ชุมชนคนใจดี !!
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
พฤศจิกายน 26, 2014, 19:23:29

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ค้นหา:     การค้นหาขั้นสูง
มาเล่นเกมส์ในเว็บกันคะ ... ลองเล่น หรือ ประลองกัน คลิกที่นี่ จ้า
107172 กระทู้ ใน 11088 หัวข้อ โดย 453856 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: AlmaAltma
* บอร์ดรวม บอร์ดรวม บอร์ดรวม บอร์ดรวม บอร์ดรวม ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
+  ชุมชนคนใจดี !!
|-+  กลุ่ม หลากหลายสีสัน
| |-+  บอร์ด เศรษฐกิจการเมือง (ผู้ดูแล: joobeng25, Gizmo)
| | |-+  เศรษฐกิจพอเพียง
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « previous next »
หน้า: [1] 2 ลงล่าง พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: เศรษฐกิจพอเพียง  (อ่าน 11202 ครั้ง)
joobeng25
Moderator
jaidee5
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3282


ชีวิตจะยากเย็นเพียงใด ใจก็สู้ไม่หวั่น


เว็บไซต์
เศรษฐกิจพอเพียง
« เมื่อ: ตุลาคม 28, 2006, 12:14:10 »

 Smiley  ผมจำได้ว่า เคยมีการเขียนเกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ในเวปนี้มากทีเดียว  เท่าที่รวบรวมได้ ก็น่าจะมีจากที่นี่

         http://www.thaijaidee.com/forum/index.php?topic=735.msg5303#msg5303
         เงินเดือนตำรวจ กับ หลักเศรษฐกิจพอเพียง
        http://www.thaijaidee.com/forum/index.php?topic=854.msg6867#msg6867
        รวบรวมบทความน่าสนใจ
        http://www.thaijaidee.com/forum/index.php?topic=3147.msg63820#msg63820
        เป็นเรื่องแนวคิดเศรษฐศาสตร์ชุมชน
        http://www.thaijaidee.com/forum/index.php?topic=840.msg8231#msg8231
        สาเหตุความยากจน กับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

         http://www.sufficiencyeconomy.org/
        เป็นเวปที่เกี่ยวกับการขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง


                       ผมนำมารวบรวมไว้ เพราะคิดว่า ตอนนี้แนวคิดเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงน่าจะได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ผมเคยเขียนไว้ในหัวข้อ ถ้าเงินเดือนเป็นอย่างนี้ ว่า
http://www.thaijaidee.com/forum/index.php?topic=735.msg5303#msg5303

                          ตอนแรกผมก็เคยคิดว่าการปฏิบัติตามทฤษฎีพอเพียงนั้นคงจะเป็นไปไม่ได้ ต่อมาผมคิดว่าเป็นไปได้ แต่ยาก เพราะเราอยู่ในระบบใหญ่ เราทำคนเดียว ระบบไม่ไปด้วยก็ทำไม่ได้ และเป็นการทำแบบสวนกระแสค่านิยมต้านทุนนิยมโลก แต่นั่นเป็นความเข้าใจผิดของผม เพราะดูจากแบบอย่างคนปฏิบัติหลาย ๆ คน แล้วสรุปไปอย่างนั้น เนื่องจากถูกทำให้สงสัยว่าคน ๆ นั้นอยู่แบบพอเพียงด้วยหรือ??? แต่จริง ๆ มันคงจะปฏิบัติยากสำหรับผู้ที่ต้องตามกระแสสังคมอย่างพวกเรา ๆ

       ผมคิดว่า ในเรื่องการปฏิบัติตัวตาม หลักเศรษฐกิจพอเพียง ที่บางคนคิดว่าเป็นไปไม่ได้นั้น
      ก็คงจะเข้าใจผิด ๆ เหมือนกับ คำว่าทุนนิยม กับ เศรษฐศาสตร์แบบพุทธนั้นปฏิบัติไม่ได้ เพราะมันขัดแย้งกันในตัว
สาเหตุเพราะไปเอาหลักธรรมขั้นสูงของพุทธเรื่องการปล่อยวาง ลดละกิเลส มาปรับใช้กับ ความอยากตามโลกทุนนิยม นั่นแหละ เศรษฐกิจแบบพอเพียงก็คือเศรษฐศาสตร์เชิงพุทธ ที่ยึดเอาหลักทางสายกลางเป็นฐานให้อยู่บนความไม่ประมาท

      ที่หลายคนคิดว่าปฏิบัติไม่ได้ คงเป็นเพราะ เราวางหลักความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน ไม่ถูกต้อง จึงทำให้หลักทางสายกลางนี้ ไม่ได้รับความสนใจ หรือแม้กระทั่งผู้ปฏิบัติบางคนยึดไปใช้ก็เอาไปแบบไม่เข้าใจจริง ๆ กลายเป็นทฤษฎีสันโดษแบบสุดโต่งไปโน่น

                         และในหัวข้อ  ถึงเพื่อน นรต.49 http://www.thaijaidee.com/forum/index.php?topic=3147.msg64809#msg64809
    ที่ว่า.... ผมเล่าต่อไปว่า  ทั้งเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐศาสตร์เชิงพุทธ  เป็นการใช้คำที่สวยหรูเฉย ๆ  โดยเฉพาะคำว่าเศรษฐศาสตร์เชิงพุทธ นั้น ไม่น่าจะใช้ได้  เพราะศาสนาพุทธ ไม่ได้สอนในเรื่องเศรษฐกิจแต่อย่างใด  หลักการที่พระพุทธเจ้าค้นพบจริง ๆ นั้น ไม่ได้บอกไว้ว่า จะต้องทำเพื่อคนอื่นให้มาก ทำเพื่อตนเองให้น้อยลง เพื่อลดขจัดกิเลสของตัวเอง... ผมบอกว่า ศาสนาพุทธ ไปไกลกว่านั้นอีก เป็นหลักการที่เหนือกว่าเศรษฐกิจ การดึงเอาหลักทางศาสนามาใช้ น่าจะเป็นเพียงแค่ นักวิชาการหาคำที่เหมาะสมไม่ได้ ก็อิงหลักศาสนามาประกบ ซึ่งก็เท่ากับ เอาศาสนาพุทธ มาอยู่ระดับเดียวกับ ศาสนาที่เน้นในเรื่องการปกครอง การอยู่ในสังคมที่ดี อย่าง ศาสนาคริสต์ หรืออิสลาม
       ความจริง ศาสนาพุทธ ปฏิเสธ การอยู่ในโลกใบนี้ต่างหาก...  การนำเอาหลักศาสนาพุทธมาอธิบายนั้น เป็นการนำเอาคำสอนของพระพุทธเจ้าตอนหลัง หรือคำอธิบายธรรมของสาวก มาประกอบแค่นั้น พระพุทธเจ้าไม่ได้คิดว่า คนจะต้องมาคิดเรื่องเศรษฐกิจ โดยเอาหลักศาสนาไปใช้แต่อย่างใด  นั่นคือ พระองค์มุ่งผลสัมฤทธิ์คือ ให้สาวก หรือผู้คนปฏิบัติตามแนวทาง อันไปสู่ความดับสิ้นแห่งกิเลส ทางนิพพานเท่านั้น
                       -------------------------------------- police police-----------------------------------------

                       สำหรับหลักการแนวคิดเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง ตามที่ผมเข้าใจนั้น คือ การประเมินศักยภาพตัวเอง แล้วก็ให้รู้จักคำว่า ความพอดี  ว่าเราควรอยู่ในระดับใด ตามสภาวะและฐานะขณะนั้น ๆ โดยหลักการเศรษฐกิจพอเพียงนี้ ถ้าให้ผมประเมินศักยภาพตามความเป็นจริงว่าทำได้หรือไม่นั้น ผมมั่นใจว่า ทำไม่ได้หรอก แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือ การยกระดับจิตใจคนเรา ตามหลักทางพุทธศาสนา ว่าด้วยเรื่อง ทางสายกลาง และ คำว่าให้รู้จัก พอ  พอดี พอควร พองาม

                     ณ เวลานี้ การนำเอาเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงมาขยายผล ในระดับที่จะเกิดขึ้นต่อไป ผมจึงมองว่า จะเป็นการล้างสมอง ปรับฐานความคิดคนไทย มากกว่า ที่จะผลักดันให้ได้สังคมที่ดำเนินเศรษฐกิจแบบพอเพียงจริง ๆ  เพราะในสภาพเศรษฐกิจโลกแห่งทุนนิยม ไม่ใช่แนวทางเดียวกับการสร้างความพอดี รู้จักพอ ซึ่งเป็นปรัชญาที่สำคัญของ เศรษฐกิจพอเพียงนี้

                      แต่ถ้าหาก เศรษฐกิจพอเพียงจะขับเคลื่อนไปอีกทางหนึ่ง ซึ่งสนับสนุนระบบทุนนิยมเสรี มันก็ทำได้เพียงการหลอกตัวเอง ว่าเป็นเศรษฐกิจพอเพียง คือผมตั้งข้อสังเกตว่า มันจะเป็นการเล่นคำ ศัพท์ ทางเศรษฐศาสตร์มากกว่า ในเมื่อเราวิพากษ์ว่าทุนนิยมเสรีไม่ดี เราก็หาคำใหม่มาอธิบาย แต่จริง ๆ ก็คือเราเดินไปตามทางแห่งทุนนิยมเสรีไปแบบเชื่องช้ากว่าปกติแค่นั้นเอง

                     ผมจึงยังคงมีความคิดเช่นเดิมว่า  คำว่าเศรษฐกิจพอเพียง เป็นการสร้างฐานคิดปรับระดับจิตใจของคนในสังคมเท่านั้น  (ให้ประเมินตัวเอง ไม่โลภ ไม่โกง ไม่ทำร้าย ทำลาย เอาเปรียบ สังคม และบุคคลอื่น) ไม่สามารถขับเคลื่อนไปตามระบบใหญ่เช่นเดียวกับเศรษฐกิจทุนนิยมเสรีได้เต็มร้อยส่วน

                      ดังนั้น การที่จะทำยุทธศาสตร์เศรษฐกิจแบบพอเพียง เป็นยุทธศาสตร์ระดับชาติหรือระดับประเทศนั้น จึงเป็นเพียงการนำเอาหลักการเพียงบางส่วน ไม่ใช่ทั้งหมดของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ แต่ถ้าใครนำไปใช้ก็จะรู้สึกมีความสุขเพิ่มขึ้น มั่นคงมากขึ้น (เพราะระดับจิตใจเปลี่ยนไป) ถามว่าความสุขตามแนวสังคมทั่วไปที่ว่าด้วย สะดวก สบาย รวดเร็ว ทันใจ  กับความสุขตามแบบเศรษฐกิจพอเพียงนั้น เป็นอย่างเดียวกันหรือไม่ ก็น่าจะเป็นคำตอบได้ว่า ทำไมช่วงนี้คำว่าเศรษฐกิจพอเพียงจึงโดดเด่นขึ้นมา    และมันจะถูกใจใครบ้าง  smitten

                    ถามว่าฐานคิดเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงมาจากไหน  หลายคนก็ตอบได้ชัดเจนว่า มาจากในหลวง ถามต่ออีกว่า ในหลวงนำมาจากไหน  ก็จากการเดินทางไปตามที่ต่าง ๆ ช่วยพัฒนาขจัดความเดือดร้อนของพสกนิกร แล้วคิดหาหนทางแก้ไข ช่วยเหลือให้  และจากแนวคิดเรื่อง  small is beautiful
http://en.wikipedia.org/wiki/Small_Is_Beautiful
http://www.fguide.org/Bulletin/Schumacher.htm
http://www.progressiveliving.org/economics_frameset.htm
http://www.smallisbeautiful.org/buddhist_economics/english.html
                  อันว่า เศรษฐกิจพอเพียง นอกจากจะเป็นลักษณะของเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับ กระแสพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้วยังถือได้ว่าสอดคล้องกับ พระพุทธศาสนา เพราะเป็นแนวทางที่ใกล้เคียงกับคำว่า เศรษฐศาสตร์ชาวพุทธ ในหนังสือ Small is Beautiful : Economics as if People Mattered ของนักเศรษฐศาสตร์กระแสรองนามกระเดื่อง อี. เอฟ. ชูเมกเกอร์ พิมพ์เผยแพร่ออกมาเป็นที่ โด่งดังในวงวิชาการ เมื่อ ค.ศ. 1973 ถือว่างานในระดับ การปฏิวัติแนวคิดเชิงเศรษฐศาสตร์ แม้เวลาจะผ่านไป 32 ปีเต็ม แต่กล่าวได้ว่ายังเป็นเนื้อหาที่ทันยุคทันสมัยอย่างยิ่ง บทที่ 4 ของงานนี้มีชื่อว่า Buddhist Economics นั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เคยทรง พระราชนิพนธ์แปล ไว้ภายใต้ชื่อ "...เศรษฐศาสตร์ตามนัยของพระพุทธศาสนา บทที่ 4 เล็กดี รสโต." เพียงแต่ ไม่ได้แพร่หลายในวงกว้าง แต่หากใครสนใจน่าจะหาอ่านได้จากสำนวนแปลของ รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ ที่รวมอยู่ในหนังสือฉบับแปลภาษาไทยโดย สมบูรณ์ ศุภศิลป์ ในชื่อ จิ๋วแต่แจ๋ว : เศรษฐศาสตร์เชิงพุทธ จะได้เห็นถึง หัวใจ ของเรื่องราว
              จากบทความของเซียงเส้าหลง ผู้จัดการ http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9480000114704

                     ก็ลองอ่านเล่น ๆ ไปก่อนนะครับ... เดี๋ยวผมจะกลับมาเขียนเล่าเรื่องต่ออีกหน่อย

               
บันทึกการเข้า

Comes the knowledge!!
Fushiki dane, koko ni Futari ga aetekita.Kimi dake dakishimetei tai.
ไม่มีใครรู้ว่าชีวิตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ทุกคนมีแต่เมื่อวานซึ่งไม่อาจย้อนกลับไปเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขอะไรได้ เหลือเพียงแต่วันนี้ ซึ่งหากทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ก็ไม่ต้องกังวล ว่าชีวิตอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
v Cop
jaidee5
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4709


www.policecadet49.com


เว็บไซต์
Re: เศรษฐกิจพอเพียง
« ตอบ #1 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2006, 22:55:42 »

 smitten
บันทึกการเข้า

joobeng25
Moderator
jaidee5
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3282


ชีวิตจะยากเย็นเพียงใด ใจก็สู้ไม่หวั่น


เว็บไซต์
Re: เศรษฐกิจพอเพียง
« ตอบ #2 เมื่อ: ธันวาคม 20, 2006, 01:58:59 »

 Smiley  วันนี้ 19 ธ.ค.2549  เป็นวันที่ ธปท. ออกนโยบายสกัดการเก็งกำไรค่าเงินบาท ห้ามนักลงทุนต่างชาติเทขายเงินบาท เอาเงินดอลล่าร์กลับออกนอกประเทศไปหมด ครบร้อยส่วน โดยให้เหลือไว้ 30 ส่วน เอาไปได้แค่ 70 ส่วน

         ผลทำให้  ตลาดหุ้น หลุ่นตุ๊บ.... เกือบ 15 เปอร์เซนต์  หรือประมาณ 140 กว่าจุด  ...  ปรากฎการณ์นี้น่าสนใจมากทีเดียวครับ ... จากปริมาณการซื้อขาย แบบเทขาย 7 หมื่นล้านบาท  ...   ซึ่งมีหลายนัยยะที่จะนำมาขบคิดต่อได้

              หนึ่ง  คือ การปฏิเสธการลงทุนจาก ตปท. ต่างชาติ  เพื่อยึดเอาสมบัติคนไทย ที่เคยถูกต่างชาติเข้ามากว้านซื้อไว้ในอดีต แล้วปั่นเก่งกำไร คืน  ไม่ว่าจะเป็น ตลาดอสังหาริมทรัพย์ หรือ ธุรกิจค้าขายต่าง ๆ ที่ได้มีนักลงทุนต่างชาติเข้ามาเป็นเจ้าของกิจการอยุ่เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะร่วมหุ้นกะคนไทย หรือให้คนไทยถือแทน ในนามนอมินีก็ตาม............ ถามว่า แล้ววิธีการนี้เราจะยึดเอาธุรกิจที่สูญเสียไปกลับมาเป็นของคนไทยได้จริงหรือไม่... เราไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเงินทุนจากภายนอกแล้วจริงหรือไม่....Huh

             สอง  คือ การประกาศจุดยืนของประเทศว่า เราจะอยู่อย่างพอเพียง ด้วยศักยกาพของคนภายในประเทศเอง ไม่ต้องการให้ใครมาเป็นคนชี้นำการพัฒนาให้ เราจะไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป ด้วยกำลังเราเอง  ดังนั้น ธุรกิจอันไหนที่มันไม่ได้เกิดขึ้นมาจากภูมิปัญญาคนไทยแท้จริง ไปหยิบยืมจมูกฝาหรั่ง ต่างชาติ มาหายใจ ก็ปล่อยให้ล้มหายตายไป....  ถามว่า แล้วผู้คนที่เคยได้รับประโยชน์หากินกับต่างชาติ ได้รับเบี้ยเลี้ยง เงินเดือนค่าจ้าง จากชาวต่างชาติ จะปล่อยให้เขาถูกลอยแพหรือ?  หากถูกเลิกจ้างไปจะทำอย่างไร

            สาม คือ เป็นมาตรการ เพื่อช่วยเหลือคนไทย ในภาคการส่งออก ที่เกิดจากการเก็งกำไรเงินบาท ทำให้ค่าเงินบาทสูง(แข็ง) เมื่อเปรียบเทียบแลกเปลี่ยนเป็นเงินสกุลอื่น ๆ ผู้ส่งออกจะขายสินค้าได้น้อยลง ถ้าจะขายสินค้าเท่าเดิมต้องลดราคาสินค้าลงมาให้แข่งขันกับคุ่ค้าแข่งขันรายอื่น ๆ ชาติอื่น ๆ ด้วย  ..... ถามว่า  ค่าเงินบาทจะอ่อนตัวได้จริงหรือ???  ถ้าหากเกิดการเก็งกำไรกับค่าเงินบาทในทิศทางให้แข็งขึ้น  แล้วเอาไม่อยู่จะทำอย่างไร ภาคส่งออกมิต้องจบเห่กันหมดหรือ?  ธนาคาร ผู้ใหเรา้ พนักงาน ลูกจ้าง  จะได้เงินมาจากไหน เป็นค่าจ้าง จ่ายเงินเรา้ ถ้าหากขายของไม่ออก ไม่มีเงินเข้ามา  ... หรือว่าจะเป็นสงครามสู้ราคาเงินบาทกันอีกครั้ง เพราะดอลล่าร์ปล่อยให้อ่อนสุด ๆ ประเทศที่มีอำนาจเงิน อำนาจต่อรองน้อย ๆ ก็ย่อมแพ้วันยังค่ำ เพราะถ้าสู้เก็งกำไรกับพวกเก็งกำไรจากดอลล่าร์(อ่อน) คงมีนักเล่นเงินดอลล่าร์ อยู่ทั่วโลก จะสู้ไหวหรือ??

             สี่... แม้มาตรการนี้เป็นมาตรการระยะสั้น สำหรับนักลงทุนระยะสั้น (ไม่เกินหนึ่งปี) ที่จะได้รับผลกระทบ...  ถามว่า ในสายตานักลงทุนแล้ว ที่ใดมีกำไรมากกว่า เขาจะไปลงทุนหรือไม่  ที่ใดให้ผลตอบแทน ลดน้อยลง เขาจะเชื่อมั่นมาลงทุนต่อหรือไม่???  ถ้าประเทศไทยขาดเงินลงทุนจากภายนอก  กองทุนต่าง ๆ ภายในประเทศ แบกรับภาระให้เรา้ได้มากน้อยแค่ไหน? 

                คิดคร่าว ๆ แค่นี้ก็น่าติดตามมาตรการอันนี้ต่อไป......     แม้จะเป็นเรื่องเศรษฐกิจระดับชาติ แต่ก็ย่อมมีผลกระทบต่อคนฐานล่างอยู่ดี   เพราะถ้าหากเถ้าแก่ล้มหายตายจากไป  ลูกน้องจะอยู่ได้อย่างไร?  Cry Cry
บันทึกการเข้า

Comes the knowledge!!
Fushiki dane, koko ni Futari ga aetekita.Kimi dake dakishimetei tai.
ไม่มีใครรู้ว่าชีวิตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ทุกคนมีแต่เมื่อวานซึ่งไม่อาจย้อนกลับไปเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขอะไรได้ เหลือเพียงแต่วันนี้ ซึ่งหากทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ก็ไม่ต้องกังวล ว่าชีวิตอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
joobeng25
Moderator
jaidee5
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3282


ชีวิตจะยากเย็นเพียงใด ใจก็สู้ไม่หวั่น


เว็บไซต์
Re: เศรษฐกิจพอเพียง
« ตอบ #3 เมื่อ: มกราคม 01, 2007, 15:06:29 »

 Smiley  ไม่ได้ตามมาอัพเดทข่าว แบงค์ชาติเล่นกลตลก เกมส์การเงิน   ก็ถึงวันปีใหม่เสียแล้วนะครับ

                    มาตรการของแบงค์ชาติเมื่อ 19 ธ.ค. ใช้ได้แค่วันเดียวจริง ๆ ครับ.. ก็ยกเลิกไป แสดงว่า เราคงพึ่งพาตัวเองไม่ได้ และอยู่อย่างพอเพียงในระดับชาติยาก  คงลดระดับลงมาเป็น ระดับบุคคล ครอบครัว แล้วกันนะครับ เพราะระบบเศรษฐกิจไทย มันต้องพึ่งพากับเศรษฐกิจโลกแน่นอนอยู่แล้ว

                  แต่เหตุการณ์ที่น่าสนใจเมื่อคืนวันสิ้นปี 2549 เกิดระเบิด หลายจุดใน กทม. และยังเกิดซ้ำอีกครั้งในตอนจะเริ่มปีใหม่อีก ทั้ง ๆ ที่ เจ้าหน้าที่เข้าประจำจุดกันเยอะแล้ว  อันนี้ก็น่าสงสัย น่าติดตามว่า เกิดขึ้นด้วยวัตถุประสงค์ใดแน่  ส่วนใครทำนั้น คงไม่สามารถระบุได้เป็นทางการแน่นอน ให้ใช้วิธีเดิม ๆ กันคือ กล่าวหากันแล้วปล่อยให้อึมครึมกันอีกต่อไป

                  ตามข่าวทาง ทีวี ที่ปรากฎ  พบว่ามี 2 กลุ่มผู้ต้องสงสัย คือ 1.กลุ่มอำนาจเก่า ผู้เสียประโยชน์ทางการเมือง (อันนี้ นายกฯ ก็ระบุไว้เมื่อช่วงเช้านี้)   2.กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบจากภาคใต้  ซึ่งดูเหมือนให้น้ำหนักไปกับกลุ่มแรกเสียมากกว่า

                แต่เมื่อผมลองไปอ่านข่าว ตามบอร์ดหลาย ๆ ที่  มีการกล่าวถึง กลุ่มบุคคลอีกกลุ่มที่น่าจะทำเหตุการณ์นี้ขึ้นมา    นั่นคือ  คมช.  หรือทหาร โดยมีผู้ให้เหตุผลว่า เพื่อกลบข่าวร้าย ๆ ที่ประดังเข้าสู่ รัฐบาล และ คมช. หลาย ๆ เรื่อง ในช่วงนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ผิดพลาดนโยบายการเงินของแบงค์ชาติ เมื่อ 19 ธ.ค. ซึ่งสื่อต่าง ๆ ไม่ออกมาเรียกร้องให้หาตัวผู้รับผิดชอบแบบรุนแรงแต่อย่างใด,  ที่ดินนายกฯ ที่เขายายเที่ยง,  การจดทะเบียนสมรสซ้อน, งบลับทหาร, และยังมีกลุ่มผู้ประท้วง คณะปฏิวัติ พยายามเรียกร้องกันอยู่เนือง ๆ, การเผาโรงเรียนใน ตจว. ก็เช่นกัน   ซึ่งมีบางคนมองว่า ทางรัฐบาล คมช. เริ่มควบคุมสถานการณ์ไม่อยู่ จึงต้องการเบี่ยงเบนกระแส ลดดีกรีความรุนแรงเรื่องราว .. แล้วยังสามารถโยนความผิดให้ฝ่ายอำนาจเก่า  กลายเป็นเรื่องการเมืองได้ในที่สุด

               นอกจากนี้ก็ยังมีอีกเหตุผลที่มีการกล่าวกันคือ  สร้างความรุนแรง เพื่อทำปฏิวัติซ้อน ก็มี เพราะเป็นช่วงที่ ผบ.ทบ. หน.คมช. เดินทางไป ตปท.  อันนี้ก็เกี่ยวข้องกะทหารอีกเช่นเดิม

                               คงต้องติดตามกันต่อไปนะครับ  ว่า คนไทย จะถูกกระทำแบบไหนบ้าง....  เพราะตอนนี้คนไทย หลาย ๆ คน กลายเป็นเบี้ย เป็นหอยให้กับ ผู้มีอำนาจไปเสียแล้ว  ความสำคัญของคนไทย ชีวิต ทรัพย์สิน หรือแม้กระทั่ง ความสงบสุขสังคม ก็ไม่ได้สำคัญเท่า การต่อสู้ของผู้มีอำนาจ ผู้ต้องการแย่งชิงอำนาจ  นึกไกลไปขนาดนั้นแล้ว ก็น่าหวาดกลัวนะครับ  ไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับคนไทยตัวเล็ก ๆ อีกกี่เรื่องราว  ในภาวะที่มีการต่อสู้ห้ำหั่นกัน ของผู้ครองอำนาจ กับ ผู้เสียอำนาจ   นั่งคิดเล่น ๆ ถ้าหากบอกว่าผู้เสียอำนาจทางการเมืองมีใครบ้าง ผู้ครองอำนาจทางการเมือง คือใครบ้าง  แล้วมาแยกกันอีกทีว่า ใครคือตัวใหญ่ ใครคือตัวเล็ก ๆ บ้าง  ปลาซิวปลาสร้อยอย่างประชาชน เสียอำนาจหรือไม่  ได้ครองอำนาจหรือไม่เป็นใหญ่เรื่องอำนาจทางการเมืองหรือไม่  แล้วก็มาดูกันเถอะว่า  ตัวใหญ่ ๆ เหลืออยู่ใครบ้าง....  แล้วมาดูสิว่า  ตัวใหญ่ ๆ ที่ว่านั้น เขาสามารถทำอะไรได้ขนาดไหน  เพียงเพื่อรักษาอำนาจ แย่งชิงอำนาจ

           สรุปแล้ว ตลอดปี 2549 ก็กลายเป็นปีที่ชาวบ้าน ถูกตบตาทางการเมือง ถูกหลอกใช้เพื่อการเมือง แทบตลอดทั้งปีเลยนะครับ    แต่อย่าไปคิดอะไรมากแล้วกัน  มีความรุนแรง แล้วมันอาจจะทำให้อะไร ๆ สงบลงง่าย ๆ ก็ได้ครับ เพราะมีการสังเวยบูชาไปแล้ว  ขออย่าให้ปีใหม่ 2550 กลายเป็นปีเดือดรอบใหม่แล้วกัน ถ้าจะเดือดก็ให้เดือดร้อนเฉพาะคนใหญ่ ๆ แล้วกันนะครับ  smitten smitten
บันทึกการเข้า

Comes the knowledge!!
Fushiki dane, koko ni Futari ga aetekita.Kimi dake dakishimetei tai.
ไม่มีใครรู้ว่าชีวิตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ทุกคนมีแต่เมื่อวานซึ่งไม่อาจย้อนกลับไปเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขอะไรได้ เหลือเพียงแต่วันนี้ ซึ่งหากทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ก็ไม่ต้องกังวล ว่าชีวิตอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
joobeng25
Moderator
jaidee5
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3282


ชีวิตจะยากเย็นเพียงใด ใจก็สู้ไม่หวั่น


เว็บไซต์
Re: เศรษฐกิจพอเพียง
« ตอบ #4 เมื่อ: มกราคม 18, 2007, 21:49:46 »

 Smiley  มาอัพเดต เหตุการณ์การเมืองน่าสนใจในรอบเดือนนี้ครับ...

           มีเหตุการณ์สำคัญ ๆ 2 เรื่อง คือ
            1. พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ  เข้าพบ ป๋าเปรม ที่บ้านสี่เสาทีเวศน์  ตอนเช้า...  หลังจากที่ไปพูดเรื่องการวางระเบิดเมื่อ 31 ธ.ค. ผ่านสื่อ ทำนองว่า พล.อ.ชวลิตฯ รู้ว่าใครเป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลัง

            2.พ.ต.ท.ทักษิณฯ  ถูกยกเลิกใช้ พาสปอร์ตนักการทูต  แล้วเดินทางไปสิงคโปร์ ให้สัมภาษณ์ข่าว ซีเอนเอน  คมช. สั่งแบน ยูบีซี นำออกมาเผยแพร่ แล้ว พ.ต.ท.ทักษิณฯ ก็เข้าพบ รองนายก สิงคโปร์ ซึ่ง คมช. อ้างว่า พ.ต.ท.ทักษิณฯ พยายามเคลื่อนไหวทางการเมือง หลังจากที่ มีการเรียก ตัวลูกชาย ลูกสาว ภรรยา ไปให้ข้อมูลเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้น ...

               แล้ว เป็นเรื่องที่ไม่น่าเป็นไปได้ เมื่อ รัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ฯ ตัดสินใจดำเนินการยกเลิกการประชุมร่วมไทย สิงคโปร์ และต่อว่า รัฐบาลสิงคโปร์ไปว่า ยอมให้ พ.ต.ท.ทักษิณฯ เข้าไปเคลื่อนไหวในสิงคโปร์  ไม่ว่าจะเรื่อง ให้สัมภาษณ์ หรือเข้าพบ รองนายกฯ

                     น่าสนใจทั้งสองเหตุการณ์เลยครับ... น่าจับมาวิเคราะห์

              เหตุการณ์แรก... ผลตามมาหลังจากเข้าพบ ป๋าเปรม คือ???   พล.อ.ชวลิตฯ เงียบสงบทันที  หมายความว่าอย่างไร   ตกลงเข้าพบเพื่อเคลียร์ หรือถูกเรียกไปพบให้หยุดเคลื่อนไหวอย่างนี้อีกได้ไหม?   คงรอดูต่อไปนะครับ ว่า พล.อ.ชวลิตฯ จะมีโอกาส ออกมาเป็นข่าวดัง ๆ ได้อีกหรือไม่   azn azn
               เหตุการณ์ที่สอง... สัมพันธ์กับเหตุการณ์แรก และพ่วงไปถึง คมช. ขอร้องสื่อมิให้เสนอข่าว พ.ต.ท.ทักษิณฯ (เช่น จดหมายที่เขียนด้วยลายมือ พ.ต.ท.ทักษิณฯ ปฏิเสธการมีส่วนรู้เห็นเหตุการณ์วางระเบิด... ซึ่งมีการนำเนื้อหามาวิเคราะห์ แล้ว หลายสื่อ, คมช.เอง รู้สึกว่า มีถ้อยคำที่ เขียนด้วยความเคียดแค้น และจะกลับมาต่อสู้แก้แค้นทางการเมืองอีก หลังจากที่ประกาศว่าจะไม่ยุ่งแล้วก็ตาม)    ที่บอกว่าสัมพันธ์กันเพราะ ตอนนี้ คมช. และรัฐบาล เกรงว่าจะควบคุมสถานการณ์ปลุกปั่นยั่วยุ ไม่ได้   อีกทั้ง ยังถูกตำหนิอีกว่า ทำงานไม่เห็นมีอะไรดีขึ้น  และยังล่าช้าอีกต่างหาก

                      คมช.และรัฐบาล  จึงระแวงอย่างมากในเรื่อง  ภาพพจน์ของตนเองยามนี้  (ในสายตาประชาชนไทย) เพราะถ้าหากแย่ลงไปเรื่อย ๆ ผู้คนอาจจะเคลื่อนกำลังออกมาต่อต้านก็เป็นได้ ดังนั้น จึงต้องล็อคตัวการหลัก ๆ ไว้ให้ได้   มิให้คนอื่นมาร่วมผสมโรง จนทำอะไรไม่ได้ (เช่น พล.อ.ชวลิตฯ เป็นต้น, หรือแม้กระทั่งสื่อ, กลุ่มม๊อบต่าง ๆ ซึ่งต้องรีบออกไปสกัด... ห้ามเข้าเขต หรือเป็นข่าว)

                    ในขณะเดียวกัน พ.ต.ท.ทักษิณฯ คงหยุดแค่นี้ไม่ได้ ตอนนี้กำลังเข้าตาจน ถูกบีบแทบทุกทางแล้ว  ซึ่ง งานนี้ คตส. คือตัวที่จะพิสูจน์อะไร ๆ ไม้ตาย ไม้เด็ด ของ คมช. ออกมา  ซึ่งน่าจะนำไปสู่ การยึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณฯ ได้ในที่สุด 

                   และผมยังคงคำทำนายเดิม เรื่อง การยุบพรรคไว้ กำลังดูอยู่ว่าจะเป็นไปตามนั้นหรือไม่    และถ้าหากเป็นไปตามที่ผมทำนายไว้  5 ข้อ  ผมก็มองเห็นแล้วล่ะว่า ใครจะเป็นนายกฯ คนต่อไป ของเมืองไทย   แต่รับรองว่า ไม่ใช่  อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นแน่ ผมเชื่ออย่างนั้น

                  จะเป็นใครก็ลองนึก ๆ เดา ๆ เอาเหมือนผมแล้วกัน....  ที่สำคัญคือ  พวก สนช. สมาชิกสภาร่าง รธน. นั้น  หมดสิทธิ์

                     นอกจากนี้ยังมีเรื่อง  ที่เกี่ยวข้องด้านเศรษฐกิจ  คือ การประกาศ ใช้ พรบ.ห้ามนอมินี   ซึ่งทำให้พ่อค้าตาน้ำข้าวฝรั่ง ออกมาโวยกันใหญ่ ว่าจะไม่ลงทุนเมืองไทยต่ออีกแล้ว   และกรณีรบกะสิงคโปร์ เรื่อง พ.ต.ท.ทักษิณฯ ก็ยังไม่รู้ว่าสิงคโปร์จะโต้คืนมาแบบไหน  มิหนำซ้ำ ประธาน คมช.เอง ก็เพิ่งพูดออกไปทำนองว่า  ความลับ ความมั่นคงของประเทศ ถูกขายไปให้ต่างชาติไปเสียแล้ว นับตั้งแต่ โทรศัพท์ถูกซื้อไป ... 

                    นับวันจะร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ... ถ้าไม่มีการประนีประนอมกันโดยเร็ว งานนี้สงสัยต้องมีคนกลางออกมาห้ามทัพเป็นแน่ครับ
บันทึกการเข้า

Comes the knowledge!!
Fushiki dane, koko ni Futari ga aetekita.Kimi dake dakishimetei tai.
ไม่มีใครรู้ว่าชีวิตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ทุกคนมีแต่เมื่อวานซึ่งไม่อาจย้อนกลับไปเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขอะไรได้ เหลือเพียงแต่วันนี้ ซึ่งหากทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ก็ไม่ต้องกังวล ว่าชีวิตอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
joobeng25
Moderator
jaidee5
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3282


ชีวิตจะยากเย็นเพียงใด ใจก็สู้ไม่หวั่น


เว็บไซต์
Re: เศรษฐกิจพอเพียง
« ตอบ #5 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 07, 2007, 13:58:05 »

 Smiley  วันนี้มาอัพเดตข่าวนิด ๆ หน่อย ๆ ครับ... ที่สำคัญคือเรื่อง การแต่งตั้ง พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์  เตมียาเวส ขึ้นเป็น ผู้นำองค์กรตำรวจ
                  ผมมีเรื่อง คิดเล่น ๆ ไว้ 2 แนวทางภายใต้การนำของ พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ฯ
                      1.องค์กรตำรวจสง่างามขึ้น
                      2.องค์กรตำรวจถูกทำลายแตกเป็นเสี่ยง ๆๆ  ชื่อเสียงย่อยยับไปกว่าเดิม

                            ข้อแรก.... เป็นเรื่องดี  เราไม่ต้องเล่ากันมากนะครับว่า จะดีอย่างไรบ้าง... ก็คือ ทำงานเข้าตาประชาชน  คนร้ายมีน้อย ได้รับคำชื่นชม ยินดี สรุปง่าย ๆ คือ มีคนถูกใจมากกว่าคนไม่ถูกใจ

                            ผมสนใจจะมาคิดข้อ 2 มากกว่า...  เพราะข้อสอง เป็นเรื่องของการสร้างความขัดแย้งขึ้นกับหน่วยงาน ผู้ปฏิบัติงาน เพื่อให้ได้ผลสัมฤทธิ์ตามข้อ 1 แบบเทียม ๆ  ผมกลัวว่านี่คือ สัญญาณอันตรายต่อองค์กรตำรวจ ที่จะถูกเปิดเผยความไม่ดีอีกหลาย ๆ เรื่อง แล้วก็ต้องแยกตำรวจดีชั่วออกมา ตำรวจดีได้รับการสนับสนุน  ตำรวจชั่วต้องกำจัด 

                           ผมไม่กลัวตำรวจดีครับ... ผมกลัวตำรวจสีเทา   เพราะมันมีเยอะเต็มบ้านเต็มเมือง  ส่วนตำรวจชั่วยิ่งน่ากลัวไปใหญ่  เพราะถ้าหากกำจัดตำรวจชั่วออกไปอยู่ข้างนอก เขาก็จะปรับเปลี่ยนกลายเป็นโจร+ตำรวจชั่ว...  แล้วอย่างงี้สังคมจะสงบสุขได้อย่างไร....    ปัญหาภาคใต้ที่เป็นอยู่ ณ ปัจจุบัน ส่วนหนึ่งก็มาจากความพยายามกำจัดคนไม่ดี มากกว่าการปรับเปลี่ยนคนไม่ดีให้กลับมาเข้ารูปเข้ารอย 

                             พล.ต.อ.เสรีฯ ผมเชื่อว่า เป็นนายตำรวจ ที่มีเรื่องฟ้องร้องมากที่สุด  และท่านก็ทำให้ตำรวจอีกหลาย ๆ คนไม่ชอบไว้หลายเรื่อง.... ถ้าหากเป็นลักษณะของการแก้แค้น การเชือดกันขึ้นมาเมื่อไหร่แล้ว ปัญหาตำรวจแตกเป็นเสี่ยงคงมีโอกาสเกิดขึ้นได้สูง....  ผมไม่อยากคิดว่า ถ้าหาก ผู้ใต้บังคับบัญชาประท้วงจะทำอย่างไร  หรือไม่สนองตอบต่อคำสั่งจะเป็นอย่างไร
                           แต่...ที่น่ากลัวมากกว่านั้น คือ  ถ้าหากเป็นนายตำรวจรับใช้การเมือง ณ ปัจจุบันนี้ องค์กรตำรวจ ซึ่งถูกกล่าวหาว่า เป็นกองทัพที่ 4 จะต้องถูกลดบทบาท อำนาจหน้าที่ ตัดแขน ขา ออกไปอีกเยอะแน่นอน ... แตกเป็นเสี่ยง ๆ ที่สอง

                           จึงได้แต่หวังว่า... การมาเป็นรักษาการณ ์ ผบ.ตร.. คงไม่ใช่ หนทางการสร้างความขัดแย้ง ศัตรูใหม่ หรือแก้แค้นศัตรูเก่า ๆ เดิม ๆ

                           -------------------------------+------------------------------------------------+----------------------------------------+--------------------------------------

                เอาล่ะครับ... หัวข้อนี้เป็นหัวข้อเศรษฐกิจพอเพียง  ก็จะมาเล่าเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงต่อ

                เมื่อสัปดาห์ก่อน  นายกฯ องคมนตรี  รมต. ได้โต้ตอบ กับอดีตนายกฯ ทักษิณฯ ไว้น่าสนใจทีเดียวครับ  แม้กระทั่ง พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร  ผู้ใหญ่คนหนึ่งของ คมช. ก็ถึงขั้นใช้คำพูดว่า ระวังนรกจะกินหัว
เรื่องที่ว่านั้นก็คือ  คำว่า เศรษฐกิจพอเพียง(ทฤษฎีในหลวง)  กับ เศรษฐกิจแบบทักษิณ (ทักษิโณมิก)

                ผมอาจจะกลายเป็นผู้ที่นรกจะกินหัวอีกคน หรือเปล่าไม่ทราบนะครับ...
                แต่ผมไม่เห็นด้วยกับการนำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นนโยบายหลักรัฐบาล เพียงเพื่อเชิดชูว่ารัฐบาลนี้ปฏิบัติตามแนวคิดของในหลวง เชื่อมั่นว่าเป็นแนวทางที่ถูกต้อง แล้วไปบอกกับประชาชนว่า การพัฒนาเศรษฐกิจแบบทุนนิยม หรือแบบทักษิโณมิก ไม่ใช่ทางรอดสังคมไทย  ทางรอดเดียวคือ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 

                อันนี้ไม่ต้องไปพูดระดับชั้นของ แนวคิดนะครับ ที่ว่า  เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญา  สูงกว่าหลักเศรษฐกิจแบบทักษิณฯ ซึ่งเป็นแค่หลักเศรษฐศาสตร์แนวหนึ่ง

                ผมไม่เห็นด้วยกับการประโคมข่าวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในลักษณะมอมเมาประชาชน ... เพราะเป็นการสร้างแนวคิดกับประชาชนว่าให้ใช้การพึ่งตนเอง แบบไม่ให้มุ่งหวังอะไรกับภาครัฐ ประเทศ

               โดยไม่มองถึงโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่ เป็นชั้น ๆ แบบเอารัดเอาเปรียบของคนจำนวนน้อยในสังคม ต่อคนส่วนใหญ่ที่อยู่ในฐานะด้อยกว่า  โดยที่รัฐไม่คิดจะแก้ไขปรับปรุงมัน เปลี่ยนโครงสร้างที่ไม่เป็นธรรมนี้ขึ้นมาใหม่  เป็นต้นว่า...  การเก็บภาษี  การถือครองที่ดิน  การรับโอกาสทางการศึกษา หลักประกันสุขภาพ หลักประกันการดำรงชีวิตเบื้องต้น

               ผมจึงไม่เห็นด้วย... เพราะผมมองเห็น คนขอทาน  คนเร่ร่อน คนงานก่อสร้าง ใน กทม. ถามว่า อะไรคือ เศรษฐกิจพอเพียงของเขา, ชาวนาไร้ที่ดินทำกิน ชาวเขาที่ถูกขับไล่ที่ อะไรคือหลักประกันในชีวิตของพวกเขา

              เพราะฉะนั้น ถ้าหากต้องการจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง  กรุณา สร้างหลักประกันให้กับคนในสังคมที่เป็นคนด้อยโอกาส คนชั้นล่าง ให้ได้เสียก่อน แล้วจึงมาว่ากัน
              ถ้าไม่มีหลักประกันต่อคนเหล่านั้น ผมก็มองเศรษฐกิจพอเพียงได้แค่ การมอมเมาหลอกลวงประชาชนไปวัน ๆ ว่า ถ้าไม่ต้องพึ่งพาคนอื่นแล้ว จะดีเอง  รวมถึงอย่าไปคิดว่ารัฐจะทำอะไรให้ ถ้ารัฐยังไม่ทำไรให้ก็ไม่ต้องเรียกร้อง ให้พึ่งตนเองไปก่อน ...  ผมถามหน่อยเถอะ.. แล้วจะมีรัฐไปไว้ทำไม ถ้าอยู่กันเองไปวัน ๆ ช่วยเหลือตัวเอง ไปแล้วกัน

              เมื่อสองวันก่อน ผมดูทีวีรายการหนึ่ง... ก็มาสมอ้างว่า การดำรงชีวิตแบบไม่ใช้เงิน ก็เป็นวิธีการหนึ่งของแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง  เพราะครอบครัวหนึ่ง ทำมาหากินแบบง่าย ๆ ไม่คิดจะเลี้ยงลูกด้วยเงิน ใช้เงินเป็นแค่สิ่งแลกเปลี่ยนสินค้าเฉพาะที่จำเป็น  ไม่มีก็ไม่ใช้ ไม่ขวนขวายให้ตัวเองลำบาก ....  แล้วก็มีพระ(คนแต่งกายคล้ายพระ) เป็นพิธีกร  ทำนองว่า เป็นหลักคิดการไม่ติดยึด ตามแนวพุทธ อยู่ง่ายกินง่าย ไม่ทำลายธรรมชาติ ซึ่งวิทยากรบอกว่า... ถ้าสังคมไม่คิดเรื่องเงินมาก หันมาช่วยเหลือร่วมมือกัน ดูแลกันเอง ไม่ต้องไปพึ่งสิ่งของ ขอความช่วยเหลือภายนอก ก็จะไม่วุ่นวาย มีความสุขได้

               ผมตั้งข้อสังเกตว่า... อะไรบ้างจำเป็น อะไรบ้างไม่จำเป็น   ถ้าหากมีคนคิด ดำเนินการอย่างนี้หลาย ๆ คน หลาย ๆ ที่จะเป็นอย่างไร 

               ผมเคยพูดคุยกับ อ.ฉัตรทิพย์ เมื่อปีก่อนว่า...  ถ้าคนที่ไม่เคยได้รับความพอเพียง หรือช่วยตัวเองอย่างไรเท่าไร่ก็ไม่เพียงพอ  มันจะพอเพียงได้อย่างไร  คนที่อยู่ในระดับความพอเพียงได้ ก็เฉพาะคนที่ เคยทำอะไรเกินความพอดี พอเพียงเท่านั้น   .....   ถ้าบอกว่าประเทศไทยเป็นประเทศอุดมสมบูรณ์ สามารถสร้างให้พอเพียงได้  ก็อย่าให้มีคนมาใช้สนามหลวงเป็นที่หลับนอนแล้วกัน

              แล้วคำว่าปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ส่วนใหญ่ที่นำออกมาเผยแพร่ กัน ก็มักจะเห็นแต่  คนทำไร่ ทำสวน ทำการเกษตร ซึ่งพยายามจะบอกว่า คนส่วนใหญ่ของประเทศซึ่งเป็นเกษตรกร สามารถทำให้พอเพียงได้ พึ่งตนเองได้  รวมกลุ่มกันช่วยเหลือกันในชุมชนได้  จึงเรียกว่า เป็นคนที่ดำเนินรอยตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง  ....  ผมรู้สึกว่า มันช่างแปลกเสียจริง อะไร ๆ ที่อยู่ดีกินดี อยู่ในหลักของเศรษฐกิจพอเพียงทั้งสิ้น อย่างนี้จะเป็นการมอมเมาประชาชนหรือเปล่า... หรือเพราะอยู่ในวาระแห่งการเชิดชูในหลวงครบรอบ 60 ปี ครองราชย์ 80 พรรษา ทุกอย่างจึงวิ่งไปหาสิ่งที่เป็นในหลวงหมด อย่างนี้แอบแฝงหรือเปล่า

              ถ้าหากเกิดวิกฤติเกิดปัญหาใดขึ้นมา ก็อ้างว่า ให้ช่วยกันทำเพื่อในหลวง  อะไร ๆ ก็เพื่อในหลวง... หรือเป็นเพราะว่า โน้มน้าวอย่างงี้ประชาชนเข้าใจง่าย ไม่คิดมากหรือเปล่า??? เพราะอย่างไรเสียประชาชนก็รักในหลวง และในหลวงก็ทรงทำเพื่อความผาสุกของประชาชนทุกผู้ทุกคนอยู่แล้ว ต้องการให้ประชาชนคิดแค่นี้หรือ??

             สรุปแล้ว...  ยุคนี้เป็นช่วงที่ ในหลวง ถูกนำมาอ้างอิงมากที่สุด  บางสิ่งบางอย่างดูเหมือนจะดี แต่ถ้าหากเกินพอดี (หรือที่มักจะอ้างว่าพอเพียง) มันก็เป็นผลร้ายได้เหมือนกัน  ผมกลัวว่าเมื่อระยะเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ สิ่งที่น่ากลัวต่อทิศทางการเปลี่ยนแปลงของประเทศ อาจจะย้อนศรกลับไปอีกทางหนึ่งก็เป็นได้
                                เหมือนอย่าง ณ เวลานี้   สถานภาพรัฐบาล  คมช. เริ่มเสื่อมถอยลงเรื่อย ๆๆๆ  ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับกระบวนการทำรัฐประหาร สามารถสร้างกระแส ต่อต้านได้ขึ้นมาเรื่อย ๆ และไม่ใช่เกิดจากแกนนำอำนาจเก่าเท่านั้น แต่เป็นเสียงจากประชาชนในหลาย ๆ ภาคส่วน วิกฤตการเมืองอีกรอบสามารถเกิดขึ้นได้ และคราวนี้ คนเกิดหลัง พ.ศ.2516 คือผู้สร้างประวัติศาสตร์การเมืองไทยหน้าใหม่ก็เป็นได้   เพราะฉะนั้นอย่าได้ใช้ คำว่า เศรษฐกิจพอเพียง และเรารักในหลวง มาปิดปากประชาชนดีกว่า
บันทึกการเข้า

Comes the knowledge!!
Fushiki dane, koko ni Futari ga aetekita.Kimi dake dakishimetei tai.
ไม่มีใครรู้ว่าชีวิตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ทุกคนมีแต่เมื่อวานซึ่งไม่อาจย้อนกลับไปเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขอะไรได้ เหลือเพียงแต่วันนี้ ซึ่งหากทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ก็ไม่ต้องกังวล ว่าชีวิตอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
joobeng25
Moderator
jaidee5
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3282


ชีวิตจะยากเย็นเพียงใด ใจก็สู้ไม่หวั่น


เว็บไซต์
Re: เศรษฐกิจพอเพียง
« ตอบ #6 เมื่อ: มีนาคม 07, 2007, 21:13:58 »

 Smiley  หายไปนานร่วมเดือน.. ไม่ได้อัพเดตข่าวการเมืองเท่าไหร่... แต่ดูเหมือนว่ามีเหตุการณ์ทางการเมืองเปลี่ยนแปลงไปได้อย่างรวดเร็วเพียงแค่ ไม่ถึงเดือนที่ผ่านมา  ผมขอสรุปเหตุการณ์คร่าว ๆ สำคัญ ๆ ที่เกิดขึ้นแล้วดังนี้
                     1.กรณี พล.อ.สุรยุทธ์ฯ แต่งตั้ง นายสมคิด  จาตุศรีพิทักษ์  เป็นประธานคณะกรรมการชี้แจงเศรษฐกิจพอเพียงต่อต่างประเทศ โดยอ้างว่า เป็นอำนาจตนเอง และขอรับผิดชอบเอง  แต่ปรากฎว่าถูกหลาย ๆ กลุ่มการเมืองมองอย่างสงสัย ฉงนในการกระทำของ พล.อ.สุรยุทธ์ เป็นยิ่งนัก และส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย จนในที่สุด ยังไม่ทันทำงานได้ครบ สองสัปดาห์ นายสมคิดฯ ก็ขอลาออกไปเสีย
                     2.กรณี นายสนธิ ลิ้มทองกุล โผล่ออกอากาศ ช่อง 11 ในรายการยามเฝ้าแผ่นดิน ทำนองคล้าย ๆ จะทำเหมือนรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ที่เคยทำตอนช่อง 9 ก็ถูกโจมตีเช่นกัน กรณีนี้ รมต.ประจำสำนักนายก ออกมารับรอง ว่าสามารถทำได้ ... แต่แล้วทำได้ไม่ถึงสัปดาห์ นายสนธิฯ ทนรำคาญเสียงบ่นจากกลุ่มผู้กังขาไม่ไหว ก็ขอถอนตัวออกไปเช่นกัน
                     3.กรณี มรว.ปริดิยาทร เทวกุล (หม่อมอุ๋ย) ประกาศลาออกจาก ครม. แบบไม่ปรึกษา พล.อ.สุรยุทธ์ ก่อน และมีผลแทบจะทันทีที่ตัดสินใจ โดยให้เหตุผลว่า เอานายสมคิดฯ มาทำงาน แบบปิดบังอำพรางเหตุผลแท้จริง และรัฐบาลอยู่ภายใต้อิทธิพลของสื่อบางราย... 
           http://www.efinancethai.com/hotnews/frame_hot.asp?name=h_280207h
                      4.กรณี ไอทีวี  ครม.มีมติสั่งปิด 30 วัน แต่แล้วก็ แค่มีมติออกมาให้ตกใจกระเจิดกระเจิงเฉย ๆ สุดท้าย กฤษฎีกาตีความให้เปิดต่อได้ โดยอยู่ภายใต้การควบคุมของสำนักนายกฯ และเปลี่ยนชื่อเสียใหม่
ที่น่าสนใจคือ แถลงการณ์ 3 ฉบับของกลุ่มพนักงานไอทีวี .. อ้างว่า ถูกสื่อบางรายพยายามให้ร้ายป้ายสี  แต่ที่น่าตกใจคือ ค่าเบี้ยปรับ วันละ 100 ล้าน และค่าสัมปทานที่ไม่ได้จ่ายรวมแล้ว แสนกว่าล้านบาท และปรากฎว่า เมื่อวานนี้ ประชาชน, คนในวงการสื่อ, บันเทิง ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับมติ ครม. ดังกล่าว  มีการชุมนุม ไม่เห็นด้วย และเรียกร้องให้ กลับมติ  จนกฤษฎีกา ตีความออกมา  จึงรู้สึกว่าความตึงเครียดด้านสื่อของ ไอทีวี ผ่อนคลายลง.... ซึ่งแก้ไขโดยคำสั่ง นายกรัฐมนตรีนั่นเอง...
                   http://www.prachatai.com/05web/th/home/page2.php?mod=mod_ptcms&ContentID=7206&SystemModuleKey=HilightNews&System_Session_Language=Thai

                 สำหรับเรื่องการปรับ รมต.วันนี้นั้น... ผมว่าไม่น่าสนใจเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับ 4 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว

                  เมื่อพิจารณา 4 เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น... ถ้าหากรัฐบาลนี้ไม่ใช่รัฐบาลรัฐประหารเสียแล้ว  มีหวังโดนถล่มยับเยินแน่ ๆ ตัวนายกฯ ถึอว่าเสียมวยไปโขเลย... แต่อย่างว่าล่ะ เป็นนายกที่สั่งมาให้ทำหน้าที่ ไม่ให้เกิดความวุ่นวายมากไปกว่านี้ ก็เลยจำต้องรับสภาพไป  ดังนั้นการเมือง ณ วันนี้ จึงเป็นเรื่องที่อึมครึมเป็นที่สุด คงไม่ต้องไปพูดถึงหน้าตาในสายตาต่างชาติ เพราะคงเรา้ไม่ไหวแล้วยามนี้

                 เพราะฉะนั้น คมช.และรัฐบาล ก็คงจะเริ่มอึดอัด ทำงานได้ลำบากขึ้น และการอยู่ยาว ๆ รับรองมีแต่เสียหายแน่ ๆ เพราะการครอบงำข้าราชการ โดยกลุ่มอำนาจใหม่... ชักจะเริ่มหนักหนาเอาการไปเรื่อย ๆ เพราะเกิดกระบวนการเช็คบิลบ้าง หาตัวผู้ภักดีบ้าง ที่สำคัญคือ ยามนี้ใคร ๆ ก็บอกว่า เส้นสายทหารมาแรง ต้องไปวิ่งเต้นผ่านทหาร จึงจะได้  ดั่งเช่นวงการตำรวจของผมที่กำลังเป็นอยู่ ณ เวลานี้ แม้ตัวรักษาการณ์ ผบ.ตร. เอง ก็ต้องอาศัยอำนาจในมือของ คมช. รัฐบาล  ดังนั้นการอะไรที่ทำขึ้นมา ก็ต้องมีการอีกอย่างตอบแทนกันไป

               เมื่อมองไปอนาคตข้างหน้า.... สิ่งหนึ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่า สมัยปลุกระดมมวลชนต่อต้านรัฐบาลทักษิณฯ ที่ผ่านมา ก็คือ ความรู้สึกของประชาชน ไม่ได้รับการใส่อกใส่ใจเท่าที่ควร โดยเฉพาะเรื่องการมีปากมีเสียง มีสิทธิ มีส่วนร่วม ของประชาชน เศรษฐกิจฝืดเคือง ซึ่งจะเป็นภาวะที่อึดอัด จนถึงจุด ๆ หนึ่ง ประชาชนอาจจะสะสมไว้หนักอึ้ง เมื่อเจอกับความไร้สามารถของการทำงาน รัฐบาล คมช. และอีกอย่างคือ ความไม่โปร่งใสในการดำเนินงาน  ถึงเวลานั้น เสียงที่ไม่เอารัฐบาลนี้ อาจจะมีน้ำหนักกว่าตอนไล่อดีตนายกทักษิณฯ ก็เป็นได้...

               ซึ่งไม่แน่ว่า  ประชาชนไทยบางคนอาจจะรอให้ถึงวันนั้นอยู่ก็เป็นได้ เพียงแต่จุดระเบิดอาจจะยังมาไม่ถึง ....    แล้วจะรอไปได้นานแค่ไหนนะ




                   
บันทึกการเข้า

Comes the knowledge!!
Fushiki dane, koko ni Futari ga aetekita.Kimi dake dakishimetei tai.
ไม่มีใครรู้ว่าชีวิตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ทุกคนมีแต่เมื่อวานซึ่งไม่อาจย้อนกลับไปเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขอะไรได้ เหลือเพียงแต่วันนี้ ซึ่งหากทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ก็ไม่ต้องกังวล ว่าชีวิตอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
extra
บุคคลทั่วไป


อีเมล์
Re: เศรษฐกิจพอเพียง
« ตอบ #7 เมื่อ: มีนาคม 15, 2007, 02:08:10 »

อยู่อย่างพอเพียง..เพราะเรามีเพียงพอ  smitten
บันทึกการเข้า
joobeng25
Moderator
jaidee5
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3282


ชีวิตจะยากเย็นเพียงใด ใจก็สู้ไม่หวั่น


เว็บไซต์
Re: เศรษฐกิจพอเพียง
« ตอบ #8 เมื่อ: เมษายน 05, 2007, 20:46:28 »

 Smiley  มาอัพเดตข่าวคราวการเมืองครับ
                  ช่วงนี้ไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่  ที่สำคัญคือปัญหาเศรษฐกิจ  กับอีกอันหนึ่งดูเหมือนน่าจะสนใจ แต่ผมคิดว่าไม่น่ามีอะไรมากไปกว่าที่เป็นอยู่ คือ เรื่อง ฟ้องป๋าเปรม ว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังทำรัฐประหาร ... ไม่มีหลักฐาน    แต่เป็นการกล่าวหาซึ่งคิดว่า คมช.คงต้องรีบควบคุมให้ได้  คงไม่ปล่อยให้เป็นข่าวไปเรื่อย ๆ

                  อ้อลืมไปครับ... มีข่าวนึงในรอบสองสัปดาห์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับนายสนธิ ลิ้มทองกุล ถูกศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก มีความผิดฐานหมิ่นประมาท นายภูมิธรรม  .?  อดีต  สส.พรรคไทยรักไทย  ที่ไปกล่าวหาว่า นายภูมิธรรมฯ อยู่เบื้องหลังเวป มนุษยาดอตคอม    ซึ่งศาลพิพากษาจำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา เลยทีเดียว....  ถือเป็นเรื่องนึงที่ผมเคยทำนายไว้แต่ผมคิดว่าน่าจะเป็นกรณีอ้างในหลวงมากกว่า  ไม่ใช่เรื่องถูก สส.ไทยรักไทยฟ้อง...  ก็มารอดูต่อไปว่าจะเป็นยังไงอีก

                 ปัญหาที่น่าเป็นห่วงคือ ปัญหาเศรษฐกิจ   ที่ว่า ส่วนราชการเบิกจ่ายเงินไปใช้แค่ 14 เปอร์เซนต์  ทำให้เงินฝืดเคือง เงินไม่ไหลไปสู่ท้องถิ่น ว่างั้น
                 อีกเรื่อง คือ  เป็นครั้งแรก ที่ นายกมาจากการรัฐประหาร(สำนักข่าวต่างประเทศเขาใช้คำนี้เลยทีเดียว) ออกไปเยือนประเทศนอกอาเซียน  คือ ญี่ปุ่น  แล้วไปลงนามกับรัฐบาลญี่ปุ่น  ซึ่งหลัก ๆ แล้วผมคิดว่าน่าจะเป็นการไปขอความช่วยเหลือด้านเงินเรา้มากกว่า เพราะตอนนี้เงินลงทุนต่างชาติ มีน้อย การได้ญี่ปุ่นมาช่วยเหลืออาจจะทำให้เศรษฐกิจกระตุ้นดีขึ้นก็เป็นได้ เพราะถ้าหากมีการนำเงินมาลงไปจัดการโครงการใหญ่ ๆ ก็จะเป็นการกระจายเงินเข้าไปสู่ประชาชนได้มากขึ้น   ทั้ง ๆ ที่ ประชาชนบางกลุ่มต่อต้าน ไม่เห็นด้วย แต่รัฐบาลพิจารณาว่าน่าจะได้ประโยชน์มากกว่าเสีย

                ปัญหาเศรษฐกิจ ยามนี้ ดูเงียบ และซบเซาเป็นอย่างยิ่ง  การท่องเที่ยวคาดว่าต่างชาติคงหวาดกลัวไม่กล้ามาใหม่ ยกเว้นพวกชินแล้ว
           
              สรุป...  ยามนี้ ข่าวสารบ้านเมืองอาจจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ และข่าวทีวี หนังสือพิมพ์ ก็จะเป็นข่าวแบบวูบวาบ ๆ ไม่ใช่ข่าวเชิงลึกที่จะบอกให้เห็นสภาพที่แท้จริงว่า ตอนนี้เกิดปัญหาขึ้นกับสังคมไทยอย่างไรบ้าง  ผมก็กำลังติดตามว่าจะมีข่าววิเคราะห์น่าเชื่อถือ ๆ อยู่บ้างหรือไม่  ดูไปบางทีเหมือน ข่าวทีวี หนังสือพิมพ์ พยายามเสนอข่าวเพื่อให้กระทบกับ รัฐบาล หรือ คมช. ให้น้อยลง ๆ เรื่อย ๆ
                  ช่วงนี้ประชาชนก็เลยแย่หน่อย ไม่มั่นใจการเมือง ทำให้ไม่กล้าใช้จ่าย  แต่คนที่ใช้จ่ายแล้วตอนนี้ผลกระทบคือ หมุนเงินไม่ทัน โดยเฉพาะคนชั้นกลาง อาจจะเกิดภาวะเงินช๊อตได้  ถ้าจะเห็นภาพรวมเศรษฐกิจดีกว่านี้  ต้องไปดูการจ้างงาน กับ การค้าขาย ว่าขายได้มากน้อยเท่าไหร่

                 ช่วงนี้ก็พึงระมัดระวังการใช้จ่ายไว้น่าจะเป็นดีครับ 
บันทึกการเข้า

Comes the knowledge!!
Fushiki dane, koko ni Futari ga aetekita.Kimi dake dakishimetei tai.
ไม่มีใครรู้ว่าชีวิตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ทุกคนมีแต่เมื่อวานซึ่งไม่อาจย้อนกลับไปเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขอะไรได้ เหลือเพียงแต่วันนี้ ซึ่งหากทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ก็ไม่ต้องกังวล ว่าชีวิตอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
joobeng25
Moderator
jaidee5
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3282


ชีวิตจะยากเย็นเพียงใด ใจก็สู้ไม่หวั่น


เว็บไซต์
Re: เศรษฐกิจพอเพียง
« ตอบ #9 เมื่อ: เมษายน 12, 2007, 18:24:07 »

 Smiley    ธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศลดอัตราดอกเบี้ย

       นางสุชาดา กิระกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สายนโยบายการเงิน เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ว่า กนง.มีมติเอกฉันท์ลดดอกเบี้ยนโยบาย (ดอกเบี้ยในตลาดซื้อคืนพันธบัตร/อาร์พี อายุ 1 วัน) ลง 0.5% ส่งผลให้ดอกเบี้ยนโยบายล่าสุด ลดลงเหลือ 4% เนื่องจากการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพี ไตรมาสที่ 4 ปีที่แล้ว และอุปสงค์ในประเทศในช่วงเดือน ม.ค. และ ก.พ. 50 ลดต่ำลงกว่าที่ กนง.คาดไว้มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้าน(1)การลงทุนและ(2)การใช้จ่ายของภาคเอกชน เมื่อรวมกับแนวโน้ม(3)การส่งออกที่จะลดลง ทำให้ความเสี่ยงที่เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวต่ำลงมีมากขึ้น

        นางสุชาดากล่าวว่า ธปท.อยู่ระหว่างการประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งล่าสุด 0.5% ว่า จะมีผลดีต่อภาวะเศรษฐกิจไทยอย่างไร สามารถเพิ่มการใช้จ่าย และการลงทุนของภาคเอกชนได้มากน้อยแค่ไหน รวมทั้งการประเมินภาพรวม เพื่อปรับการประมาณการการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ใหม่อีกครั้ง

        นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโสฝ่ายสินเชื่อผู้บริโภค ธนาคารกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า จะช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อบ้านได้มากขึ้นเพราะดอกเบี้ยได้ปรับตัวลดลงที่ชัดเจน ถือว่าเป็นสัญญาณและมีผลกระทบที่แรงพอ เพราะต้นปีที่ผ่านมาดอกเบี้ยได้ปรับลดลงไปแล้ว 0.5% รวม 3 เดือนดอกเบี้ยลดลงไปแล้ว 1% ทำให้มีความเป็นไปได้มากว่าครึ่งปีหลังดอกเบี้ยน่าจะปรับลดลงได้อีก 0.5-0.75% รวมทั้งปีดอกเบี้ยน่าจะปรับตัวลดลงได้ 1-1.5%

      “ดอกเบี้ยที่ปรับตัวลดลง 1% ทำให้ลูกค้าที่ผ่อนบ้านมีภาระในการผ่อนลดลง 7% และยังเป็นการเพิ่มกำลังซื้อในระบบได้อีก 7% เช่นกัน ทำให้คนกล้าซื้อบ้านมากขึ้น สำหรับผลกระทบต่อบ้านมือสองก็เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับบ้านมือหนึ่งเช่นกัน เพราะดอกเบี้ยโดยรวมลดลงทำให้ดอกเบี้ยต่างๆลดลงด้วย”.


        ที่มา http://www.thairath.co.th/news.php?section=economic&content=43332

       
       รายงานของคณะกรรมการนโยบายการเงิน.... ภาวะเงินเฟ้อ
       http://www.bot.or.th/bothomepage/BankAtWork/Monetary&FXPolicies/Monet_Policy/report/2007/IRthai_26Jan07.pdf

       
           ความจริง ผมก็ไม่ได้มีความรู้เรื่อง เงิน ๆ ระบบการเงินเท่าไหร่หรอก แต่พอมีข่าวนี้ออกมา ในช่วงเศรษฐกิจซบเซาอย่างนี้ ก็เลยลองติดตามดู และรู้สึกสงสัยเมื่อ ทราบว่า สหรัฐ ญี่ปุ่น เดินเกมส์ดอกเบี้ยสวนทางกับไทย  (สหรัฐ และญี่ปุ่น ให้เพิ่มดอกเบี้ยเงินเรา้  แต่ไทยกลับให้ลดดอกเบี้ย)

           จึงงงง อยู่พอสมควร เพราะแต่ก่อนมักจะได้ข่าวว่า ไทย รอฟังข่าวการกำหนดนโยบายการเงิน จากสหรัฐ ญี่ปุ่น แล้วพิจารณาทำตามหรือไม่ก็หยุดนิ่ง ๆ ตามปกติ .. แต่มาคราวนี้กลับเป็นเรื่องตรงกันข้าม

          แสดงว่าปัญหาเศรษฐกิจของไทย กับของสหรัฐ และญี่ปุ่น ต้องไม่เหมือนกัน

          การประกาศลดอัตราดอกเบี้ยคราวนี้  บวกกับ ที่กระทรวงการคลังออกมาระบุคราวก่อนว่า มีการเบิกจ่ายเงินไปใช้ช้า ทำให้เกิดปัญหา ผมเลยรู้สึกแปร่ง ๆ แล้วล่ะว่า เศรษฐกิจของไทยคงจะมีปัญหาแน่ ๆ 

          ที่แน่นอนก็ตามที่ ธปท.ให้เหตุผลในการออกแนวนโยบายลดดอกเบี้ยนี้ ก็คือ เพื่อเพิ่มการใช้จ่ายและการลงทุนภาคเอกชน ... พูดง่าย ๆ คือ ให้คนมีเงินเหลือมาใช้จ่ายทางอื่น ๆ มากยิ่งขึ้น แทนที่จะต้องเสียดอกเบี้ยสูง ๆ หรือคนที่ไม่กล้าเรา้เงินไปใช้ ก็ให้เรา้ ๆ ไปใช้ซะ ดอกเบี้ยต่ำขนาดนี้แล้ว สรุปปัญหาเศรษฐกิจไทยยามนี้ก็คือ คนไม่มีเงินใช้จ่ายนั่นเอง...

          คราวนี้ใช้นโยบายกำหนดอัตราดอกเบี้ย.... แต่ก่อน ๆ รัฐบาลเลือกปั้มเงินเข้าสู่ระบบ ที่เรียกว่าอัดฉีดเงินลงไป หรือว่าคราวนี้รัฐบาลไม่มีเงินอัดฉีดซะแล้ว ก็คงจะลำบากหน่อยนะครับ... ไหนจะส่งออกก็ยากเพราะค่าเงินแข็งมากกกก เก็บภาษีส่งออกได้น้อย แล้วก็ไม่รู้ว่ากรมสรรพากรจะเก็บภาษีรายได้ ตามเป้าหรือเปล่า...เงินทุนจากต่างชาติเข้ามาลงทุนก็เห็นว่ามีน้อย เพราะปัญหาความเชื่อมั่นทางการเมือง

          ก็ไม่รู้ว่าจะได้ผลแค่ไหนนะครับ... เดี๋ยวผมจะลองไปสังเกตตามตู้เอทีเอ็ม ห้างสรรพสินค้า ตอนต้นเดือน(ครบกำหนดโอนเงินจ่ายหนี้) ว่ามีคนไปใช้บริการเยอะเหมือนเดิมหรือเปล่า
       
       

   
บันทึกการเข้า

Comes the knowledge!!
Fushiki dane, koko ni Futari ga aetekita.Kimi dake dakishimetei tai.
ไม่มีใครรู้ว่าชีวิตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ทุกคนมีแต่เมื่อวานซึ่งไม่อาจย้อนกลับไปเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขอะไรได้ เหลือเพียงแต่วันนี้ ซึ่งหากทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ก็ไม่ต้องกังวล ว่าชีวิตอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
joobeng25
Moderator
jaidee5
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3282


ชีวิตจะยากเย็นเพียงใด ใจก็สู้ไม่หวั่น


เว็บไซต์
Re: เศรษฐกิจพอเพียง
« ตอบ #10 เมื่อ: พฤษภาคม 04, 2007, 14:05:20 »

 Smiley  นาน ๆ ๆๆ มาอัพเดตข่าวการเมือง  ... ช่วงนี้ก็ไม่น่าจะมีอะไรสำคัญเท่ากับปัญหาเศรษฐกิจของไทย  และปัญหาเหตุการณ์ไม่สงบที่ภาคใต้
                 ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจของไทย ข่าวที่สำคัญ ๆ คือ รัฐบาลให้ 4 ธนาคารรัฐ นำโดย ธ.อาคารสงเคราะห์  ออมสิน  ธกส. และ ธ.เอสเอ็มอี (ธนาคารเพื่อการพัฒนาฯ) อัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบ ให้ประชาชน ผู้ค้าขาย เรา้มากขึ้น จำนวน 4 หมื่นล้านกว่าบาท เพื่อหวังกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่าย  และทาง นายโฆษิต ปั้นเปี่ยมรัฐ ผู้ดูแลนโยบายเศรษฐกิจไทย ก็ออกมายอมรับว่า ปัญหาเศรษฐกิจไทยยามนี้ ไม่ใช่เรื่องไม่มีเงิน แต่เป็นเรื่องความเชื่อมั่นของคนไทย และนักลงทุน จึงทำให้เกิดการชลอตัวใช้จ่าย  พูดง่าย ๆ ก็คือ คนไทยไม่เชื่อมั่นเรื่องการเมืองนั่นเอง ภาคส่งออก ภาคการผลิต ต่าง ๆ ยังเป็นบวก และไปได้ดีอยู่ ว่างั้น ก็ติดตามดูแล้วกัน นะครับว่าเป็นจริงหรือไม่  แต่ที่แน่ ๆ ผมว่าภาคบริการ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวแย่แน่นอน ต่างชาติหลายชาติไม่มั่นใจเช่นกัน

                 นอกจากนี้ก็ยังมี ข่าวว่า โครงการก่อสร้างรถไฟขนส่งมวลชนที่ได้รับการอนุมัติไปแล้ว 4 สาย ที่ตกลงกับ ธ.เพื่อการพัฒนาของญี่ปุ่น หรือเจบิก ว่าจะเรา้เงินมาก่อสร้างนั้น ท่าทีธนาคารเจบิก ชักช้า จนทางไทย ออกมาพูดทำนองว่าให้เวลาตัดสินใจถึงแค่เดือนสิงหาคม ถ้ายังไม่ตอบรับไทยจะขอเรา้เงินภายในประเทศมาก่อสร้างแทน แม้ว่าต้องเสียดอกเบี้ยมากกว่าก็ตาม...  ก็รอติดตามต่อไปนะครับว่าจะเป็นอย่างไร

              ปัญหาภาคใต้ คงแก้ยากจริงๆ แต่มีแนวคิดอันหนึ่งที่ผมสนใจ คือ การยอมแพ้ของภาครัฐ ยอมนิรโทษกรรมให้ผู้กระทำผิด อาจจะเป็นทางออกที่ดีก็ได้ เพราะฝ่ายใดยอมก่อน ก็ทำให้สงครามสงบได้เช่นกัน  เหมือนสมัยสงครามโลก ญี่ปุ่น เยอรมันยอมแพ้สงคราม จึงสงบลงได้  ผู้ก่อการร้ายไอร์แลนด์เช่นกัน เขายอมยุติบทบาทก่อนจึงสงบลงได้    แต่...อย่าคิดว่ามันจะสงบได้ง่าย ๆ อย่างที่คิด เพราะการยอมแพ้ไม่ได้หมายความว่าสงครามจะยุติเสมอไป ถ้าหากอีกฝ่ายไม่ตกลงด้วย ก็ต้องมาติดตามดูกันต่อไป  ขณะเดียวกันก็ต้องมาถามจิตใจของคนที่ได้รับพิษภัยจากสงครามการต่อสู้ในสมรภูมิภาคใต้ว่า เขาเหล่านั้นยินยอมด้วยหรือไม่ และจะทำอย่างไรหากเขาไม่เห็นด้วย จะทำให้เขายอมรับได้โดยวิธีใด

              ปัญหาภายใน คมช. ตอนนี้ก็เป็นข่าวน้อยลง ถูกกลบข่าวว่างั้นเถอะ ไม่ว่าจะเป็นเสียงจาก รองประธาน คมช. ผู้ช่วย เลขา คมช. อย่างเช่น พล.อ.สพรั่งฯ พล.อ.วินัยฯ ไม่ทราบว่า ขอให้สื่อนำเสนอเรื่องอื่น ๆ แทนหรือเปล่า แล้วสื่อเมืองไทยก็เป็นใจเสียด้วย ตอนนี้จึงกลับกลายเป็นว่าเป้าใหญ่ส่งไปที่ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ยิ่งนับวันจะยุ่งวุ่นวายไปเรื่อย ๆ เรียกร้องแก้โน่นแก้นี่แบบจบไม่ลง แต่ถึงอย่างไรเสีย เป้าหมายสูงสุดของคณะรัฐบาลและ คมช. คือ ต้องทำให้ประชาชนรับร่างให้ได้  ถ้าหากไม่รับร่างนั่นหมายถึง ประชาชน ไม่สนับสนุนแนวทาง หรือการดำเนินการของ คมช. หรือรัฐบาล  ผมจึงเชื่อว่า การรับร่าง รธน. คือ ทางออกที่สวยงามที่สุด ของ คมช. และ คณะรัฐบาลชุดนี้  เพื่อเดินก้าวลงจากเวทีการเมืองแบบเจ็บตัวน้อยที่สุด

              ส่วนเรื่อง การยุบพรรคการเมือง ก็รอว่าจะเป็นอย่างไร ผมเชื่อว่าคงไม่มีการออกมาประท้วงอะไรมากมายหรอก จะยุบได้ก็แค่พรรคไทยรักไทยเท่านั้นแหละ ถึงยุบไปแกนนำพรรคไทยรักไทยเขาก็ไม่ได้ยี่หร่าอะไร เพราะสลายตัวไปตั้งพรรคใหม่กันหมดแล้ว ไม่มีอะไรให้มาอาลัยอาวรณ์พรรคนี้อีกต่อไป  และอีกอย่างประชาชนทั่วไปจะได้เข้าใจเสียทีว่า ถึงกาลอวสาน พ.ต.ท.ทักษิณฯ แล้ว เลิกรอคอย เลิกหวังให้คนคนนี้กลับมาเล่นการเมืองได้เสียที ถึงตอนนั้นแล้วทางแยกก็จะเห็นชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งคนอาจจะหันไปเล่นกับ รัฐธรรมนูญใหม่อีกระลอกหนึ่ง

บันทึกการเข้า

Comes the knowledge!!
Fushiki dane, koko ni Futari ga aetekita.Kimi dake dakishimetei tai.
ไม่มีใครรู้ว่าชีวิตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ทุกคนมีแต่เมื่อวานซึ่งไม่อาจย้อนกลับไปเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขอะไรได้ เหลือเพียงแต่วันนี้ ซึ่งหากทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ก็ไม่ต้องกังวล ว่าชีวิตอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
joobeng25
Moderator
jaidee5
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3282


ชีวิตจะยากเย็นเพียงใด ใจก็สู้ไม่หวั่น


เว็บไซต์
Re: เศรษฐกิจพอเพียง
« ตอบ #11 เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2007, 00:19:29 »

 Smiley อัพเดตข่าวใหม่ สั้น ๆ น่าสนใจ มี 2 เรื่อง คือ
              1.ระเบิดที่ตู้โทรศัพท์หน้าปากซอยราชวิถี 24    ผลคือ การคุมเข้มตู้โทรศัพท์  ประกอบกับ พล.อ.สพรั่งฯ ออกมาให้ข่าวว่า ตำรวจอังกฤษ ตรวจยึดแผนวางระเบิด กทม. ได้ ตอนแรกหลายคนไม่สนใจ และฝ่ายการเมือง ทรท. พยายามจะดิสเครดิต พล.อ.สพรั่งฯ ด้วยการให้ชี้แจงรายละเอียดว่า เจตนาเป่าหูประชาชน เพื่อให้โยงไปยัง อำนาจเก่าอีกโดยไม่มีหลักฐานบ่งชัด  ......  ปัญหา.... คือ รัฐบาลไทย ตำรวจไทย ไม่สามารถจัดการกับผู้ก่อการความไม่สงบวางระเบิดได้เลยแม้แต่รายเดียว ตั้งแต่เกิดเมื่อสิ้นปีก่อน มาจนปัจจุบัน  สะท้อนประสิทธิภาพ อย่างน้อย 2 ประการ คือ  1.การไร้ความสามารถในการคลี่คลายปัญหาความวุ่นวายของบ้านเมืองลงได้    2.สำคัญอย่างยิ่งคือ ระบบรักษาความปลอดภัยของ กทม. และประเทศ อ่อนแอ  อีกหน่อยใครจะวางระเบิดที่ไหนก็ทำได้ ถ้าหากเป็นพวกก่อการร้ายจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสนามบิน สถานที่ชุมนุมประชาชน 

                  2.การพยายามแก้ไขปลดล็อครัฐธรรมนูญ  เพื่อให้ลากผ่านไปให้ได้  โดย พล.อ.สุรยุทธ์ฯ นัด พรรคการเมือง มาประชุมหารือ นัยยะสำคัญคือ การเริ่มให้ความสำคัญพรรคการเมือง นักการเมือง มากกว่าที่เคยเป็นมา เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด ว่า จะให้ประชามติ รับหรือไม่รับ รธน. 50 นี้หรือไม่  โดยพรรคการเมือง ยกปัญหาใหญ่ ๆ เหมือนกัน 2 อันคือ  1.ไม่เห็นควรให้ สว.มาจากการแต่งตั้ง 2.ไม่เห็นควรให้ ตุลาการ ก้าวก่ายอำนาจการเมือง มากเกินไป โดยเฉพาะการให้คณะบุคคลเฉพาะมาหารือร่วมกันตัดสินปัญหาการเมืองปลดนายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนได้

                แต่หากมองอีกนัยหนึ่ง ก็คือ เป็นการสะท้อน ปัญหาข้อคิดเห็นผู้ต่อต้าน การรับร่าง รธน. 50 เพื่อแยกแยะให้ออกว่า กลุ่มใด จะต่อต้าน(ไม่รับ) รธน. ด้วยสาเหตุใด และจะมีกลุ่มใดมีพลังพอจะดึงมวลชนคว่ำ รธน.50 นี้ได้  ซึ่งสุดท้ายแล้วการรับร่าง รธน.50 นี้ หรือไม่ จะกลายเป็นเรื่องทางเทคนิค ของกฎหมายก่อน  เมื่อไม่ไหวจริง ๆ ก็จะใช้วิธีหักดิบ เหมือนอย่างที่ คปค. ได้ทำการปฏิวัตินั่นเอง   จะออกมาสูตรเดียวกันหรือไม่ น่าติดตาม smitten smitten

บันทึกการเข้า

Comes the knowledge!!
Fushiki dane, koko ni Futari ga aetekita.Kimi dake dakishimetei tai.
ไม่มีใครรู้ว่าชีวิตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ทุกคนมีแต่เมื่อวานซึ่งไม่อาจย้อนกลับไปเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขอะไรได้ เหลือเพียงแต่วันนี้ ซึ่งหากทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ก็ไม่ต้องกังวล ว่าชีวิตอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
joobeng25
Moderator
jaidee5
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3282


ชีวิตจะยากเย็นเพียงใด ใจก็สู้ไม่หวั่น


เว็บไซต์
Re: เศรษฐกิจพอเพียง
« ตอบ #12 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2007, 00:07:35 »

 Smiley เพิ่งเจอข่าวใหม่นี้  น่าสนใจเหมือนกัน  แต่ยังไม่ชัดเจนเท่าไหร่

               เป็นการวัดใจระหว่าง พล.อ.สนธิ กับ พล.อ.สุรยุทธ์

             http://www.thairath.co.th/news.php?section=politics&content=46518

             เป็นไปได้ไงเนี่ย เริ่มมีขบวนการขับไล่ออกมาเป็นระยะ ๆ ด้วยข้อหา ทำงานชักช้าอืดอาด ไม่ประทับใจ  ต้องรออีกสักสัปดาห์ข่าวนี้คงจะกระจ่างขึ้นกระมัง  ขอไปติดตามต่อแล้วจะมาอัพเดทใหม่ครับ
บันทึกการเข้า

Comes the knowledge!!
Fushiki dane, koko ni Futari ga aetekita.Kimi dake dakishimetei tai.
ไม่มีใครรู้ว่าชีวิตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ทุกคนมีแต่เมื่อวานซึ่งไม่อาจย้อนกลับไปเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขอะไรได้ เหลือเพียงแต่วันนี้ ซึ่งหากทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ก็ไม่ต้องกังวล ว่าชีวิตอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
น้ำรินทร์
jaidee5
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 665


My Heart Will Go On ....


Re: เศรษฐกิจพอเพียง
« ตอบ #13 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2007, 11:17:15 »


   ติดตามอ่านเรื่อยๆนะค่ะ...   ประดับความรู้ชอบแนววิเคราะห์ของคุณ joobeng25 ค่ะ

อ่านแล้วเข้าใจง่ายดี     ขอบคุณที่นำแนวความคิดที่ดีและความรู้ที่มีออกมาแบ่งปันกันค่ะ  smitten
บันทึกการเข้า
joobeng25
Moderator
jaidee5
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3282


ชีวิตจะยากเย็นเพียงใด ใจก็สู้ไม่หวั่น


เว็บไซต์
Re: เศรษฐกิจพอเพียง
« ตอบ #14 เมื่อ: พฤษภาคม 31, 2007, 13:16:12 »

http://www.thaijaidee.com/forum/index.php?topic=4115.msg81332#msg81332

       ส่วนเรื่อง การยุบพรรคการเมือง ก็รอว่าจะเป็นอย่างไร ผมเชื่อว่าคงไม่มีการออกมาประท้วงอะไรมากมายหรอก จะยุบได้ก็แค่พรรคไทยรักไทยเท่านั้นแหละ ถึงยุบไปแกนนำพรรคไทยรักไทยเขาก็ไม่ได้ยี่หร่าอะไร เพราะสลายตัวไปตั้งพรรคใหม่กันหมดแล้ว ไม่มีอะไรให้มาอาลัยอาวรณ์พรรคนี้อีกต่อไป  และอีกอย่างประชาชนทั่วไปจะได้เข้าใจเสียทีว่า ถึงกาลอวสาน พ.ต.ท.ทักษิณฯ แล้ว เลิกรอคอย เลิกหวังให้คนคนนี้กลับมาเล่นการเมืองได้เสียที ถึงตอนนั้นแล้วทางแยกก็จะเห็นชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งคนอาจจะหันไปเล่นกับ รัฐธรรมนูญใหม่อีกระลอกหนึ่ง

                  33333333333333333333333355555555555555555555555333333333333333333333333333333333333

        และแล้วผมก็ทำนายถูกอีกแล้ว  ว่าพรรคไทยรักไทยถูกยุบ แต่พรรคประชาธิปัตย์รอด  คราวนี้ ผมก็รอดูต่อไปอีกว่า นายกรัฐมนตรีคนต่อไป จะไม่ใช่อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่เป็นอัศวินขี่ม้าขาวมาจากองค์กรนอกประเทศหรือเปล่า  ผมยังไม่อยากเอ่ยชื่อแต่ หลาย ๆ คนอาจจะรู้จักชื่อนี้แล้ว รอดูสิว่า จะมีการใส่พานให้คน ๆ นี้มาเป็นหัวหน้าพรรคแทนหรือไม่ ติดตามต่อไปนะครับ

   การเมือง ณ วันนี้ เป็นเกมส์ที่มองเห็นมาแต่ไกล ๆ แล้วล่ะ มันลงตัวด้วยประการทั้งปวงครับ  smitten smitten
บันทึกการเข้า

Comes the knowledge!!
Fushiki dane, koko ni Futari ga aetekita.Kimi dake dakishimetei tai.
ไม่มีใครรู้ว่าชีวิตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ทุกคนมีแต่เมื่อวานซึ่งไม่อาจย้อนกลับไปเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขอะไรได้ เหลือเพียงแต่วันนี้ ซึ่งหากทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ก็ไม่ต้องกังวล ว่าชีวิตอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
หน้า: [1] 2 ขึ้นบน พิมพ์ 
« previous next »
กระโดดไป:  

หน้าแรก ชุมชนคนใจดี !!  บอร์ด ชุมชนคนใจดี !!  อัลบั้ม ชุมชนคนใจดี !!  เกมส์ ชุมชนคนใจดี !!  แชทรูม ชุมชนคนใจดี !!

Choose your language : Thai  English

JAZ Airhostess  Pre Cadet 33  Police Cadet 49  Air Cadet 40

Powered by MySQL Powered by PHP
© 2005 Modified by v Cop Thailand
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!