ชุมชนคนใจดี !!
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
กรกฎาคม 31, 2014, 11:18:46

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ค้นหา:     การค้นหาขั้นสูง
มาเล่นเกมส์ในเว็บกันคะ ... ลองเล่น หรือ ประลองกัน คลิกที่นี่ จ้า
107168 กระทู้ ใน 11087 หัวข้อ โดย 453856 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: AlmaAltma
* บอร์ดรวม บอร์ดรวม บอร์ดรวม บอร์ดรวม บอร์ดรวม ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
+  ชุมชนคนใจดี !!
|-+  กลุ่ม หลากหลายสีสัน
| |-+  บอร์ด เทคโนโลยีสารสนเทศ (ผู้ดูแล: v Cop, nop49)
| | |-+  สิงคโปร์ยุคใหม่
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « previous next »
หน้า: [1] ลงล่าง พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: สิงคโปร์ยุคใหม่  (อ่าน 1126 ครั้ง)
joobeng25
jaidee5
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3284


ชีวิตจะยากเย็นเพียงใด ใจก็สู้ไม่หวั่น


เว็บไซต์
สิงคโปร์ยุคใหม่
« เมื่อ: กรกฎาคม 07, 2006, 20:25:54 »

 Smiley  วันนี้ขอข้ามบอร์ดมาเขียนอะไรในบอร์ดไอทีหน่อยครับ

            ผมเคยแสดงความคิดเห็นไปว่า ต่อไป การพัฒนาความทันสมัย นั้น ดูอยู่ 2 ตัวคือ   
            หนึ่ง ระบบโครงสร้างการติต่อสื่อสาร ขนถ่ายข่าวสาร ข้อมูล  ซึ่งจะรวมไปถึง การโฆษณา ทีวี ป้าย แผ่นพับ เสนอสินค้า  นั่นคือ มีวิธีการทำอย่างไร ให้เกิดการไหลแพร่ของตัวอักษร ภาพ และเสียง ไปได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ผ่านระบบดาวเทียม ระบบการสื่อสารที่ทันสมัย

          สอง คือ ระบบการขนส่ง คน และ สิ่งของ  อันได้แก่ การคมนาคม ไม่ว่าจะเป็น ทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ  ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะให้ระยะเวลาการขนถ่ายคน และสิ่งของ ทำได้รวดเร็ว มากที่สุด

                    นั่นก็คือ  เป็นยุคของการ มีเวลา เป็นตัววัด ความเจริญ ของประเทศนั่นเองครับ


           ดังนั้น จะเห็นได้ว่า เทคโนโลยี การพัฒนาทั้งหลาย มุ่งเน้นในเรื่องเพิ่มความสะดวกสบาย ของคน โดยใช้เวลาน้อยที่สุด มีข้อมูลประกอบในการตัดสินใจมากที่สุด เพื่อลดความเสี่ยง จากการถูกหลอกได้

          และยุคต่อมา ความสำคัญทางด้าน วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ด้านการพัฒนาวัตถุ และการเคลื่อนย้าย คน ข่าวสาร สิ่งของ จะถึงจุดอิ่มตัว  อิ่มตัวในที่นี้คือ จะเริ่มมองหาสิ่งที่น่าจะสำคัญอีกอย่าง เพื่อพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

                 และยุคนั้น จะเป็น ยุคของ การพัฒนาทางการแพทย์ คือ ทำอย่างไร ให้มนุษย์มีอายุยืน และรักษาโรคภัยได้มากที่สุด ความต้องการแพทย์ผู้ชำนาญเฉพาะทางจะเพิ่มมากขึ้น กว่าสายวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม  (ดังนั้น ถ้าใครมีลูกตอนนี้ ก็สนับสนุนให้เรียนแพทย์ได้เลยครับ รับรองเงินเดือนสูงแน่ ๆ  ส่วนบ้านเราตอนนี้กลายเป็นนักกฎหมายที่คดโกง เป็นหลักเสียเนี่ย  Shocked)

           และตอนนี้กำลังมีคนคิด และทดลอง ว่า จะทำอย่างไร ให้เซลล์ในร่างกาย สามารถผลิตทดแทนกันได้ โดยไม่มีวันตาย  ...กล่าวคือ ปัจจุบัน การเติบโตของคนนั้น อาศัยการแบ่งเซลล์ ครับ เซลล์แต่ละตัว อาจจะแบ่งเซลล์ได้ ในปริมาณจำกัด  นักวิทยาศาสตร์เลยหาวิธีคิดว่า จะทำอย่างไร ที่จะกระตุ้นให้เซลล์นั้น ทำหน้าที่แบ่งเซลล์ได้นานขึ้น (คือมีเซลล์ตาย และมีเซลล์ใหม่มาทดแทนได้เรื่อย ๆ)

          และต่อไป ก็จะมีวิธีการที่เรียกว่า ทำสวยตลอดกาล  กล่าวคือ ต่อไป มนุษย์จะไม่มีเน่ารัก่ยว มียุ่น เพราะเขาสามารถควบคุมการผลิตของเซลล์ได้  ซึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ ในอเมริกา ก็ได้มีอาจารย์จากมหาวิทยาลัยรายหนึ่ง ออกวารสารมาว่า  ร่างกายของมนุษย์ มีอะไรที่สลับซับซ้อนเกินกว่าที่ พระผู้เป็นเจ้าของคริสต์ จะรังสรรค์บรรจงแต่งขึ้นมาได้  ก็มีการทะเลาะหนักพอสมควร เพราะมันจะไปขัดหลักความเชื่อทางศาสนา และวิทยาศาสตร์ที่เคยค้นพบมา....ใครสนใจหาอ่านได้จาก ที่นี่ครับ  ภาษาอังกฤษว่า Intelligent design  ... ลองใช้เราเกิล หาดูเองนะครับ  หรือไม่ก็เข้าไป ที่วิกิพีเดีย ก็ได้

          นอกจากนี้ วงการแพทย์ ยังได้พยายาม แกะรหัส ลายพิมพ์ ดีเอนเอ ของแต่และคน ว่า โครงสร้าง ดีเอ็นเอ จะช่วยให้ศึกษาและกระตุ้นเรียนรู้พฤติกรรมคนได้ มาน้อยแค่ไหน   ใครที่เคยเรียนรู้เกี่ยวกับ ลายพิมพ์ดีเอ็นเอ นะครับ ก็พอจะรู้ว่า มีอยู่ในนิวเคลียส ของเซลล์ทุกเซลล์  และลายพิมพ์ดีเอ็นเอ นี้จะเป็น ลายพิมพ์แท่ง ซ้ำ ๆ กัน เช่น บางคน อาจจะมี 13 แท่ง ก็ 13 แท่งตลอด บางคน อาจจะมี 12 แท่ง ก็ 12 แท่ง เรียงกัน ไปอย่างนั้นตลอด

          แต่ก่อนเราอาจจะเคยได้ยินว่า  มนุษย์มี โครโมโซม อยู่ 23 คู่   โดย โครโมโซม ชนิด วาย  ได้รับการถ่ายทอด มาจาก พ่อครับ  ส่วนโครโมโซม ชนิด เอ็กซ์ อีก 23 อัน ก็ได้มาจาก แม่ครับ  เพราะฉะนั้นการตรวจว่า คน ๆ นั้นเป็นลูกของใคร ก็ดูจากชนิดของโครโมโซมนี่แหละ  แต่อาจจะมีข้อผิดพลาดได้ ถ้าหาก เป็นการแต่งงานในเครือญาติกันเอง เพราะแต่ละคน จะมีคล้าย ๆ กัน ก็ต้องมาตรวจพฤติกรรมข้างเคียงอื่น ๆ ประกอบ

          ส่วนการตรวจหา ดีเอ็นเอ นั้น เป็นการตรวจเพื่อพิสูจน์ตัวบุคคลครับ  โดยจะต้อง มีตัวอย่าง คือ เลือด ผมที่ถอนออกมา ผิวหนัง น้ำมูก น้ำลาย (อันนี้ตำรวจต้องเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุมาให้ได้มากที่สุด)  ซึ่งแต่ละคนจะมีลายพิมพ์ดีเอ็นเอ ไม่เหมือนกัน สามารถตรวจจำแนก ได้ ถึง 99.99 เปอร์เซนต์                      ผมร่ายยาวไปหน่อยครับ.... มาว่าต่อเรื่องสิงคโปร์ดีกว่านะครับ  ไปอ่านจะเวป หนังสือพิมพ์ธุรกิจมา  มีบางอย่าง ก็คล้าย ๆ กับประเทศญี่ปุ่น ครับ   แต่รู้สึกว่า ด้านไอทีของสิงคโปร์จะล้ำหน้าประเทศใด ๆ ในเอเชียอยู่มากทีเดียว  ลำดับถัดมา น่าจะเป็นจีนครับ ส่วนญี่ปุ่น ผมคิดว่าเป็นอันดับสาม เพราะเขาเน้นเทคโนโลยีที่ใช้เพื่อธุรกิจเป็นหลัก

       
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Comes the knowledge!!
Fushiki dane, koko ni Futari ga aetekita.Kimi dake dakishimetei tai.
ไม่มีใครรู้ว่าชีวิตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ทุกคนมีแต่เมื่อวานซึ่งไม่อาจย้อนกลับไปเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขอะไรได้ เหลือเพียงแต่วันนี้ ซึ่งหากทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ก็ไม่ต้องกังวล ว่าชีวิตอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
joobeng25
jaidee5
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3284


ชีวิตจะยากเย็นเพียงใด ใจก็สู้ไม่หวั่น


เว็บไซต์
Re: สิงคโปร์ยุคใหม่
« ตอบ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 07, 2006, 20:32:30 »


    หลังจากไม่ได้เดินทางไปประเทศสิงคโปร์มานานประมาณ 5-6 ปี เพิ่งจะมีโอกาสกลับไปอีกครั้งเพื่อชมงาน CommunicAsia 2006 ทำให้ได้พบกับการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจหลายอย่าง อาทิเช่น แท็กซี่ในประเทศนี้ส่วนใหญ่จะมีเครื่องมืออำนวยความสะดวกครบครัน นอกเหนือไปจากการมีวิทยุสื่อสารและมิเตอร์คำนวณค่าใช้จ่ายเหมือนๆ กับที่แท็กซี่บ้านเรามีแล้ว ส่วนใหญ่ยังติดตั้งเครื่องรูดบัตรเครดิตและเครื่องพิมพ์ขนาดเล็ก จึงสามารถชำระค่าแท็กซี่ด้วยบัตรเครดิตได้ และยังสามารถพิมพ์ใบเสร็จรับเงินให้ลูกค้าได้อีกต่างหาก

    ที่ขาดไม่ได้คือกล่องบัตรเงินสด (Cash Card) ที่รถยนต์ทุกคันต้องมี เพราะการเดินทางด้วยรถยนต์ในประเทศนี้ จะต้องเสียค่าใช้จ่ายจุกจิกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นค่าผ่านทาง ค่าที่จอดรถ ฯลฯ โดยการชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ เหล่านี้ มักจะไม่มีคนมาเก็บ เกือบทุกอย่างจะเป็นระบบอัตโนมัติทั้งหมด การมีบัตรเงินสด จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

ระบบส่วนใหญ่ในปัจจุบันสามารถอ่านและชำระราคา
ได้ทันทีจากกล่องที่บรรจุบัตรเงินสด
ที่ติดตั้งอยู่กับกระจกหน้ารถด้านล่างใกล้คนขับ โดยไม่จำเป็นต้องนำบัตรไปเสียบกับเครื่องอ่านใดๆ นอกตัวรถเลย ยกเว้นการจอดรถในบางพื้นที่จะมีคนถืออุปกรณ์มาเดินแล้วยิงสัญญาณไปที่กล่องบัตรเงินสดที่ติดอยู่ที่กระจก ทั้งนี้ ระบบจะหักเงินออกจากบัตรเงินสดทันที ดูๆ ไประบบดังกล่าวเหมือนกับที่ใช้ในช่องทางด่วนอัตโนมัติของเรา แต่ที่สิงคโปร์จะเป็นระบบเดียวกันในทุกสถานที่ ทำให้มีความคุ้มค่าในการลงทุนมากกว่า

ตัวอย่างข้างต้นพอสรุปได้ถึงประโยชน์อันมหาศาลของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ที่ประเทศสิงคโปร์ได้ประกาศเป็นแผนพัฒนา intelligence Nation 2015 (iN2015) ซึ่งบทความนี้จะนำบางส่วนมาเล่าสู่กันฟังเช่นเคย


เป้าหมายของแผน iN2015 คือการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อให้ประเทศสิงคโปร์มีการเชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์ภายในปี ค.ศ. 2015 (A Connected Singapore) โดยเทคโนโลยีดังกล่าวจะเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตของผู้คนในทุกส่วน เช่น การซื้อตั๋วชมภาพยนตร์ สามารถสั่งผ่านทางโทรศัพท์มือถือ และโรงภาพยนตร์จะส่งตั๋วกลับมาให้ทางมือถือเช่นเดียวกัน

เด็กนักเรียนจะสามารถทำการบ้านในลักษณะการใช้สื่อการสอนแฝงอยู่ในการเล่นเกมผ่านทางโครงข่ายสื่อสารข้อมูล และเด็กๆ ยังสามารถติดต่อกับเพื่อนและครูได้แบบ online ส่วนในการเรียนภาคสนาม (field trip) นักเรียนจะสามารถเรียกดูข้อมูลผ่านทาง tablet PC หรือคอมพิวเตอร์ขนาดจิ๋วจากห้องสมุดได้ทันที ทำให้การเรียนการสอนเป็นที่น่าสนุกตื่นเต้นไปพร้อมกับความรู้ที่ได้รับ

แผนนี้ยังพูดถึง การปรับปรุงระบบข้อมูลทางการแพทย์ให้มีการเชื่อมโยงข้อมูลเวชระเบียนของทุกโรงพยาบาลเข้าด้วยกัน ทำให้แพทย์สามารถเรียกดูประวัติการรักษาของคนไข้ของตนได้ทั้งหมด ไม่ว่าเขาจะเคยไปรักษาที่ใดมาก่อนก็ตาม อีกทั้งผู้เฒ่าที่อยู่ที่บ้านจะมีระบบโทรเวช (teleHealth) คอยตรวจตราดูแลสุขภาพผู้เฒ่าเหล่านั้น ผ่านอุปกรณ์ตรวจวัดพิเศษตามแต่กรณี เช่น ผู้เฒ่าสามารถวัดระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเอง แล้วส่งไปให้แพทย์ประจำตัววิเคราะห์ดูโดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปพบแพทย์ เป็นต้น

นอกจากนี้ นักธุรกิจและคนทำงานยังสามารถดูแลการลงทุน ค่าใช้จ่ายต่างๆ ในเวบท่าส่วนบุคคล (personal portal) ทั้งผ่านคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ รวมไปถึงการชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยสะดวกรวดเร็วอีกด้วย ประการสำคัญ นักท่องเที่ยวสามารถจองตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรม จองแท็กซี่ ผ่าน Digital Concierge website แล้วอุปกรณ์มือถือจะคอยเตือนหรือบอกข้อมูลการท่องเที่ยวตามแผนการเดินทางที่จองไว้ รวมไปถึงการนำเสนอสินค้าและบริการทางการตลาดอื่นๆ ได้อย่างเต็มที่

นอกจากแผนหลักข้างต้น ยังมีแผนหรือกลเม็ดย่อยๆ ที่น่าสนใจอีก เช่น การที่รัฐบาลสนับสนุนคอมพิวเตอร์ให้กับนักเรียนที่ผู้ปกครองมีรายได้ไม่เพียงพอ โดยให้นักเรียนคนดังกล่าวไปทำหน้าที่สอนการใช้คอมพิวเตอร์ให้กับผู้อาวุโสในชุมชนของตัวเองเป็นการชดเชย เป็นต้น

โครงสร้างพื้นฐานที่สิงคโปร์จะต้องลงทุนประกอบไปด้วย สองส่วนหลักๆ คือ ส่วนที่หนึ่งเป็นการสร้างเครือข่ายสื่อสารความเร็วสูงแบบมีสายไปถึงทุกบ้าน ทุกครัวเรือน ทุกอาคาร โดยการติดตั้งจะต้องสำเร็จสมบูรณ์ในปีค.ศ. 2012 หรืออีก 6 ปีข้างหน้า ความเร็วในการส่งผ่านข้อมูลอย่างน้อย 100 Mbps (ล้านบิตต่อวินาที) ไปจนถึง 1Gbps (พันล้านบิตต่อวินาที) แต่จะเป็นบริการที่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

สำหรับบ้านเราตอนนี้เครือข่ายความเร็วสูงแบบมีสายวิ่งที่ความเร็วตั้งแต่ 128 Kbps ไปจนถึง 1Mbps เท่านั้นเอง สำหรับโครงสร้างพื้นฐานในส่วนที่สองจะเป็นระบบสื่อสารความเร็วสูงแบบไร้สาย โดยความเร็วขั้นต่ำ 512 Kbps (พันบิตต่อวินาที) บริการส่วนนี้ไม่เสียค่าใช้จ่าย

ตัวอย่างแผนการพัฒนาดังกล่าวมีการประชาสัมพันธ์ให้ชาวสิงคโปร์เข้าใจอย่างง่ายๆ และเป็นรูปธรรม แม้ว่าเราต้องยอมรับว่าขนาดของประเทศเป็นปัจจัยหนึ่ง ที่ทำให้แผน iN2015 สามารถประสบผลสำเร็จได้ง่ายกว่าของเรา เท่าที่คุยกับเพื่อนชาวสิงคโปร์บางคนอาจจะกังวลใจบ้างกับแผนนี้ เช่น ระบบบัตรเงินสดหากเชื่อมโยงถึงกันหมด จะสามารถให้ข้อมูลความเคลื่อนไหวของรถคันใดๆ ก็ได้ ว่าเดินทางไปไหนบ้าง จอดรถที่ใด นานเท่าไร แต่ดูเหมือนว่าคนสิงคโปร์จะยอมรับความโปร่งใสของรัฐบาล ซึ่งเป็นตัวดึงดูดการลงทุนให้กับนานาประเทศ
การสร้างระบบข้อมูลและการใช้ข้อมูลให้เป็นประโยชน์ เราก็ยังจะต้องปรับปรุงอีกมาก ตัวอย่างเช่น ขากลับระหว่างรอเที่ยวบิน มีเจ้าหน้าที่มาสัมภาษณ์ความเห็นเกี่ยวกับสนามบิน และบริการในด้านต่างๆ เมื่อทราบวัตถุประสงค์ของการเก็บข้อมูลก็ต้องยอมรับกระบวนการทำงานของเขา เพราะการสัมภาษณ์เก็บข้อมูลนี้ เป็นการสุ่มทั้งชาวต่างชาติและชาวสิงคโปร์เอง เพื่อนำไปปรับปรุงและออกแบบการขยายสนามบินส่วนที่ 3 (terminal 3)

ประการสุดท้ายลองคิดเล่นๆ ว่า ทำไมสิงคโปร์จึงมาลงทุนระบบโทรคมนาคมในเมืองไทย หากโยงกับข้อมูลข้างต้นที่สิงคโปร์จะให้บริการสื่อสารไร้สายความเร็วสูงในประเทศโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายนั้น (ซึ่งตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิงสำหรับประเทศไทย) สิงคโปร์ก็ต้องหาแหล่งรายได้ไปสนับสนุน หากเป็นดังนั้นจริง คงเป็นการรีดเลือดจากปู (จากคนไทย?) โดยแท้ ให้ติดตามการคิดค่าบริการ 3G ของประเทศไทยเป็นตัวพิสูจน์ต่อไป

 
http://www.dsi.go.th/dsi/news_index.jsp?id=1525
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Comes the knowledge!!
Fushiki dane, koko ni Futari ga aetekita.Kimi dake dakishimetei tai.
ไม่มีใครรู้ว่าชีวิตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ทุกคนมีแต่เมื่อวานซึ่งไม่อาจย้อนกลับไปเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขอะไรได้ เหลือเพียงแต่วันนี้ ซึ่งหากทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ก็ไม่ต้องกังวล ว่าชีวิตอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
v Cop
Moderator
jaidee5
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4710


www.policecadet49.com


เว็บไซต์
Re: สิงคโปร์ยุคใหม่
« ตอบ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 08, 2006, 03:32:31 »


ขอบคุณ มากๆ ครับ

ได้ความรู้ไปเพียบเลยครับ

smitten
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

extra
บุคคลทั่วไป


อีเมล์
Re: สิงคโปร์ยุคใหม่
« ตอบ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 08, 2006, 09:29:41 »

 Afro
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1] ขึ้นบน พิมพ์ 
« previous next »
กระโดดไป:  

หน้าแรก ชุมชนคนใจดี !!  บอร์ด ชุมชนคนใจดี !!  อัลบั้ม ชุมชนคนใจดี !!  เกมส์ ชุมชนคนใจดี !!  แชทรูม ชุมชนคนใจดี !!

Choose your language : Thai  English

JAZ Airhostess  Pre Cadet 33  Police Cadet 49  Air Cadet 40

Powered by MySQL Powered by PHP
© 2005 Modified by v Cop Thailand
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!