลองไทยขึ้นมาให้พล.อ.ชวลิต
ยงใจยุทธเป็นประธานตั้งแต่เมื่อปี 2544 ก็ตาม

      แน่นอนครับว่าในทางยุทธศาสตร์แล้ว – จีนต้องการให้เกิดคลองกระ

      เพราะคลองกระจะเป็นคู่แข่งโดยตรงกับท่าเรือสิงคโปร์ และอิทธิพลของสหรัฐอเมริกาในช่องแคบมะละกา !

       สิงคโปร์แนบแน่นกับสหรัฐอเมริกาเป็นพิเศษ และมีสัมพันธ์ไม่ปกตินักกับจีน ล่าสุดตอนที่นายกรัฐมน ตรีลี เซียน
หลุงขึ้นรับตำแหน่ง ก็ต้องใช้เวลานานพอสมควรในวันแถลงนโยบาย เพื่ออธิบายกรณีที่เขาเดินทางไปเยือนไต้หวัน
จนทางการจีนต้องออกมาขู่ว่าให้สิงคโปร์แสดงจุดยืนเรื่องนโยบายจีนเดียวให้ชัด

       ส่วนสหรัฐอเมริกาแผ่อิทธิพลเข้ามาครอบงำช่องแคบมะละกา เพื่อควบคุมเส้นทางส่งน้ำมันไปจีนและญี่ปุ่น

        แนวคิดการขุดคลองกระเป็นของคนไทยมาแต่เริ่ม

       หากแต่ว่ามันเป็นโครงการที่จะมีผลกระทบต่อผลประโยชน์ในระดับภูมิภาค และระดับโลก   
       จึงทำให้มหาอำนาจเข้ามาเกี่ยวข้องกับโครงการนี้ในหลากหลายรูปแบบตลอดมา

       แนวคิดขุดคลองกระเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา แต่มามีหลักฐานชัดเจนในช่วงต้นรัตนโกสินทร์

       สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาถ ในรัชกาลที่ 1 ผู้เป็นนักรบองค์สำคัญ นำเสนอแนวคิดนี้เพื่อประกอบ
ยุทธศาสตร์การทำสงครามกับพม่า มีพระราชนิพนธ์เป็นเพลงยาวไว้ตอนหนึ่งว่า...

        จะเร่งรัดตัดคิดมันเสียก่อน บันรอนอย่าให้ทันแน่นหนา

จำจะคิดให้ผิดแต่ก่อนมา เป็นทัพหน้านาวายกไป

ตามทางทะเลไปสงขลา จะขุดพสุธาเป็นคลองใหญ่

ให้เรือรบออกประจบเอาเมืองไทร ปักษ์ใต้ฝ่ายทะเลให้พร้อมกัน

จะยกไปตีเมืองมะริด จะปิดปากน้ำเสียให้มั่น

ทัพเรือมันจะพลอยเข้าช่วยกัน จะตีบั่นกองทัพให้ยับไป

รบไหนจะให้ยับลงที่นั่น แต่กึ่งวันมิให้ทานทนได้

จะทำการครั้งนี้ให้มีชัย จะไว้เกียรติให้สืบทั้งแผ่นดิน


          แต่หลังจากนั้นก็มีมหาอำนาจเข้ามาแล้ว ในสมัยรัชกาลที่ 4 ก็คือประเทศอังกฤษ

ได้เคยมีการกราบขอพระบรมราชานุญาตขุดคลองในส่วนที่แคบที่สุดของไทย คือ แนวเขตระนอง-หลังสวน แต่
เมื่อมีการเข้ามาสำรวจ อย่างละเอียด ก็พบว่าภูมิประเทศเป็นเขาสูง ไม่คุ้มค่าแก่การลงทุน โครงการจึงต้องระงับลง

         ครั้นยุคของการล่าอาณานิคมสมัยรัชกาลที่ 5 ทั้งอังกฤษและฝรั่งเศส ต่างก็เข้ามาสำรวจในพื้นที่บริเวณ นี้ และ
พยายามของพระราชานุญาต

       หนึ่งในนี้มีวิศวกรผู้ขุดคลองสุเอซเป็นผลสำเร็จ ชื่อ นายเฟอร์ดินาน เดอ เลสเซปส์ ได้เดินทางมาสำรวจ
และสรุปความเห็นการขุดคลอง กระในบ้านเราว่า “สามารถทำได้” แต่ร. 5 ไม่ทรงเอาด้วยครับ

       มาถึงยุคประชาธิปไตย เราก็มีการเคลื่อนไหวเพื่อศึกษาเรื่องนี้หลายรอบ แต่ละรอบก็มีมหาอำนาจยืนจ้องอยู่แทบทุกรอบ

      จนรอบล่าสุด – จีนแสดงท่าทีชัดเจนว่าสนใจโครงการนี้

       ล่าสุดทราบว่าได้มีการศึกษาเส้นทางที่เหมาะสมแล้ว เรียกว่า “แนวขุด 9 A” โดยเริ่มจากฝั่งทะ เลทิศตะวันออก
ฝั่งอ่าวไทย ที่อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช มาสุดที่ฝั่งทะเลทิศตะวันตกฝั่ง อันดามัน ที่อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง

         ระยะทางประมาณ 120 กิโลเมตร โดยจะมีแนวคลองที่จะ ต้องตัดผ่านภูเขาสูง ยาวประมาณ 8 กิโลเมตร ส่วนใหญ่
จะเป็นพื้นที่ แนวราบ

เสนอชื่อใหม่ว่า “คลองไทย” !

        ปัจจุบันนี้ มีคลองในโครงการพระราชดำริ ที่ปากพนัง ที่ได้มีการขุด คลองขนาดกว้าง 160 เมตร ยาว 23 กิโลเมตร
ลึก 5 เมตร แนว “คลองไทย” จะอยู่ไม่ห่างและขนานกับคลองนี้

         หากเป็นเช่นนั้นจริง จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง กระบี่ และตรัง จะเป็นพื้นที่สำคัญทางยุทธศาสตร์
การขนส่งทางเรือ
และการพลังงาน ของภูมิภาคในทันที

       เรื่องคลองกระนี้แม้จะเป็นความเคลื่อนไหวผลักดันรอบใหม่ อาจจะไม่สำเร็จเหมือนกับที่เคยไม่สำเร็จมาแล้วในรอบ
200 กว่าปี

        แต่ก็ได้แสดงให้เห็นถึงความสนใจของประเทศจีนต่อพื้นที่ภาคใต้ตอนบนในเขตนี้อย่างชัดเจน

         นอกจากนั้น จีนยังเข้ามาผูกกับแหลมฉบังของเรา

        ก่อนหน้านี้ การขนส่งทางเรือของไทยเพื่อไปสู่ญี่ปุ่น ยุโรป อเมริกา แทบทั้งหมดจะต้องขนส่งลงเรือเล็ก หรือที่เรียกว่า
 “ฟีดเดอร์” เพื่อไปลงเรือแม่ที่อยู่สิงคโป
ร์ ไม่มีชิปปิ้งไลน์ไหนอยากจะเข้ามาตอนใน เหตุผลหนึ่งก็เพราะไม่คุ้ม อีกเหตุผลหนึ่งก็เพราะสิงคโปร์เองก็ไม่อยากให้แหลมฉบังเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางน้ำแข่งกับตัวเอง

         สายการเดินเรือจีนที่ชื่อว่า “คอสโก้” ได้ส่งเรือแม่เข้ามาให้บริการเมื่อช่วงก่อนวิกฤตเศรษฐกิจเล็กน้อย จนบัดนี้ก็ยังบริการอยู่

         อัตราค่าระวางของเรือจีนถูกมาก ทำให้สายการเดินเรือคู่แข่งจากชาติอื่น ๆ ไม่กล้าขยับราคาขึ้นมานานหลายปีแล้ว


พายัพ วนาสุวรรณ 21 ม.ค. 48


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Comes the knowledge!!
Fushiki dane, koko ni Futari ga aetekita.Kimi dake dakishimetei tai.
ไม่มีใครรู้ว่าชีวิตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ทุกคนมีแต่เมื่อวานซึ่งไม่อาจย้อนกลับไปเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขอะไรได้ เหลือเพียงแต่วันนี้ ซึ่งหากทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ก็ไม่ต้องกังวล ว่าชีวิตอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
joobeng25
jaidee5
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3282


ชีวิตจะยากเย็นเพียงใด ใจก็สู้ไม่หวั่น


เว็บไซต์
Re: โครงการขุดคลองกระ
« ตอบ #13 เมื่อ: มีนาคม 09, 2006, 05:55:17 »



  การเปรียบเทียบระหว่าง โครงการแลนด์บริดจ์  กับโครงการคลองไทย (คอคอดกระ)

โครงการแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) เป็นโครงการสร้างถนนเชื่อมฝั่งทะเลอันดามันกับฝั่งอ่าวไทยหรือที่เราเรียกว่า Land Bridge
หรือสะพานข้ามพื้นดิน เพื่อเชื่อมต่อการขนส่งสินค้าต่างๆ ที่มาทางเรือจากฝั่งทะเลด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่ง

สำหรับในทางภาคปฏิบัติ ประโยชน์ที่จะได้รับก็คงไม่แตกต่างไปจาก ถนนสายหลักของประเทศที่มีอยู่ในปัจจุบัน
นอกจากจะมีการเน้นในรูปแบบของวัตถุประสงค์ที่จะใช้เฉพาะ เพื่อการขนส่งสินค้าระหว่างสองฝั่งทะเล การขนส่งสามารถเป็นได้
ทางรถยนต์ รถไฟ หรือการขนส่งน้ำมันโดยระบบทางท่อ

สิบ แลนด์บริดจ์ ก็ยังทำประโยชน์ ไม่เท่าหนึ่งคลอง

            เพื่อให้มองเห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น  สมมุติว่าเราสร้าง Land Bridge เสร็จสมบูรณ์แล้ว และมีท่าเทียบเรือทั้งสองฝั่งทะเล
 ที่ฝั่งทะเลอันดามัน กับ ฝั่งทะเลอ่าวไทย และ  มีเรือขนาด 5,000 ตู้(TEU) มาเทียบท่าฝั่งทะเลอันดามัน แล้วนำตู้สินค้า
 จำนวน5,000 ตู้(TEU)ลงเพื่อส่งต่อ ไปยังฝั่งทะเลอ่าวไทย โดยใช้รถขนส่งตู้สินค้า 5,000 ตู้(TEU)  จะต้องใช้รถบรรทุก
 วิ่งขาไป 5,000 เที่ยว ขากลับ 5,000 เที่ยว รวม 10,000 เที่ยว หากจ่ายค่ารถบรรทุกเที่ยวละ 7,000 บาท
คิดรวมเฉพาะค่าขนส่งอย่างเดียว 70 ล้าน บาท

           ถ้ารวม ค่าเครน ยกตู้จากเรือ ขึ้น รถ และจากรถ ลงเรือ ค่าเช่าเรือ และค่าที่จอดเรือในแต่ละวันที่เสียเวลาระหว่างขนตู้
คอนเทเนอ ตลอดจนค่าบริการต่างๆ หากรวมแล้ว ค่าใช้จ่ายจะมีมากกว่า 100  ล้าน บาท จะเห็นได้ว่าการขนส่งด้วย โครงการ
แลนด์บริดจ์  หรือสะพานเศรษฐกิจ (Land Bridge) กลับเป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาก และเสี่ยงกับความเสียหายของ
สินค้าในการ ขนขึ้น- ขนลง ทำให้เสียเวลาเพิ่มมากขึ้นอีกต่างหาก จากการวิเคราะห์แบบธรรมดาๆ  เจ้าของบริษัทเดิน
เรือขนส่งสินค้า  ที่มาใช้บริการ สามารถให้คำตอบได้เลยว่าไม่เอา ด้วยแน่

         ประเทศสิงคโปร์  เป็นศูนย์กลั่นน้ำมันของเอเชีย ใช้น้ำมันดิบในการกลั่นแต่ละวัน 1,300,000 บาเลน ต่อวัน มีโรงกลั่น
น้ำมันขนาดใหญ่ 3 โรง ของบริษัท ExxonMobil’s ใช้น้ำมันดิบในการกลั่นวันละ 580,000 บาเลน ต่อวัน   ของบริษัท
Royal Dutch/Shell’s ตั้งอยู่ที่เกาะ Pulau Bukom island ใช้น้ำมันดิบในการกลั่นวันละ 430,000 บาเลน ต่อ วัน  และของ
บริษัท Singapore Refining Corporation’s (SRC) ใช้น้ำมันดิบในการกลั่นวันละ 285,000 บาเลน ต่อ วัน

           เป็นที่ทราบกันดีว่า ความเจริญก้าวหน้าของประเทศสิงคโปร์ มีข้อจำกัดในเรื่องของทรัพยากรณ์ธรรมชาติ
และขนาดของตลาดซื้อขายภายในประเทศมีขนาดเล็กมาก รัฐบาลของประเทศสิงคโปร์ตระหนักดีว่าประเทศตนต้องอาศัย
การค้าขายเป็นหลัก

         จึงต้องพยามทำทุกอย่าง ที่จะให้คนสิงคโปร์เป็นผู้ดำเนินธุระกิจ ทั้งบริษัทในประเทศสิงคโปร์เอง  และต่างประเทศ
อย่างเต็มที่  และรัฐบาลประเทศสิงคโปร์เอง ก็พยามทำทุกอย่างที่จะเอื้ออำนวย สร้างเงื่อนใขที่จะให้ต่างประเทศมาลงทุน
ในประเทศสิงคโปร์ 

         ช่วงปี 2546 การมาเยือนช่วงสั้นของประธานาธิบดีสหรัฐ President Bush นายกรัฐมนตรี Goh Chok Tong
ได้นำหน้าประเทศต่างๆ ทั้ง ประเทศจีน ประเทศอินเดีย และกลุ่มประเทศ ใน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ได้ทำการตกลง
และทำหนังสือความร่วมมือ ทางการค้า (Free Trade Agreement and a Memorandum of Intent of Cooperation
in Environmental Matters.) กับประธานาธิบดีสหรัฐ   และรัฐบาลประเทศสิงคโปร์ ยังประกาศถึงความร่วมมือกับประธานาธิบด
ีสหรัฐ ด้านการต่อต้านกลุ่มผู้ก่อการร้ายทั่วโลก และยับยั้งการกระจายอาวุธต่างๆในย่านนี้ด้วย 

        ประเทศสิงคโปร์ เป็นลูกค้าสำคัญของประเทศสหรัฐ รายใหญ่ที่สุดในกลุ่มประเทศ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ปัจจุบัน
ประเทศสหรัฐ ลงทุนใน ประเทศสิงคโปร์ประมาณ  2,500,000 ล้านบาท ( $61.4 billion) , และประเทศสิงคโปร์ส่งสินค้า
ไปยังประเทศสหรัฐมูลค่ากว่า   70,000 ล้าน บาท ต่อปี ($16.6 billion) มีบริษัทของประเทศสหรัฐตั้งศูนย์สำนักงาน
ขนาดใหญ่กว่า 1,300 บริษัทในประเทศสิงคโปร์ (ข้อมูลจาก CIA World Fact book; Dow Jones News Wire; Economic
Survey of Singapore 2003; Economist Intelligence Unit; Global Insight Asia Economic Outlook; Government
of Australia Singapore Statistical Fact Sheet; International )

        ข้อมูลทั้งหมดก็คงพอจะทำให้มองเห็นว่าทำไมประเทศไทยเราต้องใช้ราคาน้ำมันที่ประเทศสิงคโปร์(ผู้ค้ารายใหญ่)
เป็นตัวกำหนดราคา ทำให้มองเห็นถึงโครงการ คลองไทย(คอคอดกระ) ว่าประเทศสิงคโปร์และประเทศสหรัฐ จะคิดเห็น
กับคลองไทยอย่างไร  ประเทศไทยคงจะต้องใช้ความพยายามอย่างมากๆ ที่จะทำให้โครงการนี้ทำได้สำเร็จ

       http://www.thai-canal.com/Land%20Bridge%20T.htm

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Comes the knowledge!!
Fushiki dane, koko ni Futari ga aetekita.Kimi dake dakishimetei tai.
ไม่มีใครรู้ว่าชีวิตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ทุกคนมีแต่เมื่อวานซึ่งไม่อาจย้อนกลับไปเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขอะไรได้ เหลือเพียงแต่วันนี้ ซึ่งหากทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ก็ไม่ต้องกังวล ว่าชีวิตอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
joobeng25
jaidee5
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3282


ชีวิตจะยากเย็นเพียงใด ใจก็สู้ไม่หวั่น


เว็บไซต์
Re: โครงการขุดคลองกระ
« ตอบ #14 เมื่อ: มีนาคม 09, 2006, 06:07:13 »



    ข้อมูลคลองกระ อีกส่วนหนึ่ง...เรียบเรียงไว้เป็นภาษาอังกฤษ หาอ่านได้ครับ..

    http://www.2bangkok.com/2bangkok/MassTransit/kracanal.shtml


   As a fan of Suez and Panama Canal lore, 2Bangkok.com is fascinated by a canal project right here in Thailand.
The Kra Isthmus Canal would cut across the Kra Isthmus in southern Thailand and enable shipping to bypass
the Strait of Malacca and head directly into the South China Sea (and vice versa).

    First proposed in 1677, the canal is still very much alive as former PM Chavalit Yongchaiyudh
(the chief proponent of the canal) is part of the current Thai government again.

    It is hard to imagine how such a megaproject would be of benefit in the twenty-first century considering
the huge costs. It would probably be the last major canal project on earth.

    And recently any megaproject has come under intense fire from local environmentalists
(over issues of resettlement, environmental damage, etc.). With so many negatives, it is hard to
 imagine this project would be undertaken, but nevertheless, it has its supporters.

Prime Minister: we won't build the Kra Canal - Bangkok Post, January 25, 2003

...The contract was given to Phuket Pass Project without a proper bidding contest, and that had damaged
 the national image and credibility
, said Gen Sakan Sathityutakarn, chairman of Kra Canal Management and
Transportation System, Thailand.... ``This is quite unusual since the company has not gone through a proper
channel and a formal bidding process has not yet taken place.''


     Malaysia backs canal go-ahead - Bangkok Post, May 10, 2002

....The canal would be good for the region, even though Malaysia's own port business would suffer if it went
ahead, Mr Mahathir told him.... The project, which has been on and off the drawing board for many decades,
became Gen Chavalit's political canvassing manifesto.... Chinese and Malaysian firms were keen to invest in the
project, which was expected to take seven years and cost 800 billion baht. The feasibility study alone is costing
the government 1.8 billion baht.
(from The Bangkok Post, May 11, 2002)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Comes the knowledge!!
Fushiki dane, koko ni Futari ga aetekita.Kimi dake dakishimetei tai.
ไม่มีใครรู้ว่าชีวิตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ทุกคนมีแต่เมื่อวานซึ่งไม่อาจย้อนกลับไปเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขอะไรได้ เหลือเพียงแต่วันนี้ ซึ่งหากทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ก็ไม่ต้องกังวล ว่าชีวิตอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
หน้า: [1] 2 ขึ้นบน พิมพ์ 
« previous next »
กระโดดไป:  

หน้าแรก ชุมชนคนใจดี !!  บอร์ด ชุมชนคนใจดี !!  อัลบั้ม ชุมชนคนใจดี !!  เกมส์ ชุมชนคนใจดี !!  แชทรูม ชุมชนคนใจดี !!

Choose your language : Thai  English

JAZ Airhostess  Pre Cadet 33  Police Cadet 49  Air Cadet 40

Powered by MySQL Powered by PHP
© 2005 Modified by v Cop Thailand
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!