ชุมชนคนใจดี !!
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ตุลาคม 02, 2014, 00:13:31

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ค้นหา:     การค้นหาขั้นสูง
มาเล่นเกมส์ในเว็บกันคะ ... ลองเล่น หรือ ประลองกัน คลิกที่นี่ จ้า
107170 กระทู้ ใน 11088 หัวข้อ โดย 453856 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: AlmaAltma
* บอร์ดรวม บอร์ดรวม บอร์ดรวม บอร์ดรวม บอร์ดรวม ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
+  ชุมชนคนใจดี !!
|-+  กลุ่ม เพื่อนๆ ในเครื่องแบบ ค่ะ
| |-+  บอร์ด นรต. 49 ตำรวจใจดี (ผู้ดูแล: joobeng25, chavanut, jak49, nop49)
| | |-+  โรงเรียนลูกผู้ชาย : Academy of true Gentleman (เชิงวิพากษ์ โดย นรต.49)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « previous next »
หน้า: 1 ... 10 11 [12] 13 14 15 ลงล่าง พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: โรงเรียนลูกผู้ชาย : Academy of true Gentleman (เชิงวิพากษ์ โดย นรต.49)  (อ่าน 38278 ครั้ง)
therd
jaidee4
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 373


Re: โรงเรียนลูกผู้ชาย : Academy of true Gentleman (เชิงวิพากษ์ โดย นรต.49)
« ตอบ #165 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2006, 01:03:33 »

วิษณุดัน‘ทบวงตำรวจ’ ซุกท้องถิ่นเล็กไปไร้งบ

โพสต์ทูเดย์ — “วิษณุ” อุ้มสีกากี เย้ยโมเดลตำรวจสังกัดท้องถิ่นก๊อบปี้จากสหรัฐเสนอให้ตั้งเป็นทบวง ดัน ผบ.ตร.เป็นปลัด

นายวิษณุ เครืองาม สมาชิกสภานิติบัญญัติ แห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับแนวความคิดการปรับโครงสร้างตำรวจที่นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ และ พล.อ.ปานเทพ ภูวนารถนุรักษ์ สนช. เสนอให้ตำรวจไปขึ้นกับผู้ว่าราชการจังหวัดและท้องถิ่น เพื่อหวังลดอำนาจในส่วนกลางของสำนักงานตำรวจแห่งชาติลง เพราะกรมตำรวจได้มีพัฒนาการไปไกลเกินแล้ว ถ้าคิดว่าตำรวจมีอำนาจใหญ่เกินไปก็ควรแยกอำนาจออกมา ด้วยการปรับโครงสร้างให้ตำรวจเป็นทบวงแล้วให้ ผบ.ตร. เป็นปลัดทบวง โดยให้แต่ละกรมมีอำนาจโยกย้ายเองได้


นายวิษณุ กล่าวว่า การให้ตำรวจไปขึ้นตรงกับท้องถิ่นจะทำให้ตำรวจแย่ เพราะท้องถิ่นมีความแตกต่างกัน จะเปรียบเทียบกับสหรัฐที่เป็นรัฐใหญ่ไม่ได้ เพราะไทยทั้งเล็กและขาดงบอุดหนุน


“ผมเห็นว่าให้ตำรวจอยู่เหมือนเดิม โดยให้ท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วม แต่ถ้าเอาตำรวจทั้งกรมยัดให้ท้องถิ่น รับรองลูกผีลูกคน บางประเทศมีตำรวจท้องถิ่นจริง แต่ประเทศเขารวย เรามีท้องถิ่นที่รวยและจน หากไปอยู่ท้องถิ่นที่จนก็แย่ คนไปอยู่แล้วเมื่อไรจะได้เป็นนายพล” นายวิษณุ กล่าว


ด้านนายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ควรลดอำนาจตำรวจส่วนกลางไปสู่ภูมิภาค ซึ่งจะมีการประชุมปรับโครงสร้างกรมตำรวจในวันที่ 28 พฤศจิกายนนี้


“ก็รู้สึกเห็นใจที่ตำรวจอึดอัด เพราะถูกมองไม่ดี ซึ่งมีแค่ตำรวจบางคนเท่านั้นที่ทำให้ประเทศนี้กลายเป็นรัฐตำรวจ” นายจรัญ กล่าว


พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ อดีตอธิบดีกรมตำรวจ กล่าวว่า
เคยเสนอแนวคิดนี้ตั้งแต่สมัยเป็นอธิบดีกรมตำรวจ   
 เพราะปัญหาต่างๆ เกิดจากโครงสร้างที่ผิดเพี้ยน ทั้งนี้ เห็นควรให้ยุบสำนักงานตำรวจแห่งชาติไปเลย แล้วตั้งกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางที่ทำงานเหมือนเอฟบีไอขึ้นแทน


“การมี สตช.เป็นศูนย์กลางคุมตำรวจ ทำให้ง่ายต่อการวิ่งเต้นในการเลือนยศและตำแหน่งของตัวเอง ด้วยการเข้าหานาย หาเส้นสาย ซึ่งแก้อย่างไรก็ไม่หมด หากไม่มีการแก้ที่โครงสร้าง ที่ พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บอกว่าถ้าให้ตำรวจไปขึ้นอยู่กับผู้ว่าฯ แล้วแผ่นดินจะลุกเป็นไฟ เป็นการพูดเกินกว่าเหตุ” อดีต ผบ.ตร.กล่าว


พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ก่อนจะดำเนินการก็ควรรับฟังเหตุผลของตำรวจด้วย หากคุยกันด้วยเหตุผลและคำนึงประโยชน์ส่วนรวมก็จะไม่มีปัญหา คงจะได้นำมาพูดคุยกับ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ที่จะมาตรวจเยี่ยมสำนักงานตำรวจแห่งชาติในสัปดาห์หน้า
-------------------------------------------------------------------
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 18, 2006, 10:11:39 โดย therd » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
therd
jaidee4
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 373


Re: โรงเรียนลูกผู้ชาย : Academy of true Gentleman (เชิงวิพากษ์ โดย นรต.49)
« ตอบ #166 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2006, 01:04:30 »

วิษณุ"ค้านให้ตร.ไปสังกัดท้องถิ่น



เมื่อวันที่ 16 พ.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายออกมาวิพากษ์วิจารณ์และเรียกร้องให้ปรับโครงสร้างสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า เราต้องรับฟัง ไม่ว่าผู้ใดจะแสดงความคิดเห็นอย่างไรทั้งต่อการทำงานและโครงสร้าง ก็ยอมรับฟังอยู่แล้ว เพราะตำรวจกินเงินเดือนซึ่งเป็นภาษีของประชาชน เมื่อรัฐบาลและบ้านเมืองมีการเปลี่ยนแปลง ก็พร้อมจะรับฟัง แต่อย่างไรก็ตาม ขอให้รับฟังเหตุผลของตำรวจด้วย ทุกอย่างถ้าเราพูดด้วยเหตุผล เพื่อผลประโยชน์ส่วนรวมก็คงไม่มีปัญหาอะไร การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องธรรมดา เหมือนผู้หญิงแต่งตัวอย่างไรตอนเช้าก็สวย พอตอนบ่ายไม่สวยแล้ว อาจจะต้องเสริมสวยบ้าง ทุกคนก็อยากให้เป็นตำรวจของประชาชน รูปร่างหน้าตาที่เขาต้องการเป็นอย่างไรเราก็ต้องรับฟัง ก็ยินดี

"ในสัปดาห์หน้า พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกฯ จะเดินทางมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และคาดว่าจะหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดคุยด้วย" พล.ต.อ.โกวิทกล่าว

วันเดียวกัน นายวิษณุ เครืองาม สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กล่าวถึงแนวความคิดการปรับโครงสร้างตำรวจให้ไปขึ้นกับท้องถิ่น และลดอำนาจของผบ.ตร.ลงไปว่า ปัญหาวันนั้นไม่เหมือนวันนี้ ตอนนั้นตำรวจยังอยู่ที่กระทรวงมหาดไทย เวลานี้มันพัฒนาไปเยอะ สุดเรา่แล้ว ก็ต้องมาคิดว่า ถ้าตำรวจมันเป็นสะสมอำนาจใหญ่เกินไปแล้วเราไปลด ทำไม่ได้ แต่แยกมันออกได้ โดยแบ่งออกเป็นหลายกรม

นายวิษณุ กล่าวว่า ความเห็นของตนคือให้ตำรวจอยู่เหมือนเดิม โดยให้ท้องถิ่นเข้ามามีส่วนบัญชาเมื่อยังอยู่กับเขา จัดงบท้องถิ่นมาบำรุง แต่ถ้าเอาตำรวจทั้งกรมยัดท้องถิ่นรับรองลูกผีลูกคน วันนี้ยังเป็นอย่างเดิมได้ไม่ว่าจะอยู่ท้องถิ่นไหน ให้ท้องถิ่นมีส่วนเกี่ยวข้องในการโยกย้ายอะไรบ้างเท่านั้น บางประเทศมีตำรวจท้องถิ่นจริง แต่ประเทศเขารวย เรามีท้องถิ่นที่รวยและจน หากไปอยู่ท้องถิ่นที่จนก็แย่ แล้วเมื่อไรจะได้นายพล

หน้า 11
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
therd
jaidee4
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 373


Re: โรงเรียนลูกผู้ชาย : Academy of true Gentleman (เชิงวิพากษ์ โดย นรต.49)
« ตอบ #167 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2006, 10:17:03 »

ถามท่านจรัญ...หน่อย


    อะไรคือรัฐตำรวจ  รากศัพท์  Police , Politic , State  ก็มีมุมมองที่แทบจะไม่ต่างกันอยู่แล้ว  ตำรวจไม่ขึ้นกับรัฐจะให้ไปขึ้นกับวัดเหรอครับท่าน 

  ท่านเป็นถึงเลขาธิการเนติฯ   แต่รับใช้รัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติ   ท่านไม่ต้องมาสงสารตำรวจหรอกครับ   เวทนาตัวเองเอาเถอะครับ  หมดวาระแล้วหมายังไม่เห่าท่าน

  เพราะท่าน ก็.......
 
    เอารัฐบาลคอมมิวนิสต์เลยไหมครับ  ผมยอมรับได้อยู่แล้ว  รัฐบาลคอมฯ ไม่ต้องมีนักกฎหมาย  เอานักกฎหมายไปล้างส้วมแทนแล้วกัน  แต่ไม่มีรัฐไหนที่ไม่ต้องมี "ตำรวจ"


   แล้วท่านปรา  ตีน   นะ  ทำไมเสนอแต่แนวความคิดแล้วยุ่งไม่ทำ   แล้วตอนนี้ทำมาเป็น  ห่าว
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Peugeot49
jaidee5
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 770


Strategy and Plan.


Re: โรงเรียนลูกผู้ชาย : Academy of true Gentleman (เชิงวิพากษ์ โดย นรต.49)
« ตอบ #168 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2006, 11:02:23 »

เรื่องตำแหน่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการวิ่งเต้นกัน ก็เพราะว่าอะไร

1.ตำแหน่งมีน้อย  แต่คนที่มีคุณสมบัติครบตามหลักเกณฑ์มีมากเกินไป (แล้วทำไมไม่ลดจำนวนรับ นรต.หรือบุคคลภายนอกให้ลดลงบ้างนะ)
2.ระบบอาวุโสและระบบคุณธรรมไม่สามารถใช้ได้จริง  ระบบอุปถัมภ์ใช้ได้เสมอ
3.การวางแผนกำลังพลของ ตร. ไม่น่าจะเวิร์ค  ไม่ทันสมัย ไม่ยาวไกล 30 -40 ปีข้างหน้า
4.ค่าตอบแทนในอาชีพแต่ละระดับแตกต่างกันมาก  เงินเดือนมีการตัน เหมือนทำงานฟรี
5.ปริมาณงานในตำแหน่งล่างๆ มีปริมาณงานมากเกินขีดจำกัดของแต่ละคนจะรับได้
6.ทุกคนต้องการมีชีวิตที่ดีกว่า ไม่อยากให้คนที่เรารู้จักดูถูก ดูแคลน
7.บรรพบุรุษของเรามักสอนลูกหลานด้วยคำว่า ขอให้ได้เป็นเจ้าคนนายคน
8.พวกบ้าหอบฟาง
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

เก่งเนื้อหาวิชาสารพัด หากอ่อนหัดการปฏิบัติก็ไร้ผล
therd
jaidee4
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 373


Re: โรงเรียนลูกผู้ชาย : Academy of true Gentleman (เชิงวิพากษ์ โดย นรต.49)
« ตอบ #169 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2006, 12:02:35 »





มาอีกละ  คุณ  หะ - เรีย  สองตัวนี้   
คุณ  หะ -  เรีย  แรก  นี้   ถ้าปัจจุบันบ้านเมืองลุกเป็นไฟแล้ว  เดี๋ยวกรูจะไปเผาบ้านคุณนะ  แล้วคุณไม่ต้องมาแจ้งความตำรวจละ   

------------------------------------------------------------------------------


ประทิน"หนุนปรับโครงสร้างตำรวจ ยุ"สุรยุทธ์"ปลด ผบ.ตร.-โฆษก


 

 
 

ปรับโครงสร้างทัพสีกากีชักจะร้อนระอุ “ประพันธ์ คูณมี” สวนหมัด “อชิรวิทย์” ทุกวันนี้บ้านเมืองลุกเป็นไฟเพราะตำรวจอยู่แล้ว ทั้งฆ่าตัดตอน ทั้งอุ้มฆ่า รวมไปถึงเหตุการณ์ไม่สงบในภาคใต้ ยุ นายกฯปลด โฆษก ตร. คนแรก ตามด้วย ผบ.ตร. ที่ปล่อยให้ลูกน้องแกว่งปาก ชี้ รัฐบาลเลือกตั้งไม่กล้าปรับโครงสร้าง สตช. เนื่องจากพรรคการเมืองมีผลประโยชน์ร่วมกัน ขณะที่อดีต อ.ตร. “ประทิน สันติประภพ”หนุนแนวคิด “สังศิต” เชื่อทำงานได้ดีกว่าเก่า แต่ขอให้รัฐบาลดุแลสวัสดิการค่าตอบแทนให้เท่าเทียมกัน ระบุ ตอนนี้มี พล.ต.ท. และ พล.ต.อ. เกลื่อนเมือง แต่ไม่มีงานทำ ด้าน “โกวิท วัฒนะ” ยินดีรับฟังความคิดเห็น เป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลง แต่ขอให้พูดกันด้วยเหตุผล ส่วนนายกรัฐมนตรีออกคำสั่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาระบบงานตำรวจ 28 คน ให้ “พล.ต.อ.วสิษฐ์ เดชกุญชร” เป็นประธาน

จากกรณีที่ นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีแนวคิดเสนอให้ปรับโครงสร้างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) โดยให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ไปขึ้นกับ กทม. ส่วนตำรวจภูธรจังหวัดต่าง ๆ ให้ขึ้นกับ ผวจ.จังหวัดนั้น ๆ ขณะที่กองบัญชาการสอบสวนกลาง (บช.ก.) และกองบังคับการตำรวจปราบปราม (บก.ป.) ยังคงสังกัดใน สตช. ซึ่ง นายสังศิต ได้เข้าหารือกับ นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายจรัญ ภักดีธนากุล รมว. ยุติธรรม พร้อมกับให้เหตุผลว่า เพื่อตรวจสอบการทำงานได้ง่ายขึ้น และทำให้หน่วยงานตำรวจเล็กลง ป้องกันเรื่องการหาผลประโยชน์ทับซ้อน ทำให้ พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช รอง ผบ.  ตร. ในฐานะโฆษก สตช. ออกมาโต้ถาม นายสังศิต ว่า รู้จักตำรวจดีแล้วหรือที่ออกมายกตนข่มท่าน เป็นข้าราชการด้วยกันควรจะให้เกียรติกัน เมื่อไหร่ตำรวจไปอยู่กับท้องถิ่น เมื่อนั้นแผ่นดินจะลุกเป็นไฟ ตามที่เสนอข่าวให้ทราบนั้น
 
ต่อมา เมื่อวันที่ 16 พ.ย. พล.ต.อ. ประทิน สันติประภพ อดีตอธิบดีกรมตำรวจ ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ตนเห็นด้วยกับข้อเสนอให้มีการปรับโครงสร้างตำรวจ เพราะจะทำให้ สตช.ดีขึ้น แต่ทั้งนี้ตำรวจที่จะไปขึ้นตรงกับผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องขึ้นตรงอย่างเด็ดขาด ห้ามโยกย้ายไปไหนจนกว่าจะเกษียณ ต้องทำให้เป็นตำรวจของแต่ละจังหวัดนั้น ๆ ที่ผ่านมาโครงสร้างของตำรวจผิดพลาด หน่วยราชการ และฝ่ายปกครองทุกหน่วยไปขึ้นตรงกับ ผวจ. ยกเว้นตำรวจเท่านั้น ทั้งที่ ผวจ. เป็นคนที่รู้จักพื้นที่เป็นอย่างดี หากทุกหน่วยงานขึ้นตรงกับ ผวจ. จะสามารถบริหารงานได้อย่างเต็มที่ แต่ตนอยากให้ดูแลในภาพรวมของตำรวจ โดยเฉพาะในเรื่องของสวัสดิการค่าตอบแทน ซึ่งขณะนี้ตำรวจได้รับน้อยมาก ระดับนายร้อยจบใหม่ ๆ เงินเดือนไม่ถึง 1 หมื่นบาท ดังนั้นรัฐบาลจะต้องจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอ ต้องให้หลักประกันในความเจริญก้าวหน้าเท่าเทียมกัน ไม่ต้องเป็นระดับนายพลทุกคน ขณะนี้ระดับ พล.ต.ท. และพล.ต.อ. มีกันอยู่เกลื่อนเมืองแต่ไม่มีงานทำ
 
เมื่อถามว่าจะทำให้เกิดปัญหาความไม่เป็นธรรมหรือไม่ เพราะข้าราชการในส่วนอื่นมีโอกาสย้ายข้ามจังหวัดได้ แต่ตำรวจไม่มีสิทธิย้าย พล.ต.อ.ประทิน กล่าวว่า อาชีพตำรวจมีความพิเศษกว่าข้าราชการอื่น ๆ จะต้องดูแลความปลอดภัย และเป็นที่พึ่งของประชาชนมากที่สุด เพราะฉะนั้นจะต้องอยู่และดูแลในพื้นที่เพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง ส่วนข้อถามว่า พล.ต.อ.อชิรวิทย์ โฆษก สตช. ออกมาคัดค้านระบุว่าบ้านเมืองจะลุกเป็นไฟ พล.ต.อ.ประทิน กล่าวว่า เป็นความเห็นส่วนตัวของพล.ต.อ.อชิรวิทย์ คนเดียว ตนไม่วิพากษ์วิจารณ์ แต่เชื่อว่าโดยรวมส่วนใหญ่แล้วทุกคนไม่คัดค้าน เพราะตำรวจต้องการเกียรติและหลักประกันที่ดี หากทุกคนได้รับสิ่งนี้ก็เชื่อว่าคงไม่มีปัญหา
 
ส่วน นายประพันธ์ คูณมี สมาชิก   สนช. กล่าวโต้คำพูดของ พล.ต.อ.อชิรวิทย์ โฆษก สตช. ที่ว่า ถ้าโอนตำรวจไปขึ้นกับท้องถิ่นแล้วแผ่นดินจะลุกเป็นไฟว่า พูดได้อย่างไร ทุกวันนี้บ้านเมืองลุกเป็นไฟเพราะตำรวจอยู่แล้วทั้งนั้น ทั้งเหตุการณ์ฆ่าตัดตอน เหตุการณ์อุ้มฆ่าต่าง ๆ รวมไปถึงเหตุการณ์ไม่สงบในภาคใต้ จะมาบอกว่าไม่รู้จักตำรวจดีได้อย่างไร เพราะคนที่รู้จักตำรวจดีที่สุดคือประชาชน อยากรู้ความจริงเกี่ยวกับตำรวจต้องไปถามพ่อค้าแม่ค้าที่ถูกรีดไถ ถ้าถามเรื่องจราจรให้ไปถามผู้ที่ขับขี่รถยนต์ อย่าไปถามตำรวจ การจะปรับโครงสร้างตำรวจต้องเปลี่ยน ผบ.ตร.ที่เป็นผู้นำองค์กรก่อน ดังนั้น นายกรัฐมนตรีต้องเรียก ผบ.ตร. รองผบ.ตร. ผบช.น. ผบช.ภ.ต่างๆมาชี้แจงทำความเข้าใจว่าปรับเปลี่ยนแล้วจะมีผลดีต่อเกียรติภูมิตำรวจ และภาพความเป็นมิตรในหมู่ประชาชนอย่างไร และมอบหมายให้ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล
 
นายประพันธ์ กล่าวอย่างเผ็ดร้อนต่อว่า โฆษก สตช.พูดแบบนี้เหมือนปลุกกระแสต่อต้านนโยบายรัฐบาล นายกรัฐมนตรีควรปลด   พล.ต.อ.อชิรวิทย์ เป็นคนแรก รวมทั้ง ผบ.ตร. ควรออกมารับผิดชอบที่ให้ลูกน้องออกมาพูดแบบนี้ ตนเชื่อว่า รมว.ยุติธรรม และปลัดยุติธรรม ศึกษาและวิจัยมาอย่างดีแล้วว่าต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างตำรวจอย่างไร ซึ่งเรื่องแบบนี้  ทำไม่ได้อยู่แล้วในรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เพราะพรรคการเมืองและตำรวจจะใช้ประโยชน์ซึ่งกันและกันเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน
 
ด้าน พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ผบ.ตร. กล่าวถึงการปรับเปลี่ยนโครงสร้างตำรวจว่า เป็นเรื่องที่เราต้องยอมรับฟังไม่ว่าใครจะแสดงความคิดเห็นเพราะตำรวจกินเงินเดือนจากภาษีประชาชน เมื่อบ้านเมืองมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล เราก็ต้องรับฟัง และขอให้รับฟังเหตุผล   ของตำรวจด้วย เราต้องพูดกันด้วยเหตุผลด้วยผลประโยชน์ของส่วนรวมคงไม่มีปัญหาอะไร เพราะการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องธรรมดา เหมือนผู้หญิงตอนเช้าแต่งตัวสวย พอตอนบ่ายไม่สวยแล้วต้องมีการเสริมสวยกันบ้าง ทุกคนอยากให้ตำรวจมีรูปร่างหน้าตาที่ประชาชนต้องการเป็นอย่างไรเราต้องยินดีรับฟัง โดยในสัปดาห์หน้านายกรัฐมนตรีอาจจะเดินทางมาเยี่ยม สตช. คิดว่านายกฯจะมาพูดคุยกับตำรวจ
 
ขณะเดียวกัน พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 239/2549 แต่งตั้งคณะกรรมการการพัฒนาระบบงานตำรวจ จำนวน 28 ราย โดยให้ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร เป็นประธานคณะกรรมการ ซึ่งมีอดีตนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ และผู้ทรงคุณวุฒิสาขาต่างๆร่วมเป็นกรรมการทั้งหมด 27 คน พร้อมกับกำหนดอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการฯและแนวทางการดำเนินงานไว้ด้วย สั่ง ณ วันที่ 13 พ.ย. 2549.
 
 
 
 
 
 
 ส่งให้เพื่อน  พิมพ์  เน้นข้อความก่อนพิมพ์  แสดงความเห็น
 
 
 
 
 
ข่าวย้อนหลัง
 ทางหลวงเล็ง 4 แบบสร้านถนนใหม่
 
 ‘หมอวิชัย’ตั้งเป้าพัฒนา อภ.ให้มั่นคง
 
 ปชป.ติงปรับผังทีวียังยึดติดกำไร
 
 ปลัด ยธ.ชี้'มานิตย์'หากผิดร้ายแรง-ออก
 
 ‘ประชา’ร่วมต้านผ่าตัด สตช.
 
 "ประทิน"หนุนปรับโครงสร้างตำรวจ ยุ"สุรยุทธ์"ปลด ผบ.ตร.-โฆษก
 
 ฟันอดีตรองอธิบดีเชือดทั้งวินัยอาญา
 
 จ่อฟันกรรมการ ปรส.ทำรัฐขาดทุนย่อยยับ
 
 ‘ป๋าเปรม’บรรยายครบ 7 ปีตั้ง ป.ป.ช.
 
 ‘ไพบูลย์’หวั่นครหาตั้งสรรหาบอร์ด กคช.
 
 
 
 
 
 
   
   
   
ความคิดเห็นที่ 86
18 พ.ย. 2549
10:19:11
หลวง
IP: 58.181.205.118 คุณสังสิตมันเป็นนักวิชาการตอแหลมาแต่ใหนแล้วยังไม่รู้อีกมันเรียกมันว่านักประชาธิปไตย
 
 
ความคิดเห็นที่ 85
18 พ.ย. 2549
9:53:46
คนพิจิตร
IP: 203.188.61.51 รัฐบาลนี้เข้ามาทำงานเพียงชั่วคราวและไม่ได้มาตามระบอบประชาธิปไตยที่ทั่วโลกเขามีไม่ควรหยิบเอาเรื่องนโยบายใหญ่ๆอย่างนี้มาเล่นเลย ถ้าจะแก้เล่นกองทัพเลยดีกว่าเพราะกองทัพเมืองไทยนี่ทำงานไม่คุ้มกับเงินเดือนนายพลมากมายเกินไป มีใครสำรวจว่ากองทัพบาทัพเดียวนี่มีพลเอกกี่คน พลโทกี่คนแลพพลตรีกี่คน แล้วพวกทำงานทั้งวันมีกี่คนลองสำรวจให้ประชาชนเจ้าของประเทศเขารู้บ้างซิครับ ผมว่าถ้าจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเอาทหารก่อนโดยย้ายทหารไปอยู่นอกเมืองหลวงเอาไว้ในเมืองหลวงเดี๋ยวก็ปฎิวัติ  หน่วยทหารม้ายานเกราะเลิกได้เลยเพราะไม่เคยเอารถถังไปยิงกับใคร มีไว้เพียงซ้อมและปฎิวัติเท่านั้น
 
 
ความคิดเห็นที่ 84
18 พ.ย. 2549
9:23:04
ข้าราชการ
IP: 58.147.100.10 ตำรวจเงินเดือนน้อยยังมี   เบี้ยเลี้ยง   ค่าจับปรับ       นายตำรวจรวยกว่า      แต่นายทหารจนกว่าเยอะ   ส่วนต่างมันมากไป
 
 
ความคิดเห็นที่ 83
18 พ.ย. 2549
9:09:31
GET OUT SONTHI!!
IP: 64.131.129.253 Buffalo Pratin. He is a slave to KOR MOR CHOR and one of alliance to Rebel SONTHI. Get Out Surayudth. You have no right to say how good is Thailand''s economic. You have nothing to do with it and it is not your worไม่อนุญาตให้ใช้คำนี้ performance. Get Out KOR MOR CHOR and Both Sothis. You guys will sooner or later have to pay off what you have done to Thailand and Thai people due to your COUP and False Accusations to Thaksin and his party. Do not lie to reconcile the country''s division because it is not going to work due to your bad behavior. Your tails are waving and you are barไม่อนุญาตให้ใช้คำนี้ like dogs.
 
 
ความคิดเห็นที่ 82
18 พ.ย. 2549
8:58:14
ตำรวจระดับกลาง
IP: 61.19.59.160 ผมยินดีที่จะไม่เป็นนายพล แต่ขอเงินเดือนค่าเสี่ยงตายรายวันให้คุ้มค่าเมื่อเทียบเคียงกับอัยการ กับ ตุลาการ เขาหน่อยเถิดครับ ถ้าคุณเปรียบเทียบว่าเขาดี คุณต้องเปรียบเทียบปัจจัยและทรัพยากรที่ใส่ให้เขาด้วยครับ มันถึงจะยุติธรรม

ตราบใดที่คุณให้ผมแค่สิบบาท แต่หวังจะให้ผมทำงานให้คุณร้อยบาท ก็ชาติหน้าตอนหิมะตกในประเทศไทยแหละครับ มันถึงจะดีขึ้น ตอนนี้ตำรวจก็รับส่วยมาเลี้ยงครอบครัวไปพลางๆก่อน ปรับให้ไปขึ้นกับใครก็ไม่ช่วยอะไรหรอกครับ เลิกเป็นตาบอดคลำช้างกันได้แล้ว

เอามาเลย เงินเดือนสูง เครื่องมือพร้อม ทรัพยากรพร้อม ตำรวจจะทำงานให้คุณได้อย่างดี เราสัญญา

 
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 81
18 พ.ย. 2549
4:59:13
ไท
IP: 217.211.244.129 วิชาการกับพฤติกรรมจริงที่จเกิดขึ้นในสังคม มันเป็นดาบสองคมเสมอ อย่าลืมว่าคนไทตกอยู่ใต้ระบบอำนาจมาช้านาน ไม่ว่าสาขาอาชีพใด อย่างผู้อ่านข่าวช่องห้า รายการที่นี้สนามเป้า ที่แปลกคำว่าบักน่ารักน้อยว่าเป็นคนพะเนจร เลยพากันเรียกอดีตนายกทักษิณ ว่าบักน่ารักน้อยกันทุกวัน ภาษาชาวบ้านเขาใช้สำหรับเด็กทีน่ารักเอ็นดู หรือเด็กไร้เดียงสา ผู้มีอายุมักใช้เรียกเด็กคนที่ตนรักหรือสนิทเท่านั้น ถ้าใช้เรียกผู้มีอายุหรือคนมีวุฒิการศึกษา เขาเรียกว่าดูถูกเหยียดหยาบกันเป็นอย่างมาก ขอให้ตำตรวจดี ๆ ออกมาปกป้องสถาบันตนเองต่อไป
 
 
ความคิดเห็นที่ 80
18 พ.ย. 2549
4:25:49
พรรคพวกตำรวจ
IP: 64.32.223.246 เพื่อนและญาติตำรวจเคยเล่าให้เราฟัง ตำรวจที่ดีก็ต้องมาเลว เพราะสังคมตำรวจบังคับ ตำรวจที่ไม่ยอมรับเงินส่วยจะถูกกลั่นแกล้งรังแกและต้องไปทำงานในแผนกการศึกษาหรืออย่างอื่น ผู้กำกับต้องส่งส่วยให้นายเดือนละเกือบล้านบาท ผู้บัญชาการภาคต้องหาเงินส่งสวยให้นายเดือนละหลายล้านบาท ตำรวจที่เป็นนายพลจะมาจากตำรวจเลวที่หาเงินเก่ง ตำรวจดีตงฉินไม่มีหวังใด้เป็นนายพลเหมือนอย่างตำรวจเลว สมควรเปลี่ยนแปลงตำรวจไทยใด้แล้ว
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 79
18 พ.ย. 2549
2:01:46
ป้อมเพชร
IP: 71.96.227.108 คุณประพนธ์ คูณมี ที่กล่าวข้างต้นได้ถูกต้อง แต่ต้อนท้ายก็เห็นใจคุณอชิรวิทย์ ท่านก็เป็นนายตำรวจที่ออกมาพูดก็เพื่อปกป้องพวกตัวเองมากกว่า คงไม่ได้คิดไปถึงอย่างที่ท่านประพนธ์คิด และที่บอกว่านักเรียนนายร้อยจบมาใหม่ๆเงินเดือนไม่ถึงหมื่น แต่อยู่ไม่กี่เดือนมันมีรถเก๋งใหม่ๆขับกันแล้วนะท่าน ถ้าบอกว่าเป็นรถผ่อนส่งเงินเดือนเท่านี้จะผ่อนไหวหรือไหนจะค่าน้ำมันที่แพงหูฉี่ มีใครเคยเห็นนายร้อยตำรวจขึ้นรถเมล์บ้าง มันเป็นกฏของ รร.นายร้อยหรือเปล่า หรือกลัวเสียศักดิ์ศรี

เปลื่ยน ผบ.สตช ใหม่ ขอแนะนำจากประชาชนคนหนึ่ง ลองใช้บริการของ พล.ต.อ เสรีพิสุทธ์ เตมียเวส

นายตำรวจคนนี้มีอะไรดีๆที่กล้าพอจะ พาตำรวจทั้ง สตช ให้เป็นที่ประชาชนยอมรับได้ ท่านเคยสังเกตุกันไหมทุกรัฐบาลที่ผ่านมา ไม่มีใครกล้าให้ตำแหน่งกับท่านนี้ เพราะกลัวการทำงานของท่าน ท่านไม่เคยไว้หน้าถ้าใครทำผิดกฎหมาย แม้ผู้นั้นจะมีอิทธิพลก็ตาม
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 78
18 พ.ย. 2549
0:22:11
รพีพัฒน์
IP: 203.209.121.136 อยากให้รัฐบาลเร่งช่วยเรื่องน้ำท่วมและปัญหาความเดือดร้อนของคนภาคใต้ก่อนดีกว่าและรีบคืนอำนาจให้กับประชาชนโดยเร็วดีที่สุด เพื่อจะได้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง สงสารท่านนายกอายุมากแล้ว
 
 
ความคิดเห็นที่ 77
18 พ.ย. 2549
0:19:34
/////
IP: 58.8.119.4 ถ้าตำรวจ  รอ  เครื่องมือการทำงานจากรัฐาบาล  เช่น คอมพิวเตอร์  พิมพ์ดีด  วิทยุ  อาวุธปืน อุปกรณ์ต่าง ๆ    น้ำมัน  รับรองประชาชน  ตายครับ
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 76
17 พ.ย. 2549
23:35:13
chan
IP: 58.9.27.232 ใครก็อยากเข้ามาปรับปรุงตำรวจให้ดีขึ้นกันทั้งนั้น  แม้แต่ตำรวจเองเขาก็พยายามปรับปรุงให้มันดีขึ้น แต่ที่มันทำได้ยากก็มีเหตุหลายปัจจัยที่ทำไม่ได้ 1. ตำรวจทำงานอยู่บนความขาดแคลน 2. ตำรวจส่วนน้อยทำให้ตำรวจส่วนใหญ่ภาพพจน์เสีย  3. ต้นทุนทางสังคมต่ำจึงถูกเหยียบย่ำทำลาย  4. บางครั้งทำงานย่อมต้องมีผลกระทบกับผู้กระทำผิด
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 75
17 พ.ย. 2549
22:20:56
ประชาชน
IP: 222.123.33.60 ผมว่าประทินก็ไม่ได้เรื่องหรอกคับ..แค่เข้าประชุมสภายังเห็นสภาเป็นเวทีมวย...อิอิ..ทำเป็นมาพูดดี...ท่านก็ควรเอาเงินภาษีไปคืนประชาชนเหมือนกัน...ตอนท่านเป็นอธิบดีทำไมไม่ทำให้ดีล่ะ...หน่วยงานไหนก็กินเงินภาษีประชาชนของประเทศชาติทั้งนี้ล่ะ..แต่อยู่ที่วิธีการกิน...แต่ยังไงก็อย่าลืมสร้างประเทศพัฒนาประเทศชาติเราบ้างนะคับพี่น้อง...(เห็นใจประชาชนคนตาดำๆๆ)ถ้าจะปรับโครงสร้างก็ลองถามเจ้าของบ้านและประชาชนดูหน่อยเป็นงัย...ผลได้ผลเสียมันคุ้ม?...(อยู่กับผู้ว่า..ไม่กลัวว่าผู้ว่ามีอำนาจล้มมือหรอคับ)"""ปรับดีกว่า...ไม่..ปรับ.....ถ้าปรับ...แล้วไม่ดี.........อย่า...ปรับดีกว่า..คับพี่น้อง.."""""จากประชาชนที่เห็นใจตำรวจเขาทำงาน..
 
 
ความคิดเห็นที่ 74
17 พ.ย. 2549
21:41:20
เบรคแตก
IP: 58.181.184.31 ประเทศไทยมันล้าหลังก็เพราะทหารมันบ้าอำนาจ ปฏิวัติซ้ำซาก ปล้นประเทศยังไม่พอสมคบคิดกับสุนัขรับใช้ในคราบนักวิชาการ จะปู้ยี้ปู้ยำองค์กร สนองตัญหาตัวเองซิไม่ว่า ระวังอีกหน่อยจะไม่มีแผ่นดินอยู่
 
 
ความคิดเห็นที่ 73
17 พ.ย. 2549
21:24:23
Somsak
IP: 207.200.116.72 Kovit Wattana and Atcharawit get out,.
 
 
ความคิดเห็นที่ 72
17 พ.ย. 2549
19:57:26
ตำรวจ
IP: 125.25.8.105 ทดลองให้ อ.สังคัง เป็นตำรวจสัก 6 เดือนแล้วจะรู้ว่าชีวิตตำรวจเป็นอย่างไร จะได้เลิกจองเวรกันเสียที
 
 
ความคิดเห็นที่ 71
17 พ.ย. 2549
19:24:17
ตำรวจไม่มีเส้น
IP: 203.122.73.123 ปรับได้อย่างประเทศที่เจริญแล้วได้ก็ดี เห็นด้วยที่ พล.ต.อ.เกลื่อนแต่ไม่มีงานทำ ก็เล่นเด้งเข้ากรุกินตำแหน่งที่ปรึกษาเพรียบ ตัวอย่าง พล.ต.อ.วิเชียร พจน์ โพธิ์ศรี อยู่ในวังก็ไม่มีงานทำ ถูกปลดออกจากตำแหน่งเป็นที่ปรึกษากรมตำรวจก็ไม่มีงานทำเหมือนเดิม เลยมีเวลาไปเที่ยวไล่ข่มขู่เอาเงินชาวบ้านขนาดเจ้าของอาบ อด นวด ก็ยังโดน ทำไมไม่ปลดออกจากราชการไปเลย  เพราะเป็นเพื่อนซี้ นายก กับ ผบ ตรแน่ๆ
 
 
ความคิดเห็นที่ 70
17 พ.ย. 2549
19:19:00
ลอก
IP: 203.156.36.194 ไม่เข้าใจถึงความคิดอาจารย์เหมือนกัน แต่พอจะเข้าใจแล้วว่าทำไม เพราะความคิดคิดีดี ต้องมีคนเอาไปทำต่อ ถ้าไม่ดีก็ไม่มีใครทำ 555 แน่นอน ที่สำคัญบุคลากรที่ดี อย่าให้ถูกกำจัดซะก่อนโดยคนที่ไม่ได้คิด ถ้ามีปัญหาส่วนใดที่เขารับผิดชอบส่วนหนึ่ง แต่ไม่ได้รับความเป็นธรรม จะร้องเรียนส่วนที่ใหญ่กว่าได้อย่างไรเมื่อมีปัญหา ผลลัพธ์จะตรงข้าม ส่วนยาม ทำได้ก็ดีเมื่อคืนดู ถึงลูกถึงโคนเหมือนกัน แต่ ผลประโยชน์มันจะไปที่ไหน ที่มือใคร จะคนใหม่หรือคนเก่าทุกคนก็มีความสำคัญพอๆกัน ปัญหามันจะเกิดเพราะบางจำพวกมากกว่า ดูข้อเรียกร้องก็น่าจะจำแนกแยกแยะได้ว่าปัญหามาจากไหน ผมคิดว่าทำได้คุณแนวที่ว่าหน่ะ แต่ต้องใช้เวลา และ ต้องมีเครือข่ายลำดับขั้นที่สูงกว่าบ้าง ถ้าข้อพิพาทตำรวจมี ควรมีทหารเข้าไปเกี่ยวบางส่วนด้วย เพราะความรับผิดชอบบางส่วนน่าจะแก้ไขได้ ในหมู่คนที่ไม่ใช่พวกเดียวกันในบางแง่ ทหารก็เช่นเดียวกัน

 
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 69
17 พ.ย. 2549
19:07:40
สมคะเน
IP: 222.123.86.92 คุณจะทำอะไร ต้องฟังความเห็นของตำรวจเขามั่ง  ที่อาจารย์พูดนะมันง่าย  แต่ทำยาก  อย่าลืมนะอิทธิพลท้องถิ่นมันเลวโดยสายเลือดและสืบทอดกันมาชั่วลูกชั่วหลาน  ถามชาวบ้านทั้งประเทศไทยดูก็ได้  เหมือนในหนังไทยที่ว่านั่นแหละทลายภูเขา เผากระท่อม นำเน่าแต่เป็นเรื่องจริงยิ่งกว่าจริงเสียอีก   ส่วนตำรวจก็อย่าถืออำนาจบาตรใหญ่กับชาวบ้านก็แล้วกัน ที่แสดงความคิดเห็นมานี่ก็ดูทั้งสองฝ่ายนั่นแหละ   เป็นไปไม่ได้ที่จะให้ขึ้นกับจังหวัด นักเลงท้องถิ่นมันจะครองเมืองเชื่อเถอะ
 
 
ความคิดเห็นที่ 68
17 พ.ย. 2549
18:55:44
กระดานดำขอแจม
IP: 222.123.48.178 @ ระวังปรับโครงสร้างตำรวจใหม่จะยำแย่ทั้งแผ่นดิน@ ฝากบอกท่านประทินทาสรับใช้สนธิหน่อยอย่าพูดหรือคิดอย่างอคติ อย่าทำลายคนดีอย่างท่านโกวิทย์และท่านอชิรวิทย์เลย การที่จะปรับโครงสร้างตำรวจนั้นต้องให้ตำรวจทุกระดับมีส่วนร่วมในทุกมิติ สภาพปัจจุบันตำรวจโดยภาพรวมก็ค่อนข้างดี สำคัญคือตำรวจพึ่ง่ปรับโครงสร้าง อย่าทำให้กระบวนการด้านยุติธรรมต้องเสียสมดุล
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 67
17 พ.ย. 2549
18:45:09
ประชาชน
IP: 124.157.166.132 เห็นด้วยที่จะให้มีการทดลองก่อนปรับโครงสร้างใหญ่หากเกินข้อผิดพลาดในการปฏิบัติจะได้รีบแก้ไขก่อนที่จะปรับใหญ่   ที่สำคัญต้องให้มีเกียรติมีรายได้และมีความก้าวหน้าในหน้าที่ไม่น้อยกว่าปัจจุบัน

ระบอบทุกระบอบมีทั้งข้อดีและข้อบกพร่อง  หากทำแล้วเห็นว่ามีประโยชน์ต่อคนหมู่มากและตนเองไม่เดือดร้อนเสียหากก็ควรจะรับฟังและปรับปรุง

อย่าลืมว่า ถ้าสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ดีอยู่แล้ว  คงไม่มีใครคิดอยากเปลี่ยนแปลง
 
 
ความคิดเห็นที่ 66
17 พ.ย. 2549
18:19:37

IP: 125.25.40.45 อชิรวิทย์ ตบปากตัวเองอย่างแรง แล้วลาออกไป   อยู่ไหนมาไม่รู้หรือ คุณที่ชาวบ้านเดือดร้อนทุกวันนี้ ภาคใต้โดนฆ่าเป็นรายวัน สาเหตมาจากตำรวจทั้งนั้น 
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 65
17 พ.ย. 2549
17:52:17
ไม่เอาทักษิน
IP: 68.39.152.44 เราเกลียดมากเรื่อง คอรัปชั่น รีดไถ รับส่วย ส่งส่วย สินบน ปั่นหุ้น โกงกินเงินงบประมาณ เพราะว่าพวกที่รับเงินทางทุจริตแบบนี้ นอกจากจะกินเงินภาษีของราษฏรฟรีแล้ว แถมยังไม่ต้องเสียภาษีอีกด้วยกับเงินเหล่านี้ ทักษินกับพรรคพวกเอาเปรียบประชาชนธรรมดาที่เสียภาษี ทั้งสองทาง เราไม่ชอบทักษินกับรัฐบาลทักษินและไทยรักไทยก็เพราะว่าเรื่องคอรัปชั่นนี่แหละ และทักษินไม่เคยคิดแก้ใขตำรวจเรื่องรับส่วยและส่งส่วย โอนตำรวจใด้แล้ว
 
 
ความคิดเห็นที่ 64
17 พ.ย. 2549
17:42:38
รักชาติ
IP: 58.8.115.3 เห็นด้วยอย่างยิ่ง เงินเดือนที่ให้กับตำรวจเอาไปซื้ออาหารเลี้ยงสุนัขดีกว่า เพราะตำรวจมีอาวุธ มีกม.อยู่ในมือ ตำรวจดีมีนับคนได้ แต่ตำรวจในคราบโจร มีอยู่เกลื่อนเมือง ถ้าคมช.และท่านสุรยุทธิ์ไม่จัดการ ปัญหาความสงบสุขในภาคใต้ไม่เกิดขึ้นแน่นอน เพราะชาวบ้านไม่เฉพาะคนใต้เท่านั้นที่เกลี่ยดตำรวจ ทุกคนรู้ดีถ้ามีเหตุการณ์ร้ายๆๆเกิดขึ้น ตำรวจไม่เคยแก้ปัญหาได้แม้สักเรื่องเดียว อาทิเช่น เห็นภาพชัดๆๆว่าตำรวจรวมห้วกับอันธพาลทำร้ายคนแก่ และผู้หญิง แต่ท่าน(คุณ) โกวิท ยังไม่กล้าทำอะไรเพราะเป็นสีเดียวกัน แล้วแบบนี้จะมีตำรวจไว้ทำไม จ้างยามไว้ยังจะดีซะอีก ไม่ได้จ่ายเงินแพงเหมือนจ้างตำรวจทั้งประเทศเอาไว้ทำร้ายปชช. ยุบสตช.ไปเลย บ้านเมืองอาจดีขึ้นกว่านี้
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 63
17 พ.ย. 2549
17:39:24
ประทิน2
IP: 124.157.189.132 ไม่มีใครรักตำรวจเท่าตำรวจด้วยกันเอง  ฉะนั้นท่านประทินที่ออกจาก ตร.ไปแล้ว ก็ไม่รักตำรวจ    อย่าลืมตัวไปเลยท่านในอดีตท่านทำอะไรไว้ลูกน้องยังจำได้  ยิ่งที่เลวก็เยอะ ที่ดีก็มาก   อย่าหลงกับอำนาจที่ได้มาโดยต่อว่าและด่าผู้อื่น    มันทำเพื่อตนเองต่างหาก  ถ้าไม่มีตำรวจไว้จับโจร  จะมีตำรวจไว้ทำไม    แต่ท่านอยากให้มีตำรวจไว้เพื่อเป็นยามอย่างเดียวหรือเช่นไร  สาเหตุที่ทหารต้องการลดอำนาจของตำรวจไปอยู่กับผู้ว่า เท่ากับทำลายองค์กรของตำรวจ อย่างนั้นก็ควรเอาทหารไปขึ้นกับผู้ว่าราชการเช่นกัน หากทำลายองค์กรตำรวจก็ไม่มีคานแห่งอำนาจ ทำการปฏิวัติง่ายมาก โดยไม่ต้องเกรงใจใคร  คนแก่ทำงานไม่เป็น ถอยหลังเข้าคลอง   คิดอะไรโง่ๆอยู่หรือเปล่า  ถูกต้องไหมครับ
 
 
ความคิดเห็นที่ 62
17 พ.ย. 2549
17:23:42
ไม่กล้าบอก กลัวตาย
IP: 203.113.51.4 เห็นด้วย เพราะเจอปัญหาตำรวจต้องการผลงาน เพื่อให้ได้รางวัล ยัดเอกสาร/หลักฐานเป็นเท็จให้กับผู้ต้องหา จนทำให้เกือบเสียอนาคต พอเวลาขึ้นศาล ๆให้สาบานว่า ไม่มีเรื่องบาดหมางส่วนตัวจึงไม่มีเหตุ อันที่จะยัดเยียดหลักฐาน แต่อย่าลืมว่า ถ้าทำตามนโยบายรัฐบาลแล้วมีผลงาน แล้วจะได้รางวัล  ถ้าขึ้นกับท้องถิ่น และมีส่วนกลางตรวจสอบคานอำนาจกัน จะดีก็ได้ ที่พบมา คบมา มีดีน้อยครับผม
 
 
ความคิดเห็นที่ 61
17 พ.ย. 2549
16:21:34
kaloob
IP: 125.25.41.108 ผมว่า  พวกที่ยึดอำนาจมา  และพวกลิ่วล้อที่ถูกแต่งตั้งมานั้นน่ะ  ก็คงไม่ได้เลวน้อยกว่าตำรวจไทยสักเท่าไหร่หรอก  เผลอๆ อาจเลวกว่าด้วยซ้ำ  นี่หรือวิถีการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่ท่านอ้างนักอ้างหนา
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 60
17 พ.ย. 2549
16:00:16
kaloob
IP: 125.25.41.108 ผมว่า  พวกที่ยึดอำนาจมา  และพวกลิ่วล้อที่ถูกแต่งตั้งมานั้นน่ะ  ก็คงไม่ได้เลวน้อยกว่าตำรวจไทยสักเท่าไหร่หรอก  เผลอๆ อาจเลวกว่าด้วยซ้ำ  นี่หรือวิถีการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่ท่านอ้างนักอ้างหนา
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 59
17 พ.ย. 2549
15:50:58
kaloob
IP: 125.25.41.108 ตราบใดที่งูเข้าบ้าน ชาวบ้านยังโทรแจ้งตำรวจ  ก็ย่อมแสดงว่าไม่ว่าจะอย่างไร ชาวบ้านก็ยังเห็นตำรวจเป็นที่พึ่งแรกอยู่ดี  ท่านอาจารย์สังคัง (สังศิต) แกต้องการให้ใคร ใครปล้น ปล้น ใครใคร่ฆ่า ฆ่า กระมัง  เอาตำรวจไปอยู่กับท้องถิ่น  อยู่กับ อบต.นี่นะ  ตำรวจ นายร้อยต้องเคารพ สมาชิก อบต. ที่เป็นนักเลงหัวไม้นี่นะ น่าตลกว่ะ อาจารย์ คิดได้แค่นี้เหรอ  แล้วถ้าคนอื่นเขาจะยุบสถาบันที่ท่านเคยเรียนหรือว่าสถานที่ที่ท่านทำงานอยู่บ้างล่ะ ท่านจะรู้สึกอย่างไร  ทำหน้าที่ตัวให้ดีก่อนเถอะ ค่อยกลับมาวิจารณืคนอื่น
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 58
17 พ.ย. 2549
15:24:23
พงส.
IP: 203.188.61.36 ควรเลิกญสพนักงานสอบสวนเสีย  และนำงานสอบสวนควร
 ไปสังกัดกับกระทรวงยุติธรรม    และต่อไปผู้ที่จมาเป็น
พนักงานสอบสวน จะต้องจบเนติฯ ด้วย
 
 
ความคิดเห็นที่ 57
17 พ.ย. 2549
15:21:32
ความเห็นตำรวจ
IP: 203.188.29.227 ใช่อย่างที่หลายคนบอก ท่านเคยเป็น อตร ทำไมไม่ทำ พอหมดอำนาจ มีความรู้สึกว่าหมั่นไส้คนอื่นเขาใช่ไหม

ถ้าอยากจะทำเองหรืออยากมีอำนาจอีก ก็ไปเป็นนายกเองซิ แล้วท่านอยากจะทำอะไรก็ได้ แก่แล้วก็อยู่ส่วนแก่

อยากตายแบบมีคนเต็มวัด หรืออยากตามแบบมีแค่ลูกกับเมีย ออกมาจากกรมตำรวจ แล้วทำไมต้องมาดูถูกตำรวจ

พวกที่ชอบว่าคนอื่น ใช่ว่าตนจะแก่งอยู่คนเดียว ท่านตายแล้วคนที่เหลือเขาคงไมปล่อยให้ประเทศไทยนี้ฉิบหายหรอก

คนอื่นเขาก็เรียนหนังสือเหมือนกัน อาจจะเก่งกว่าด้วยเพราะฉนั้นไม่ต้องกลัวว่าตำรวจจะเลวทั้งสำนักงาน สองแสนกว่าคน
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 56
17 พ.ย. 2549
15:16:59
ความเห็นตำรวจ
IP: 203.188.29.227 ใช่อย่างที่หลายคนบอก ท่านเคยเป็น อตร ทำไมไม่ทำ พอหมดอำนาจ มีความรู้สึกว่าหมั่นไส้คนอื่นเขาใช่ไหม

ถ้าอยากจะทำเองหรืออยากมีอำนาจอีก ก็ไปเป็นนายกเองซิ แล้วท่านอยากจะทำอะไรก็ได้ แก่แล้วก็อยู่ส่วนแก่

อยากตายมีคนเมวัด หรืออยากตามแบบมีแค่ลูกกับเมีย ออกมาจากกรมตำรวจ แล้วทำไมต้องดูถูกตำรวจ

พวกที่ชอบว่าคนอื่น ใช่ว่าตนจะแก่งอยู่คนเดียว ท่านตายแล้วคนที่เหลือคงไมปล่อยให้ประเทศไทยนี้ฉิบหายหรอก

คนอื่นเขาก็เรียนหนังสือเหมือนกัน เพราะฉนั้นไม่ต้องกลัวว่าตำรวจจะเลวทั้งสำนักงาน สองแสนกว่าคน
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 55
17 พ.ย. 2549
15:16:43
ตำรวจไทย
IP: 203.188.61.36 เห็นด้วยกับการเปลีี่ยนโคร้งตำรวจ    โดยควรให้ไปขึ้นกับกระทรวงยุติ ธรรม
แยกสายงานสอบสวน  และ ฝ่ายจับ อย่างเด็ดขาด
เนื่องจากงานสอบสวนเป็นต้อน้ำลำฮารของความยุติธรรม
ทุกวันนี้  ผกก. เงินเเดือนเกือบสีี่หมื่น เงินประจำตำแหน่งอีกหสมื่นใอง
ยังมีรายได้อื่นๆ อีกมาก โดยเฉาะ ภ. 2 มีรายได้จาก เงินส่วย เงินบ่อน 
เบี้ยเลี้ยงลูกน้อง  ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงในแต่ละเดือน  ที่ไม่จ่ายให้ลูกน้อง
แล้วนำไปขายให้กับเจ้าของป้ันมน้ำมัน  และค่าค้าสำนวน
รายได้แต่ละเดือนบานเบอะไปหมด  อย่างว่าแต่รถะบนซ์เลย
รถถัง  เครื่องบิน  ผกก. ก็ซื้อขี่ได้ 
 
 
ความคิดเห็นที่ 54
17 พ.ย. 2549
15:16:29
ชาย ภูธร
IP: 203.113.60.72 เห็นด้วย 1,000 %
 
 
ความคิดเห็นที่ 53
17 พ.ย. 2549
15:14:10
ขอคิดด้วยคน
IP: 124.157.144.47 อ.สังสิต,ประทิน,คนอื่นๆ มั่วแต่แก้ปัญหาที่ปลายเหตุ คิดหรือว่าหากโอน ตร.ไปอยู่กับท้องถิ่นแล้ว จะเป็นประโยชน์กับประชาชนมากขึ้น นักวิ่งก็แค่เปลี่ยนถนนวิ่งเท่านั้นเอง ปัญหาของ ตร.มันเกิดจากผู้ใหญ่ในบ้านเมืองไม่สนใจในเรื่องความเป็นอยู่ของพวกเค้าต่างหาก สอบถาม ตร.ด้วยไม่ใช่คิดกันอยู่ 3-4 คนก็จะเปลี่ยน หากมีการเปลี่ยนแปลงก็ต้องเปลี่ยนทั้งหมดทุกหน่วยงาน รวมถึงทหาร,มหาลัยฯ,โรงเรียน ไปอยู่กับ อบต.ให้หมด กล้าพูดไหม นักการเมืองท้องถิ่นมีแต่พวกที่เคยประกอบอาชีพทุจริตมาก่อนทั้งนั้น หากพวกนี้เป็นหัวหน้า ตร.มีหวัง ยาบ้า,บ่อน อบายมุข เต็มเมือง ตร.ไปจับไม่ได้เพราะเป็นของนายกฯ เทศบาล,อบต,
 
 
ความคิดเห็นที่ 52
17 พ.ย. 2549
15:02:16
หลวงเล็ก ณ ยโส
IP: 58.181.181.44 ที่วุ่นวายอยู่ก็คุณพวกนักวิชาการนี่มันเก่งนักเรื่องพูด พูดให้บ้านเมืองวิบัตินะเก่งนัก เอ้านักข่าวรีบไปถามนักวิชาการเร็วว่าที่หลวงพูดนะจริงใหม ฮ่ะฮ่า ถุ้ยยยยยยยย

 
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 51
17 พ.ย. 2549
14:45:36
สุภาพบุรุษสามพราน
IP: 124.157.230.217   ผมรู้สึกเสียใจที่กรมตำรวจ (ในอดีต)  มีผู้บังคับบัญชาบ้า ๆ อย่างประทิน    ไม่น่าให้มันมาเป็นอธิบดีตำรวจเลย  และความเห็นที่ 44  ที่บอกให้ยุบโรงเรียนนายร้อยตำรวจเลยนะครับ   คุณชาติชั่ว  มึสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจไม่ได้  xxxเลยเกลียดสถาบันแห่งนี้  ที่นี่สอนให้คนเป็นลูกผู้ชายโว้ย  ไม่หน้าตัวเมียอย่างxxx  สอบไม่ได้แต่อยากเป็นตำรวจพอไปเรียนที่อื่นมาแล้วมาสอบเป็นตำรวจ ก้เลยเกลียดพวก นรต.  -
 
 
ความคิดเห็นที่ 50
17 พ.ย. 2549
14:34:39
สว
IP: 203.154.18.123 ประทินเสียชาติเกิดจริง ๆ รู้สึกเสียใจที่เลือกมันเป็น สว. แล้วไปต่อยกันในสภา แล้วยังมีหน้ามาสลอนพูดอีก ไม่มีใครอยากจะเชื่อคุณอีกแล้ว ไ อ้ เฒ่านักเลง
 
 
ความคิดเห็นที่ 49
17 พ.ย. 2549
14:22:41
พรกร
IP: 125.24.223.31 อย่าทะเลาะกันเรื่องนี้เลย ปัญหาบ้านเมือง ปัญหาของประชาชนท่ยากจนมีอีกมาก ไปร่วมกันแก้ไขดีกว่า
 
 
ความคิดเห็นที่ 48
17 พ.ย. 2549
14:22:26
พรกร
IP: 125.24.223.31 อย่าทะเลาะกันเรื่องนี้เลย ปัญหาบ้านเมือง ปัญหาของประชาชนท่ยากจนมีอีกมาก ไปร่วมกันแก้ไขดีกว่า
 
 
ความคิดเห็นที่ 47
17 พ.ย. 2549
13:53:31
สอรายู้ด
IP: 58.181.206.56 เอาอะไรกับประทิน ตอนเป็นดันไม่คิดทำ ต่อยเค้าก่อนก็ว่าป้องกันตัว นักเลงเฒ่า ฉายา หมัดไว เฒ่าวัยทอง
 
 
ความคิดเห็นที่ 46
17 พ.ย. 2549
13:50:22
1
IP: 61.19.227.6 ทำไมชอบพูดว่า ไม่ไหว เหนี่อย กลัว แต่ถ้าเป็นทหารนะจะพูดว่า ไม่มีอะไรที่ทหารทำไม่ไหว  ทำไม่ได้ ทำไม่ทัน
 
 
ความคิดเห็นที่ 45
17 พ.ย. 2549
13:47:04
garun
IP: 203.146.209.6 ประทินเสียชาติเกิดที่เกิดมาเป็นตำรวจและได้เป็นอธิบดีกรมตำรวจกลับประพฤติตนเยี่ยง____(ตัวอะไรสักตัว)____
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 44
17 พ.ย. 2549
13:34:32
ตำรวจไม่มีเส้น
IP: 125.25.59.73 สมหน้าแล้ว ยุบไปเลยและยุบโรงเรียนนายร้อยตำรวจด้วยเพราะพวกที่เจริญก้าวหน้าล้วนแต่เป็นพวกที่จบมาจากโรงเรียนนายร้อยทั้งนั้นพวกจบจากสถาบันอื่นxxxรอไปก่อนเถอะชาติหน้าตอนบ่ายๆ

 
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 43
17 พ.ย. 2549
13:33:14
ยยย
IP: 125.24.157.99 เปลี่ยนไปเลย ปรับไปเลย ยุบไปเลย สะใจดีจัง ถอดยศใช้นายให้หมด จะได้เลิกบ้ายศบ้าตำแหน่งกันเสียที จะได้เป็นธคนธรรมดา เลิกเป็นเทวดา เจ้าขุนมูลนายกันเสียที เป็นคนเดินดินกันเสียบ้าง เบื่อจังเจ้าพวกยศนี่ ฉันยศสูงกว่าแก แกไม่ได้เรื่อง แกมันเลวถึงไม่โต  ......ปลดไปเลยคำพูดเหล่านี้จะได้หมดไป อ้ออย่าลืมดูสวัสดิการของพวกเราด้วย เม็ดงานกับเม็ดงานต้องไปด้วยกันได้ ขอให้มีคุณธรรมในการเปลี่ยนแปลงก็แล้วกัน พวกนายพลมันกลัวการเปลี่ยนแปลง พวกผมไม่กลัวหรอ ฮ่าๆๆๆๆๆยุบมันเลย ผบ.ตร. ให้ไปเป็นผู้ตรวจราชการที่อื่นก็ได้ เปลี่ยนชขื่อเป็นกรมสายตรวจ กรมยามรักษาการก็ได้ ขอให้เราได้สวัสดิการสมกับงานและความเสี่ยงก็พอเหมือนข้าราชการอื่นก็พอ เบื่อพวกพญามากันทีต้องไปต้อนรับ ยุบไปเลยเอาเลยเอาเดี๋ยวนี้วินาทีนี้เลย กล้าจริงหรือเปล่าท่านนายก กล้าๆหน่อยครับไม่ต้องเกรงใจ เอาผบ.ตร.ก่อนแล้วค่อยไล่มาตามลำดับชั้น เอาเลยฯฯฯฯฯ
 
 
ความคิดเห็นที่ 42
17 พ.ย. 2549
13:26:37
แดง เถาตาย
IP: 125.25.59.73 เมื่อไรคุณประทินฯกับคุณขี้ทูตสังสิตฯจะไปเกิดใหม่เป็นคนดีกับเขาเสียที
 
 
ความคิดเห็นที่ 41
17 พ.ย. 2549
13:21:45
รรร
IP: 125.24.157.99 ก็ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มันมีแต่สัตว์สี่เท้ามีเขาวิ่งไปมา กินเงินไม่ได้กินหญ้า ที่ภาคต่างๆก็เช่นกัน แล้วตำรวจจะมีขวัญกำลังใจทำงานได้อย่างไร ใครอยากเด่นอยากดังก็วิ่งเต้นเพื่ออยู่ที่ดีเพื่อหาเงินไว้วิ่งเต้น ตำรวจดีที่ตั้งหน้าตั้งตาทำงานเพื่อประชาชนเพื่อกรม เพื่อประเทศชาติ เขาก็เสียขวัญหมดเพราะพวกนายมองไม่เห็นแต่งตั้งใครเคยพูดเรื่องงานบ้าง มีแต่นี่ผบ.ตร.ฝากมา นี้ผู้เฒ่าที่ปรึกษาฝากมา(แต่จ่ายไปเท่าไร ไม่มีใครบอก)ผมคิดว่าตำรวจที่เขาตั้งใจทำงานไม่มีเส้นสายเขาไม่ใส่ใจหรอกเพราะปรับไม่มีผลกับคนทำงาน เขาก็เหมือนเดิม แต่พวกกลัวการถูกปรับก็คือนายทั้งหลายนั้นแหละ กลัวหมดอำนาจ กลัวหมดลูกน้อง ตำรวจค่อนกรมที่ทำงานแล้วนายไม่เห็นหัวหรอก เขาเห็นเฉพาะเงิน คณะปฏิวัติอย่าปรับก็ปรับเถอะ ขอให้ทำเอาประโยชน์ประชาชน ชาติเป็นที่ตั้งจริงๆอย่าทำเพื่อแก้แค้นนายกทักษิณฯก็พอแล้วเปลี่ยนไปเถอะ ผบ.ตร.พวกผมไม่สนหรอก ไม่มีดีอะไร ผมสนเพียงแต่ว่าลูกเมียผมจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร พรุ่งนี้ลูกผมไปโรงเรียนจะมีเงินกินข้าวไหม ปลดไปเลยวันนี้เดี๋ยวนี้เลย
 
 
ความคิดเห็นที่ 40
17 พ.ย. 2549
13:21:17
chan
IP: 58.9.27.232 ถ้าต้องปรับโครงสร้างใหม่   ผมขอเสนอว่าควรแยกพนักงานสอบสวนออกมาต่างหากจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ    เพราะจุดเริ่มต้นแห่งกระบวนยุติธรรมมันเริ่มต้นที่พนักงานสอบสวน  หากผู้บังคับบัญชาหลายชั้นของพนักงานสอบสวนเข้ามายุ่งเกี่ยว  พนักงานสอบสวนไม่มีความเป็นอิสระ ในความเห็นทางคดี  ประชาชนย่อมสูญเสียความเป็นธรรมได้ 
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 39
17 พ.ย. 2549
13:09:37
ผู้น้อย
IP: 125.24.157.99 อาจารย์ป๋อมครับหน้าเปื่อยหมดแล้ว มันจะเปลี่ยนปรับอย่างไรก็ช่างมันเถอะ จะชื่อกรมก๊วก กรมกระบืออะไรก็ปล่อยมัน ผู้บังคับบัญชาคนอื่นไม่เหมือนอาจารย์นี่ครับ ไม่เคยมีคุณธรรม เมตตาธรรม มีคุณธรรมเฉพาะเด็กตัวเองพวกตัวเองเลวแสนเลวมันก็บอกว่าดี คนอื่นทำงานเสี่ยงชีวิตแทบเป็นแทบตายไม่ใช่พวกมันก็บอกว่าชั่วจริงไหมผบ.ฯอาจารย์ไม่ต้องไปปกป้องใครหรอกครับ พวกผมทราบดีว่าตำรวจเป็นอย่างไรปกป้องก็พวกมันได้ดี พวกผมก็เหมือนเดิมไปหานายที่กรมภาคทีหนึ่ง เหมือนตัวตลกเหมือนทาสถูกมองหัวจรดเท้าเหมือนเป็นเปรตขอส่วนบุญ ทุกวันนี้คนทำงานไม่ได้โตหรอก มีแต่คนที่นายชงและชมว่าเก่งทั้งนั้นได้ดี พวกผมไม่สนใจหรอกยุบมันไปเลยกรมตำรวจ เอาไปเป็นยามให้หมด ก็อยากจะดูหน้าพวกนายพลกับพวกที่อยู่หน้าห้องวางกร้ามไปมา จะทำงานเป็นหรือไม่ สมน้ำหน้า
 
 
ความคิดเห็นที่ 38
17 พ.ย. 2549
13:08:41
chan
IP: 58.9.27.232 คุณประทินครับ  แล้วทำไมสมัยที่คุณเป็นอธิบดีกรมตำรวจทำไมคุณไม่คิดทำเสียแต่ตอนนั้นละ   ตอนนั้นมีอำนาจเต็มที่ไม่ทำ   หรือว่ากลัวจะสูญเสียอำนาจ   พอออกมาแล้วก็ด่าตำรวจและคิดจะกระจายอำนาจ     ตอนคุณเป็นอยากทราบว่าทำไมไม่กระจายอำนาจ  หวงเอาไว้ทำไม    คิดแต่จะปรับโน่นปรับนี่เพื่อให้ตำรวจมีภาพพจน์ดี  แต่เคยคิดกันบ้างไหมว่าเขาขาดเหลืออะไรบ้าง  ผบ.ตร.คนปัจจุบันก็ไม่เคยเหลียวแล  ทุกวันนี้งบประมาณตามสถานีขาดแคลนเคยมีคนเคยไปสำรวจบ้างไหมว่าเขาขาดแคลนอะไรบ้าง      ก่อนปรับโครงสร้างครั้งล่าสุดมีคนคิดว่าควรให้พนักงานสอบสวนแยกไปสังกัดกระทรวงยุติธรรม  แต่ก็มีคนหวงอำนาจดึงเอาไว้ แต่ไม่เคยเหลียวแลให้เขาเลย
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 37
17 พ.ย. 2549
13:07:04
ไม่ขอบอก
IP: 125.24.159.124   มีตำรวจบ้าคนไหมคิดแบบคุณประทิน ยอดนักมวยในสภา ผู้เก่งกาจ ทั้งปากกล้าหน้าเนื้อใจเสือ ตอนคุณอยู่คุณมีอำนาจคุณไม่เห็นจะแสดงความคิดเห็นอะไรเลยพอออกจากระบบไปก็มาดูถูกตำรวจ ทำไมไม่ออกกฏหมายมาให้กับตำรวจไทยเหมือนกับประเทศที่เขาเจริญแล้วมั้ง แล้วคุณxxxมีสมองแก่ๆ ไว้ทำอะไร ระหว่างหลักการ กับหลักปฏิบัติมัน-งกันโดยสิ้นเชิง คนออกกฏหมายไม่ได้ปฏิบัติ ส่วนคนปฏิบัติไม่ได้ออกกฏหมาย ส่วนพวกที่ออกกฏหมายได้ก็มีแต่คนแบบประทิน

   
ความคิดเห็นที่ 36
17 พ.ย. 2549
13:04:16
เด็กธรรมศาสตร์
IP: 124.121.187.175             ตำรวจไว่จะขึ้นกับสำนักนายกฯหรือขึ้นกับผวจ.ก็เลวทั้งนั้น.................!!!!!!

  ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ขึ้นกับใคร    มันอยู่ที่อำนาจหน้าที่ของตำรวจนั้นมันใหญ่หลวงและกำความอยู่ดีมีสุขของประชาชน

ถ้าตำรวจดี....ประชาก็มีสุข           แต่ที่  ประชาเป็นทุกข์....เพราะตำรวจไทยใจทราม

  แก้ให้ปัญหาให้ถูกจุด    ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ขึ้นกับใคร   แต่อยู่ที่สำนึกในใจของตำรวจเองมากกว่า
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 35
17 พ.ย. 2549
12:59:15
qqq
IP: 125.24.157.99 จะเปลี่ยนหรือทำอะไรก็ทำไป ตำรวจที่ไม่มีเส้นไม่สนใจหรอก ผบ.ตร.ไม่เห็นทำอะไร ไม่มีความรู้วิสัยทัศน์อยู่ไปวันหนึ่งๆ ตำรวจผู้น้อยก็ยังแย่เหมือนเดิมทางที่ดีไม่ต้องมียศมันหรอกเบื่อเต็มทนเพราะมันทำให้เกิดระบบทาส อ้อไปปลดยศพวกที่เกษียรแล้วด้วย คงไม่มีใครอยากเลวหรอก สำคัญผู้บังคับบัญชาต้องมีเมตตาธรรม คุณธรรม ในยุคนี้มีแต่ความอาฆาต เป็นผบ.จองเวรพยาบาทลูกน้อง สำนักงานมีแต่พวกโบราณอยู่มันจึงพัฒนาไม่ทันเขา ในยุคนี้การแต่งตั้งก็มีแต่พวกสภาผู้เฒ่า คนทำงานท้อถอยโถตนเองยังไม่ได้รับความเป็นธรรมแล้วจะให้ความเป็นธรรมคนอื่นได้อย่างไร ท่านนายกลองเรียกผบ.ตร.ไปถามสิทำไมถึงอาฆาตจองเวรลูกน้องแทนที่จะพัฒนางานเพื่อประโยชน์ของชาติประชาชนนี่มัวแต่ไล่จิกลูกน้องที่ไม่ชอบหน้าเก่า อยากปรับก็ปรับเถอะครับแต่ปรับแล้วศักดิ์ศรีต้องเท่าเทียมราชชการอื่นในกระบวนการยุติธรรมด้วย สำคัญทำอย่างไรถึงจะได้คนที่มีความรู้โตจากงานเป็นผบ.ตร.ไม่ใช่ร้องไห้ร้องห่มก็ได้เป็นผมเป็นตำรวจผมสงสารตัวผมเองเพราะมีแต่ประชาชนดูถูกดูแคลน
 
 
ความคิดเห็นที่ 34
17 พ.ย. 2549
12:57:14
เห็นด้วย
IP: 61.9.17.71 เห็นด้วยอย่างยิ่งกับท่านสังศิต  และท่านประทิน    การที่องค์กรตำรวจมันใหญ่เกินไปทำให้เกิดปัญหามากมายดังที่เห็น    เดี๋ยวนี้ประชาชน เขาเกลียดตำรวจไปทั่วเมือง    ไม่มีใครอยากคบกัยตำรวจ  เพราะพฤติกรรมชั่วๆๆ มันมัเยอะมากทุกระดับ  สมควรแล้วละที่จะมีการปรับเปลี่ยนเสียที                           .............การไปสังกัดท้องถิ่นจะทำให้ชาวบ้านสามารถตรวจสอบได้ง่ายขึ้น

สำหรับพวกเสียผลประโยชน์  ก็ต้องมีการโวยวสยธรรมดา    .............ถ้าจะให้เห็นว่าประชาชน  คิดอย่างไร  ลองทำโพลสิ   จะรู้ว่าความคิดเห็นชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นอย่างไร
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 33
17 พ.ย. 2549
12:57:01
ไพรินทร์
IP: 124.157.189.65 ถึงนายประพันธ์ คูณมี และคณะ

ท่านควรจะทำการศึกษาให้รอบคอบก่อนที่จะพูด หรือ เสนอแนะอะไรไปเพราะเป็นถึง สนช สิ่งที่ท่านเสนอนั้น ถือได้ว่าขาดข้อมูลที่เพียงพอ คำพูดของท่านก็ไม่เหมาะสมกับการเป็น สนช ดูเหมือนท่านและคณะที่แสดงออกในเรื่องนี้จะมีลักษณะเฉพาะตัว ที่เป็นพวก ขวา หรือ ซ้ายจัด ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายต่อสังคมมาก ต้องเข้าใจด้วยว่า ทุกสังคมมีทั้งคนดีและไม่ดี ตำรวจส่วนใหญ่ถือว่าเป็นคนดี ในฐานะประชาชนธรรมดา ขอให้ท่านที่ออกมาเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ ยุติบทบาทได้แล้ว และการที่ท่านจะขอให้ผู้มีอำนาจปลดใครออกนั้น ถือได้ว่าแย่เอามากๆ

หากใน สนช มีคนอย่างท่านมากกว่านี้ ประเทศชาติคงแย่

 
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 32
17 พ.ย. 2549
12:51:56
สีเลือดหมูเข้ม
IP: 203.146.63.187        ทั้งหมดฟังเรียกแถว  ระวัง! ระวัง! นับ.... ชาติ เกียรติ วินัย กล้าหาญ อดทน นิ่ง 10 นาที อุ๊ย!!ตายแล้ว รถชนกันวินาศสันตะโร โจรไหงมาปล้นธนาคารล่ะ ฆ่าชิงทรัพย์ก็มี เอ้า! นั่นวัยรุ่นคึกตะนองยกพวกตีกัน ฯลฯ ร้อยแปดความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ไม่ใช่แผ่นดินลุกเป็นไฟหรือ แต่ที่แน่ๆตอนนี้วิญญาณปู่ตำรวจ กำลังด่า...ชี้หน้า ประทิน คุณวัวลืมตีน สำหรับ ประพันธ์ ปล่อยมันไป เป็นนักวิชาการเสียเปล่าที่ไม่รู้จักแม้กระทั่งคำพังเพยสำนวนไทย แค่นี้ก็เห็นกึ๋นแล้ว อีกไม่นานลูกหลานมันจะติดยา...ยังไม่สำนึกในบุญคุณอีก ช่างเนรคุณจริง ๆ....ผองเพื่อนพ้องน้องพี่ตำรวจ ขอเป็นกำลังใจพร้อมทั้งเคียงบ่าเคียงไหล่กับอาจารย์ป๋อม
 
 
ความคิดเห็นที่ 31
17 พ.ย. 2549
12:50:01
จริงนะ
IP: 203.188.27.203 ผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นสามารถขอขั้นให้ตำรวจได้ก็แล้วกัน...หรือท่านประทินจะเถียง....
 
 
ความคิดเห็นที่ 30
17 พ.ย. 2549
12:49:36
จริงนะ
IP: 203.188.27.203 ผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นสามารถขอขั้นให้ตำรวจได้ก็แล้วกัน...หรือท่านประทินจะเถียง....
 
 
ความคิดเห็นที่ 29
17 พ.ย. 2549
12:46:54
เบื่อหน้าสังศิต
IP: 125.25.130.57 สังศิต  ก็คือทาสรับใช้เผด็จการ    ยังจะมีหน้ามานำเสนอความเห็นทางวิชาการอีกหรือ     สังเกตดูมานานแล้ว   ที่แท้ก็แบบนี้เองหรือ
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 28
17 พ.ย. 2549
12:46:00
lk
IP: 125.24.141.150 เห็นใจครับ ตำรวจ ไทย เทศกาลตั้งจุดตรวจ ที่พักประชาชน คงไม่ได้ไปเที่ยวกับบ้านเกิดเมืองนอน อยากให้สอบถามความคิดเห็น ของ ตำรวจครับ 

 
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 27
17 พ.ย. 2549
12:43:11
นายรัก ตำรวจไทย
IP: 125.24.159.124  พล.ต.อ.ประทิน  สันติประภพ อ้างว่าตำรวจทุกคนเห็นด้วยกับการปรับโครงสร้างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แท้ที่จริงแล้ว ตำรวจทุกคนไม่เห็นด้วยกับการเอาสำนักงานตำรวจแห่งชาติไปไว้กับท้องถิ่น และไม่ให้ตำรวจย้ายออกจากจังหวัดนั้นๆ แล้วทำไมไม่เอาส่วนราชการอื่นมาปรับโครงสร้างบ้าง
 
 
ความคิดเห็นที่ 26
17 พ.ย. 2549
12:25:08
000000
IP: 203.113.67.165 ในความเป็นจริงตำรวจท้องถิ่นไม่กล้าจะทำอะไรได้อยู่แล้ว (ส่วนใหญ่จะเป็นระดับผู้บังคับบัญชา เพราะเป็นลูกน้องของนักการเมืองท้องถิ่น) ยิ่งโอนไปอยู่กับผู้ว่าฯ จะไปกันใหญ่ บ่อน ซ่องในท้องถิ่นยังปล่อยให้มีอยู่เลย เพราะตำรวจได้รับส่วย  จะทลายทีก็เป็นตำรวจกองปราบฯ ตำรวจท้องถิ่นไม่เห็นทำอะไรเลย  ความคิดบ้าๆ ของประทิน และอ้ายสังสิต ที่คอยทำให้บ้านเมืองวุ่นวายอยู่ขณะนี้
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 25
17 พ.ย. 2549
12:24:03
อยากออกความเห็นมั่ง
IP: 124.157.206.4 พวกข้าราชการแก่ตอนทำงานเป็นอย่างหนึ่งพอพ้นหน้าที่รู้หมด

นักวิชการที่คอรัปชั่นเวลาราชการ ใช้เวลาราชการหาเศษหาเลย ชอบออกมาโชว์ฝีปาก  สำรวจองค์กรตัวเองด้วย

พวกนักการเมืองที่ไม่ชอบออกแรงหรืออกแรงแล้วชาวบ้านเขาไม่เลือกก็ขอให้ช่วยเก็บปากเก็บคำมั่งไม่อายสุนัขก็อายตัวเองด้วยหรือสะกดคำว่าอายไม่เป็นขอรับ
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 24
17 พ.ย. 2549
12:18:38
เมียตำรวจ
IP: 203.156.41.30 คุณสังศิต  ชั่วมาก ๆ  เลย  ชอบทำลายองค์กรคนอื่น  เอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่   ขอให้กรรมตามสนองโดยเร็ว ๆ   บุพการีตำรวจและตำรวจที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่จะสาปแช่งท่านให้มีแต่ความอับเฉา  ฉิบหาย
 
 
ความคิดเห็นที่ 23
17 พ.ย. 2549
12:16:21
เมียตำรวจ
IP: 203.156.41.30 เบื่อคุณประทินฉิบหายเลย   ท่านเป็นตำรวจดีคนเดียวหรือไง  ตำรวจทั้ง ตร. เลวหมด  สังคมอยู่ไม่ได้ถ้าคนเลวมากกว่าคนดี  อย่าลืมมีชื่อเสียง  โตมาจากการเหยียบย่ำคนอื่น  องค์กร   กรรมจะตามสนองxxxอย่างรวดเร็ว  คนอะไรเป็นถึงวุฒิสมาชิก  ต่อยทำร้ายคนอื่นในสภาอันทรงเกียรติ  ถุย
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 22
17 พ.ย. 2549
12:16:06
ติดตาม
IP: 58.9.3.223 เห็นด้วยกับท่านประทิน   

ตอนที่ต่อยกับคนอื่นในสภา   ทำได้งามหน้ามาก
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 21
17 พ.ย. 2549
12:13:39
TNT
IP: 203.144.130.176 ยังไม่กระจ่างกับเรื่อง คนชื่อ ประทิน  กับ ตระเราล ศรีธนขรรค์
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 20
17 พ.ย. 2549
12:06:27
k
IP: 58.8.151.253 เบื่ออ้ายสังสิต
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 19
17 พ.ย. 2549
12:01:18
รัฐสภา
IP: 202.5.90.203 เอาความคิดของคนที่ทำให้ตำรวจเสียชื่อ

เป็นวุฒิสมาชิก แล้วต่อยคนออกทีวี จนโดนฟ้อง

แล้วจะเชื่อคน คนนี้หรือ

ยังมีหน้าออกมาพูดว่าตำรวจอีก

กลับไปเลย ไป๊..........................

 
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 18
17 พ.ย. 2549
11:59:57
หน้ากากผี
IP: 67.150.125.220 ทานโทษครับ ผกก.คนใหนของมึ.ง เงินเดือนหมื่นกว่า น่าสงสารนะครับ ผมจะลองถาม
หน้ากากเสือดู มิน่า..ท่านถึงแดกทุกอย่างไม่เลือกแทบทุกคน แทะกันยันลูกตาเลยล่ะครับ
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 17
17 พ.ย. 2549
11:50:59
Zero
IP: 125.25.7.55             ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งเพราะตำรวจเป็นต้นกระบวนการยุติธรรม ต้องให้มีความอิสระในการทำงานดั่งเช่น อัยการ ศาล ต้องคงรูปแบบการจัดองค์กรตำรวจเป็นกองทัพเหมือนเดิม เพราะปัจจุบันได้มีการรบแบบกองโจรของผู้ก่อการร้ายถ้าทำให้ตำรวจอ่อนแอเหมือนยารักษาที่ไม่ทันโรค เช่นนี้แล
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 16
17 พ.ย. 2549
11:46:23
ppp
IP: 202.60.203.186 เรื่องนี้เรื่องใหญ่ คิดให้รอบคอบนะครับ
 
 
ความคิดเห็นที่ 15
17 พ.ย. 2549
11:43:31
suvit treethan-ku
IP: 62.150.137.218 I do not belive police for long time from Phot Sarasin,Prathin Santipapop they are good ,now sh*t ,every where make problem ,once 3 years ago make me problem.

suvit
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 14
17 พ.ย. 2549
11:43:02
เราเอง ตำรวจ
IP: 222.123.9.192 นักการเมือง นักวิชาการ และ ผู้รู้ทั้งหลาย  มักจะพูดว่า ตำรวจ คือ ต้นธารของความยุติธรรม  แต่ค่าตอบแทนที่ตำรวจได้รับน้อยเกินไป  ทุกสิ่งทุกอย่างรัฐให้การสนับสนุนน้อยมาก  วิทยุสื่อสารต้องซื้อเอง เครื่องคอมพิวเตอร์ต้องซื้อเอง โต๊ะทำงานยังต้องซื้อ  มันเป็นเรื่องแปลกแต่จริง ตำรวจที่จบการศึกษาจากโรงเรียนตำรวจ  จะต้องหาซื้อสิ่งของเครื่องใช้ด้วยตนเอง  ไม่ทราบว่าพวกท่านทราบเรื่องนี้หรือไม่ ท่านควรคิดที่จะให้สวัสดิการ ความเป็นอยู่ของ ตำรวจ ดีขึ้น  เมื่อความเป็นอยู่ดีขึ้นตามฐานานุรูปแล้ว  ผมเชื่อว่าไม่มีตำรวจคนใดที่จะคิดนอกกรอบ  แต่ท่านอย่าลืมถามตัวเองว่า ก่อนที่ท่านจะตำหนิคนอื่น  ท่านเป็นคนดีเพียงพอที่จะไปตำหนิคนอื่นแล้วหรือยัง และเชื่อว่าองค์กรตำรวจมีคนดีมากกว่าตนชั่ว  ไม่เช่นนั้นสังคมคงอยู่ไม่ได้ ส่องกระจกดูตัวท่านและตรึกตรองว่า สิ่งที่ปรากฎในกระจกที่ท่านจกมองนั้น  เป็นตัวท่านที่เป็นคนดีกว่าคนอื่นแล้วหรือยัง? 
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 13
17 พ.ย. 2549
11:37:38
คนละฟากกับทิน
IP: 203.118.89.65 มันว่างกันมากหรือไงว่ะ...ถึงต้องมาคิดปรับโครงสร้าง...คุณ-...แค่รัฐบาลปีเศษมันเกรงจะไม่มีชื่อในประวัติศาสตร์หรือไงว่ะ...คุณทินอีกตัว...เมื่อไหร่มันจะตายซะทีว่ะ..เอะอะก็เห็นด้วย...ก็-เกษียณราชการไปแล้วนี่...มันก็ไม่เดือดร้อนสิ...พวกที่เขาอยู่ในราชการมันงงจนปฏิบัติตัวไม่ถูกแล้ว...เมื่อก่อนขึ้นมหาดไทย เดี๋ยวนี้ขึ้นกับนายกฯ แล้ว-จะให้ไปขึ้นกับ ผวจ. อีก มันอะไรนักหนาว่ะเนี่ย...คุณเวรข้างบนก็ไม่รู้ไปเอาข้อมูลที่ไหนมาว่าเงินเดือน ผกก.แค่หมื่นกว่าบาท  บิดามันสอนสิ เงินเดือน ผกก. มัน สามหมื่นขึ้นโว้ย...ไม่แหกตาดูยุ่งพิมพ์โดยมีอคติ...ตอนนี้ สิบตำรวจเอก มันก็ปาเข้าไปหมื่นกว่าแล้วโว้ย...
 
 
ความคิดเห็นที่ 12
17 พ.ย. 2549
11:26:48
tuk tuk
IP: 168.120.72.177  เห็นด้วยกับท่านประทิน เพราะถ้าใครได้ติดตามข่าวตลอดเวลา ตอนสมัยที่ท่านได้ดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีกรมตำรวจ สมัยก่อนนี้ ท่านเป็นตำรวจที่ดี  ซื่อสัตย์ สุจริต และทำงานอย่างจริงจังตรงไปตรงมา ท่านเป็นบุคคลที่ ตำรวจในปัจจุบันน่านำเป็นตัวอย่างในการปฏิบัติหน้าที่นะคะ   
 
 
ความคิดเห็นที่ 11
17 พ.ย. 2549
11:25:49
tuk tuk
IP: 168.120.72.177  เห็นด้วยกับท่านประทิน เพราะถ้าใครได้ติดตามข่าวตลอดเวลา ตอนสมัยที่ท่านได้ดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีกรมตำรวจ สมัยก่อนนี้ ท่านเป็นตำรวจที่ดี  ซื่อสัตย์ สุจริต และทำงานอย่างจริงจังตรงไปตรงมา ท่านเป็นบุคคลที่ ตำรวจในปัจจุบันน่านำเป็นตัวอย่างในการปฏิบัติหน้าที่นะคะ   
 
 
ความคิดเห็นที่ 10
17 พ.ย. 2549
11:25:07
คนเสียภาษี
IP: 57.72.66.21 ผกก เงินเดือนหมื่นกว่ามีรถคนละเป็นล้านขับ เอาเงินมาจากไหนครับ ตำรวจตัวเล็กงานหนักเสี่ยง ตัวใหญ่คอยหาผลประโยชน์ ถามประชาชน ร้อยทั้งร้อย ถามว่าภาพรวม ตำรวจเป็นอย่างไร รีด ไถ ส่วย เรียกหาผลประโชน์ ตัวอย่าง ถนน สามเลน รถเก๋งวิ่งเลนขวาโดนจับ ป้ายบอกว่ารถช้าวิ่งซ้าย ที่วิ่งก็มีแต่ สิบล้อบรรทุกเกิน ถนนพัง แต่ ตำรวจไม่จับ เพราะมีสติ๊กเกอร์ นายติดอยู่ (ฮา) รถเก๋งก็ต้องวิ่งขวาซิ วิ่งบุ๊ป เรียกปั๊บ

บอกตรงๆ เสียดายภาษี ให้ พวก นายพลทั้งหลาย ที่มันเดิน สตช แถม มี ตร หน้าห้องอีก  ให้ผลประโยชน์ คนทำงานอย่างพวก นายสิบ นายดาบเหอะ
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 9
17 พ.ย. 2549
11:24:12
คนเสียภาษี
IP: 57.72.66.21 ผกก เงินเดือนหมื่นกว่ามีรถคนละเป็นล้านขับ เอาเงินมาจากไหนครับ ตำรวจตัวเล็กงานหนักเสี่ยง ตัวใหญ่คอยหาผลประโยชน์ ถามประชาชน ร้อยทั้งร้อย ถามว่าภาพรวม ตำรวจเป็นอย่างไร รีด ไถ ส่วย เรียกหาผลประโชน์ ตัวอย่าง ถนน สามเลน รถเก๋งวิ่งเลนขวาโดนจับ ป้ายบอกว่ารถช้าวิ่งซ้าย ที่วิ่งก็มีแต่ สิบล้อบรรทุกเกิน ถนนพัง แต่ ตำรวจไม่จับ เพราะมีสติ๊กเกอร์ นายติดอยู่ (ฮา) รถเก๋งก็ต้องวิ่งขวาซิ วิ่งบุ๊ป เรียกปั๊บ

บอกตรงๆ เสียดายภาษี ให้ พวก นายพลทั้งหลาย ที่มันเดิน สตช แถม มี ตร หน้าห้องอีก  ให้ผลประโยชน์ คนทำงานอย่างพวก นายสิบ นายดาบเหอะ
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 8
17 พ.ย. 2549
11:21:57
คำว่า
IP: 61.90.195.98 คำว่าคอรับชั่นมันมีทุกองค์กอน นะครับ แม้แต่โรงเรียน มหาลัย ที่ อ.สังสิต ก้มี อาจารน์นี้และตัวดี ชอบหากินกับลูกศิษ แล้วไห้ผ่าโครงสร้างทหารคุณกล้าเปล่า จะได้ไม่มีการปฏิวัติอีกไง อาจาร**
 
 
ความคิดเห็นที่ 7
17 พ.ย. 2549
11:16:07
ประเทศไทย
IP: 61.90.195.98 ตำหรวจดีๆๆก็มีเยอะ สิงแรกที่เราเจอปัญหา มีเรืองร้อนใจเรา ย่อมคิดถึงตำรวจเป็นอันดับแรกคนที่คิดจะผ่าโครสร้างตำรวจไม่ได้เป็นตำรวจ มันต้องเกิดปัญหาอยางแน่นอน
 
 
ความคิดเห็นที่ 6
17 พ.ย. 2549
11:15:31
คนรู้ทัน
IP: 58.10.90.100  สงสาร อาจารย์ ป๋อม  ออกมาปกป้ององค์กรตำรวจทุกวัน  ใครๆก็อยากตีตำรวจ เพราะว่าตีดัง   แต่ไม่รู้เหนือรู้ใต้ว่าคืออะไร ขอให้ได้ตีไว้ก่อน   อย่างคุน สังศิต เมื่อก่อนก็เอาตำรวจติดตามส่วนตัว   ถึงเวลาโยกย้ายก็วิ่งเต้น ใช้อำนาจบาดใหญ่ ขอโน่นขอนี  ไม่ได้ก็ตีโพยตีพาย  มันก็เหมือนกันละครับ ตัวท่านเองก็เป็นคนใช้วิธีการวิ่งเต้น แล้วคนอื่นจะคิดอย่างไรครับ
 
 
ความคิดเห็นที่ 5
17 พ.ย. 2549
11:03:03
คนพิจิตร
IP: 203.114.109.65 ผมไม่เห็นด้วยกับคนๆนี้เพราะผมคิดว่าความประพฤติไม่เหมาะสมกับการเป็นผู้ใหญ่ ชกคนโดยอ้างว่าป้องกันตัวมันมากไปดูเท่าไรก็ไม่ใช่ป้องกันตัวนอกจากการอวดว่าข้าแน่เป็นนักมวยเก่า อย่าลืมนะครับนักมวยขนาดไม่แก่เท่านี้เขายังไม่ซ่ามากเท่านี้เลย แต่อย่างว่านะครับนักมวย เอ็นจีโอ มันก็ต้องเก่งกว่าคนธรรมดาอยู่แล้ว   นายสังสิต คุยกับนายจรัญ คุยกับนายธีรภัทร สามคนก็เปลี่ยโครงสร้างตำรวจได้ มันมากไปครับ  ทุกหน่วยงานมีทั้งคนดีไม่ดี หน่วยงานมันดีของมันอยู่แล้วครับ  ฟังแล้วเซ็ง
 
 
ความคิดเห็นที่ 4
17 พ.ย. 2549
10:59:03
คนไม่ร้เรื่องตำรวจ
IP: 202.28.169.165 ดิฉันเห็นตำรวจทำงานหนักมาก ทุกฤดูกาล ถ้าไม่เห็นตำรวจร้สึกไม่ปลอดภัย และไม่เห็นว่า จะมีใครทำให้ปลอดภัย  อ.สังสิต คงมองด้านที่ท่านอยากมอง  ค่าตอบแทนของตำรวจที่ได้รับ มีมาตรฐานสากลหรือไม่ มีใครพูดหรือไม่ มีแต่สั่งให้ทำงาน มีเงิน วัสดุอุปกรณ์ คนหรือไม่  ไม่เคยถาม ตำรวจรับคำสั่งมาก็ต้องทำให้ได้   ไม่มีหน่วยงานรัฐหน่วยใหนที่ทำได้  ความปลอดภัยในชีววิต และทรัพย์สิน มันวัดกันด้วยความร้สึก ความสุข เป็นนามธรรม ไม่สามารถวัดเป็นรูปธรรมได้  คดีเกิดสังคมกดดัน ผ้บังคับบัญชากดดัน ต้องจับให้ได้  มุมนี้ไม่มีนักวิขาการท่านใดมองมองแต่ด้านที่ท่านอยากมอง ผ้นำท้องถิ่นมีแต่พวกน้กเลง นักการพนัน มีอิทธิพล ร้อยละ90ผ้ว่าฯยังเกรงใจ ซึ่งทั้งสองท่านก็เป็นหัวคะแนนนักการเมืองระดับชาติ  เอาเข้าไปดิฉันว่าความทุกข์ไม่เกิดกับลูกเมียผ้เสนอความเห็นคงไม่ ทราบถึงรสชาติ   สวัสดีประเทศไทยคะ
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 3
17 พ.ย. 2549
10:37:48
a
IP: 203.113.41.42 ถูกต้องครับ เห็นด้วยกับท่านประทิน

ส่วน ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ก็ช่วยโอนไปอยู่ยุติธรรมด้วยเถอะ ..จะได้ยุติธรรมจริงๆซักที
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 2
17 พ.ย. 2549
10:27:16
***/*
IP: 203.150.14.161 ดห็นด้วยกับท่านประทิน...ท่านเป็นอดีตข้าราชการตำรวจที่มีความจงรักภักดีอย่างแท้จริงทั้งในคำพูดแล้วแนวทางการปฏิบัติ เสียดายที่ข้าราชการตำรวจอย่างท่านนั้นหาได้ยากเหลือเกินในเวลานี้
 
 
ความคิดเห็นที่ 1
17 พ.ย. 2549
10:15:49
defsd
IP: 58.10.65.119 เรื่องผลประโยชน์ภายในของผู้มีอำนาจแบ่งกันกินแบ่งกันใช้ ชาวบ้านลำบากเหมือนเดิมการบริการเหมือนเดิม หัวหน้าครอบครัวที่มีรายได้ยังไม่พอ ชมได้ที่เว็บ inter - th   com/memo
 
 

 
 
 
 
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
therd
jaidee4
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 373


Re: โรงเรียนลูกผู้ชาย : Academy of true Gentleman (เชิงวิพากษ์ โดย นรต.49)
« ตอบ #170 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2006, 12:10:35 »

ตามที่หลายฝ่ายออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างตำรวจให้ขึ้นตรงกับองค์กรท้องถิ่น โดยให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลขึ้นตรงกับผู้ว่าฯ กทม. ส่วนตำรวจภูธรขึ้นตรงกับผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัด และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางขึ้นตรงกับสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้น เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 17 พ.ย.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์การปรับโครงสร้างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ว่า เป็นสิ่งที่เราสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ เพราะทุกอย่างไม่มีอะไรที่ไม่เปลี่ยนแปลง สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะไปขึ้นกับใครคงต้องหารือกันในวงกว้าง เพราะตำรวจก็มีข้อคิดเห็นของตัวเอง ทางสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติก็มีข้อคิดเห็นของตัวเอง กระทรวงยุติธรรมก็มีข้อคิดเห็นของตนเอง คิดว่าถึงเวลาจะเปิดข้อมูลต่างๆ เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสแสดงข้อคิดเห็นด้วย อันนี้น่าจะเป็นประโยชน์ เพราะผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงคือประชาชน 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ดูเหมือนทางตำรวจจะไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง พล.อ.สุรยุทธ์ตอบว่า เป็นเรื่องเหตุผลมากกว่าว่าถ้าปรับปรุงแล้วจะเกิดประโยชน์อย่างไร ถ้าประชาชนได้รับผลในทางที่ดีขึ้น อันนี้ก็เป็นประโยชน์ที่สำคัญ เรื่องนี้ต้องช่วยกันคิด เรื่องวัฒนธรรมองค์กรเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ค่อยๆทำเพื่อแก้ปัญหาในระยะยาว เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าการปรับโครงสร้าง สตช.จะทำให้ ตำรวจและทหารทะเลาะกัน พล.อ.สุรยุทธ์ตอบว่า คิดว่าประชาชนเป็นผู้ตัดสิน ในสัปดาห์หน้าจะไปประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) และจะเป็นคนนัดวันเอง เนื่องจากจะมีการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ

ผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีศักยภาพเพียงพอให้ตำรวจไปสังกัดหรือไม่ พล.อ. สุรยุทธ์ตอบว่า ทุกอย่างปรับได้ แต่การกระจายอำนาจลงสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เป็นนโยบายของหลายรัฐบาลที่ผ่านมา ส่วนข้อเสนอเรื่องการให้ผู้บังคับการตำรวจภูธรภาค (ผบก.ภ.) และ ผบก.จ.จังหวัดไปขึ้นกับจังหวัดนั้น ยังไม่ขอตอบ ตอนนี้ขอฟังอย่างเดียว ต้องรอข้อมูลจากหลายส่วนทั้งทางกระทรวง สนช. สถาบันการศึกษา และ สตช.ในฐานะที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เมื่อถามว่า จำเป็นต้องทำประชาพิจารณ์กรณีปรับโครงสร้าง สตช.หรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์ตอบว่า ได้คุยกับนายชาญชัย ลิขิตจิตถะ รมว.ยุติธรรม ไปแล้ว ขึ้นอยู่กับกระทรวงว่า  จะดำเนินการในส่วนนี้อย่างไร ในฐานะที่ดูแลกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ   

ต่อมาเมื่อเวลา 13.30 น. ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ นายอารีย์ วงศ์อารยะ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ในเรื่องเดียวกันว่า ไม่อยากพูดเรื่องนี้ หน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดคือรับผิดชอบดูแลงานของจังหวัด ใครก็ตามที่เข้ามาในจังหวัดต้องอยู่ภายใต้การดูแล โดย ผวจ.สนับสนุนให้ทำงานได้ ใครไม่อยากอยู่ก็อย่าอยู่ เราไม่พูดมาก ขอให้เปลี่ยนเรื่อง ไม่อยากพูดเรื่องตำรวจ ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีระบุว่า เรื่องนี้ต้องฟังความเห็นจากหลายฝ่าย นายอารีย์ตอบว่า เป็นเรื่องของรัฐบาลที่ต้องดูว่า หลายปีที่ผ่านมาปัญหาคืออะไร แล้วจึงกำหนดแนวทางแก้ไข เมื่อถามว่าแผนการปรับโครงสร้างของกระทรวงมหาดไทยก็มีการระบุให้ตำรวจขึ้นกับ ผวจ.เช่นกัน นายอารีย์ตอบว่า ขอให้เปลี่ยนเรื่อง ไม่พูดเรื่องนี้ 

ด้าน พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก อดีต ผบ.ตร.กล่าวแสดงความเห็นในเรื่องนี้ว่า ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องแยกตำรวจออกไปเป็นตำรวจท้องถิ่น จะเอาแบบอย่างประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ตำรวจเป็นระบบสเตรทโปลิศ เพราะประเทศ อเมริกาปกครองโดยประธานาธิบดี แต่ละรัฐแบ่งแยกรับผิดชอบกันเองได้ มีงบประมาณที่ชัดเจน ระบบโครงสร้างตำรวจจึงเป็นระบบสเตรทโปลิศ แต่ประเทศไทยตำรวจเป็นระบบรอยัลไทยโปลิศ เพราะนอกเหนือจากหน้าที่รักษาความปลอดภัยชีวิตทรัพย์สินประชาชน การให้บริการ การรักษาตัวบทกฎหมาย 200-300 ฉบับ แล้วยังมีภารกิจหน้าที่สำคัญอย่างยิ่งคือ การรักษาความมั่นคงของประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีหน่วยงาน สตม., กองบินตำรวจ, ตำรวจสันติบาล เพื่อรับผิดชอบภารกิจด้านความมั่นคงของประเทศชาติ 

พล.ต.อ.ประชากล่าวอีกว่า ระบบตำรวจของประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศไทยมีความแตกต่างกัน ภารกิจหน้าที่ตำรวจไทยต้องรับผิดชอบด้านความมั่นคง ถวายความปลอดภัยราชวงศ์ และราชบัลลังก์ ตำรวจเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภารกิจสำคัญของสถาบันต้องอยู่กับตำรวจ ต้องทำทุกพื้นที่ การแยกตำรวจเป็นรัฐอิสระ ภารกิจรักษาความปลอดภัยของสถาบันพระมหากษัตริย์ การเอาตำรวจไปขึ้นกับ ผวจ. ต้องรับผิดชอบทุกเรื่อง ซึ่งเป็นไปได้ยาก จนถึงขณะนี้มองว่าการผ่าตำรวจแบ่งแยกไม่ได้ ด้วยภารกิจหน้าที่ของตำรวจเอง ถ้าจะดำเนินนโยบายกันจริงๆ ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องมาจากการเลือกตั้ง เพื่อแยกกันให้ขาด เป็นตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริง

ด้าน พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า เรื่องนี้ได้เคยพูดคุยกับนายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรม แลก เปลี่ยนความคิดเห็นและกราบเรียนว่า การสนับสนุนงานตำรวจให้เอางานที่เป็นงานป้องกันให้เอกชนดำเนินการ งานปราบปรามให้ตำรวจทำต่อไป จะได้ผลักภาระตำรวจให้ลดลง ตำรวจมีเวลาไปสืบไปจับ ซึ่งระบบลักษณะนี้มีใช้ในประเทศอินโดนีเซีย และมาเลเซีย ตอนนั้นนายจรัญบอกว่าน่าจะเป็นวาระแห่งชาติ แต่การปรับตำรวจแบบเดิม ขาดแคลนงบประมาณแผ่นดิน เป็นการแก้ปัญหาที่ไม่มีวันจบสิ้น

ในวันเดียวกัน ที่กระทรวงยุติธรรม พ.ญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ รักษาการ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ทุกหน่วยงานต้องถูกปรับเพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ดีขึ้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติคงไม่มีอภิสิทธิ์ที่อยู่นอกเหนือ ยกเว้นมีใครช่วยเหลือมาตลอด เมื่อต้องถูกปรับต้องดูว่าปรับมากปรับน้อย หรือใครจะถูกปรับ ต้องดูว่าที่ผ่านมางานที่ทำบรรลุเป้าหมายหรือไม่ เห็นด้วยกับนายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรม ตำรวจเป็นองค์กรใหญ่มาก ขาดการตรวจสอบจากภายนอก อาจทำให้กฎหมายทำร้ายประชาชนได้ จึงถึงเวลาที่ต้องปรับโครงสร้างให้มีประสิทธิภาพสูง ใครที่ออกมาให้สัมภาษณ์ไม่ใช่เจ้าของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นเพียงลูกจ้างของประชาชนคนหนึ่ง วันหนึ่งต้องจากไป หากอยากไปอย่างสง่างามยังปรับตัว ได้ทัน ที่ผ่านมาแผ่นดินลุกเป็นไฟเพราะความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้น

ด้านนายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ไม่อยู่ในฐานะที่จะเปิดเผยเรื่องนี้ ข่าวที่มีการนำเสนอออกไป เนื่องจากผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งนำคำสั่งตั้งคณะกรรมการมาสอบถาม จึงพูดถึงโครงสร้างในส่วนที่ศึกษา ไม่เกี่ยวกับคณะกรรมการ คนที่จะแถลงได้ต้องเป็นประธานคณะกรรมการ หรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมายให้แถลง ถ้าตนพูดไปก่อนก็เหมือนล้ำหน้าคณะกรรมการ จึงขอยืนยันว่าข่าวโครงสร้างตำรวจที่ มีการนำเสนอไปบนหน้าหนังสือพิมพ์บางฉบับ ไม่ใช่ความเห็นหรือโครงสร้างที่คณะกรรมการจะปรับ แต่เป็นแค่ โครงสร้างที่ตนศึกษา ไม่เกี่ยวกับคณะกรรมการ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
therd
jaidee4
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 373


Re: โรงเรียนลูกผู้ชาย : Academy of true Gentleman (เชิงวิพากษ์ โดย นรต.49)
« ตอบ #171 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2006, 12:12:11 »

รุมจวกตร.ต้าน ผ่าโครงสร้าง! [17 พ.ย. 49 - 03:00]
 
ความคืบหน้าการปรับโครงสร้างตำรวจให้ขึ้นตรงกับองค์กรท้องถิ่น โดยกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ขึ้นตรงกับผู้ว่าฯกทม. ส่วนตำรวจภูธรจังหวัดขึ้นกับผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นๆ เมื่อวันที่ 16 พ.ย. นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงการปรับโครงสร้างตำรวจว่า จากการศึกษาและวิจัยในเรื่องที่เกี่ยวกับตำรวจกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ยืนยันว่าจำเป็นต้องกระจายอำนาจตำรวจออกไป ส่วนจะกระจายอย่างไรต้องคุยในรายละเอียดกันอีกที แต่ตามหลักการแล้วต้องเน้นที่ประสิทธิภาพ และประชาชนต้องได้รับประโยชน์ดีกว่าเดิม เช่น ด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ส่วนเรื่องคดีความ ก็ต้องได้รับความยุติธรรม เจ้าหน้าที่ตำรวจเองต้องมีความพึงพอใจกว่าเดิม อย่างผลตอบแทนหรือสวัสดิการก็ดีกว่าเดิม ที่ผ่านมานายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรม ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้ศึกษาการปรับโครงสร้างกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ ร่วมกับนายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาเพื่อปรับปรุงงานทั้งในส่วนของตำรวจ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งต้องปฏิรูปให้ตอบสนองสังคมมากที่สุด องค์กรต้องเล็กลง 

ด้าน น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงเรื่องการปรับโครงสร้างสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า ขอสนับสนุนเรื่องนี้อย่างเต็มที่ เพราะในหลักการตำรวจอยู่ในกระบวนการยุติธรรม มีอำนาจในการจับกุมสอบสวน เป็นต้นทางก่อนถึงศาล ถ้าต้นทางไม่ดีมีปัญหาต้องแก้ไข ในประวัติศาสตร์ตำรวจบางยุคตกอยู่ภายใต้อำนาจการเมืองมาตั้งแต่ยุค พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ จนมาถึงยุคของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ใช้อำนาจการเมืองบงการตำรวจ เปิดเป็นรัฐตำรวจขึ้นมาคอยรับใช้นักการเมือง ตำรวจที่ดีก็มี แต่ไม่ได้รับการส่งเสริม ไม่เหมือนพวกที่คอยประจบนักการเมืองที่มักได้ดิบได้ดี ซึ่งการปรับโครงสร้างตำรวจนี้ต้องทำควบคู่ไปกับการปฏิรูประบบราชการและการปฏิรูปการเมือง ต้องทำให้ตำรวจใกล้ชิดกับประชาชน ควรมีเป้าหมายหลัก คือประชาชน องค์ประกอบจึงต้องมีการแก้ไข เพราะเวลานี้ โครงสร้างใหญ่เทอะทะ มีคนใช้ตำรวจอยู่ไม่กี่คน ควรกระจายอำนาจออกไปสู่ท้องถิ่น

น.ต.ประสงค์กล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช รอง ผบ.ตร.และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกมาคัดค้านในเรื่องนี้ โดยใช้คำพูดรุนแรงว่า เป็นสิ่งไม่ควร เพราะถือเป็นผู้มีส่วนได้เสีย การปรับ โครงสร้างตำรวจอย่าคิดว่าทำไม่ได้ ส่วนที่บอกว่า เมื่อปรับโครงสร้างให้ตำรวจไปขึ้นกับท้องถิ่นแล้วแผ่นดินจะลุกเป็นไฟนั้น อยากถามว่าไฟที่ไหม้นั้น ไหม้ใครแล้วลามไปถึงใคร เพราะการกระจายอำนาจยิ่งมากยิ่งดี และต้องกระจายเงินออกไปด้วย เชื่อว่าเมื่อตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแล้ว การปฏิรูปโครงสร้างคงจะเป็นจริงเป็นจังมากขึ้น

ขณะที่นายประพันธ์ คูณมี สมาชิก สนช. กล่าวถึงเรื่องที่ พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช รอง ผบ.ตร. และโฆษก สตช. ระบุว่า ถ้ามีการปรับโครงสร้างตำรวจจะทำให้บ้านเมืองลุกเป็นไฟ ว่าพูดได้อย่างไร เพราะถึงไม่ต้องปฏิรูป บ้านเมืองก็ลุกเป็นไฟเพราะตำรวจอยู่แล้ว ทั้งภาคใต้ การฆ่าตัดตอนยาเสพติด การอุ้มฆ่า คนที่รู้จักตำรวจดีที่สุดคือประชาชน และการจะปฏิรูปองค์กรใด ผู้นำองค์กรนั้นต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงก่อน ดังนั้น นายกฯต้องเปลี่ยน ผบ.ตร. ก่อนเป็นอันดับแรก เรื่องนี้ต้องเรียก ผบ.ตร. รอง ผบ.ตร. ผบช.น. ผู้บัญชาการตำรวจภาคต่างๆมาชี้แจง พร้อมมอบแนวทางการปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล หากผู้นำในองค์กรไม่เข้าใจ ก็จะแสดงออกแบบ พล.ต.อ.อชิรวิทย์ การพูดแบบนี้เหมือนทำเพื่อปลุกกระแสต่อต้านนโยบายของรัฐบาล ดังนั้น นายกรัฐมนตรีควรปลด พล.ต.อ.อชิรวิทย์ก่อนเป็นอันดับแรก รวมถึง ผบ.ตร. ก็ควรออกมาแสดงความรับผิดชอบด้วย ที่ปล่อยให้ลูกน้องออกมาพูดอย่างนี้ กลัวเสียประโยชน์หรืออย่างไร ถึงได้ออกมาปลุกปั่นต่อต้าน ตนเชื่อว่า รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้ศึกษางานวิจัยดีแล้วว่าต้องปรับเปลี่ยนอย่างไร คิดว่าต้องทำให้เสร็จในรัฐบาลนี้ เพราะเชื่อว่าหากผ่านไปถึงรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง คงไม่มีทางทำได้สำเร็จแน่นอน เพราะฝ่ายการเมืองและตำรวจต่างก็ใช้ประโยชน์ซึ่งกันและกัน

ที่สำนักงานตำรวจฯ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ผบ.ตร. กล่าวถึงแนวความคิดการปรับปรุงโครงสร้างสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า เราต้องรับฟัง ไม่ว่าผู้ใดแสดงความคิดเห็น วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของตำรวจ หรือโครงสร้างต่างๆ เพราะตำรวจกินเงินเดือนจากภาษีของประชาชน เมื่อรัฐบาลหรือบ้านเมืองมีการเปลี่ยนแปลงก็ต้องรับฟัง แต่อยากให้รับฟังเหตุผลของตำรวจด้วย ทุกอย่างพูดด้วยเหตุและผล พูดด้วยผลประโยชน์ของส่วนรวม ไม่มีปัญหาอะไร เปรียบเสมือนผู้หญิงแต่งตัว อย่างในตอนเช้าสวย ตอนบ่ายไม่สวย อาจจะต้องเสริมแต่งบ้าง ทุกคนอยากให้ตำรวจของประชาชน รูปร่างหน้าตาต้องการเป็นอย่างไร ขณะนี้ยังไม่ได้พูดคุยกัน ปัญหาของเรา เราคิดของเราเองได้ เหมือนกับหน่วยงานอื่น ผู้สื่อข่าวถามว่าได้พูดคุยเรื่องนี้กับ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีหรือยัง ผบ.ตร.ตอบว่า สัปดาห์หน้า นายกรัฐมนตรีอาจจะมาเยี่ยมสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คิดว่าคงจะได้พูดคุยกับตำรวจด้วย

ทางด้าน พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวว่า การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงข้าราชการตำรวจต้องสอบถามตำรวจด้วยว่า ต้องการอะไร มีข้อบกพร่อง มีปัญหาตรงไหน ไม่ใช่มีอำนาจมากำหนดกรอบให้เอง ไม่รับฟังข้อมูลจากหน่วยงานที่ต้องการเปลี่ยนแปลง ถ้าผิดพลาดบกพร่องใครรับผิดชอบ การปรับโครงสร้างหน่วยงานต้องคิดอย่างรอบคอบ ถ้าเป็นความเห็นร่วมกันของตำรวจและประชาชนต้องการเปลี่ยนแปลง ตำรวจเองพร้อมปรับเปลี่ยน ซึ่งจะได้ทำอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชน เพราะคน นอกบ้านนั้นไม่มีทางรู้ดีกว่าคนในบ้าน ในรั้วมหาวิทยาลัย ตนเป็นอาจารย์สอนนักศึกษามหาวิทยาลัย แต่ไม่มีทางรู้ตื้นลึกหนาบางชีวิตในมหาวิทยาลัยเท่าทันอ.สังศิต แบบเดียวกันในกองทัพ พล.อ.ปานเทพ ที่จบที่ 1 โรงเรียนเสนาธิการทหารบก ต้องเข้าใจกองทัพมากกว่าคนนอก เช่นเดียวกับตนที่เป็นลูกตำรวจ ชีวิตคลุกคลีกับตำรวจมาตั้งแต่เกิด ได้มีโอกาสเรียนระบบตำรวจต่างประเทศ เกือบทุกแห่งในโลกย่อมรู้เรื่องตำรวจดีกว่าคนอื่น

โฆษก ตร.กล่าวต่อว่า ตนไม่ก้าวล่วงทหาร และอาจารย์มหาวิทยาลัย แต่ทั้งสองท่านปรามาสตำรวจ โดยไม่รู้ว่าแก่นแท้ตำรวจจริงๆ เป็นอย่างไร ในฐานะที่เป็นตำรวจ เป็นกระบอกเสียงของตำรวจต้องออกมาพูด ที่สำคัญคือ ตนเคยอยู่ในระบบตำรวจในระดับปฏิบัติการทุกตำแหน่ง โดยเฉพาะระดับจังหวัด และระดับภาค สอนวิชาการบริหารงานตำรวจทั่วไปที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ สถาบันพัฒนาข้าราชการตำรวจ และมหาวิทยาลัยมานาน 30 ปี มีความสนในการศึกษาวิจัยงานตำรวจ รู้ว่าปัญหาตำรวจอยู่ตรงไหน ควรแก้ไขอย่างไร ระบบตำรวจแยกเป็น 2 ส่วนคือ ตำรวจแห่งชาติ และตำรวจท้องถิ่น ประการหลังตำรวจท้องถิ่นต้องมีตำรวจส่วนกลางเข้าไปดูแล คอยช่วยเหลือ เมื่อเกินขีดความสามารถของท้องถิ่น จำเป็นต้องใช้ตำรวจที่มีขีดความสามารถเข้าไป ขณะเดียวกัน ระบบตำรวจไทยหรือตำรวจประเทศในเอเชีย เกือบจะทั้งหมดเป็นตำรวจแห่งชาติ ที่ต้องคำนึงถึงสภาพแวดล้อม วัฒนธรรม สังคม เศรษฐกิจ ขนบธรรมเนียมประเพณี และการศึกษา ทั้งหมดเชื่อมโยงกัน ที่จะเป็นตัวกำหนดว่าการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนควรจะต้องจัดวางระบบอย่างไร เพื่อให้สอดคล้องวิถีชีวิตชุมชน   

ปัญหาที่สำคัญที่สุดของตำรวจ คือปัญหาการ บริหารจัดการบนพื้นฐานของความขาดแคลนงบประมาณ ด้วยเหตุผลดังกล่าวตำรวจจึงไปพึ่งพิงงบประมาณนอกระบบมากว่างบประมาณในระบบราชการ เพราะงบประมาณนอกระบบเป็นปัญหาสำคัญ ตำรวจถูกตำหนิติเตียน เป็นภาพลักษณ์ที่ต้องแก้ไข ที่ผ่านมามีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอด ซึ่งจากการปรับหน่วยทำให้การประเมินผลงานตำรวจของ ก.พ.ร.ทุกด้าน สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีผลงานที่ดีขึ้นตั้งแต่ปี 2547 ที่ผ่านมา ไม่ได้ติดอันดับหน่วยงานฉ้อราษฎร์และบังหลวงที่ต้องเฝ้าระวัง เป็นความร่วมแรงร่วมใจของข้าราชการตำรวจทุกคน ตำรวจเองพยายามที่สุดในการปรับตัวเองให้เป็นที่ยอมรับศรัทธาของสังคม
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
therd
jaidee4
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 373


Re: โรงเรียนลูกผู้ชาย : Academy of true Gentleman (เชิงวิพากษ์ โดย นรต.49)
« ตอบ #172 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2006, 12:12:53 »

วันที่ : 17 พฤศจิกายน 2549
เวลา : 18:03
     
จำนวนผู้โหวต 5 คน ผู้อ่าน 390 คน
     
 


  ส่งให้เพื่อน  พิมพ์
เน้นข้อความก่อนพิมพ์  แสดงความเห็น


ให้คะแนนข่าวนี้  ต่ำสุด      สูงสุด
 





“ นายกฯ ” ชี้ “ สตช. ” ต้องปรับปรุงพร้อมรับความคิดเห็นจากทุกฝ่าย








เมื่อเวลา 10.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีข้อเสนอในการปรับโครงสร้างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  (สตช.) ที่หลายฝ่ายเห็นไม่ตรงกันว่าการวิพากษ์วิจารณ์ในขณะนี้ถือเป็นเรื่องดี ข้อคิดเห็นต่าง ๆ สามารถแลกเปลี่ยนกันได้ ตราบใดที่เรายังสามารถพูดคุยกันได้ถือเป็นสิ่งที่ดีเพราะทุกอย่างไม่มีอะไรที่จะไม่เปลี่ยนแปลง ทุกอย่างต้องมีการเปลี่ยนแปลงเสมอ ส่วนในสัปดาห์หน้าที่ตนจะเดินทางไปที่สตช.นั้นเนื่องจากได้นัดหมายเพื่อจะประชุมกับคณะกรรมการข้าราชการตำรวจอยู่แล้วในฐานะประธาน ก.ตร. ซึ่งตนเป็นคนกำหนดวันประชุมเองเพราะจะต้องมีการพิจารณาเรื่องการโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ถือเป็นหน้าที่ของตน


นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ส่วน สตช. จะไปสังกัดหน่วยงานไหนนั้นก็เป็นเรื่องที่จะต้องมีการหารือกันในวงกว้าง ทางตำรวจก็มีข้อคิดเห็นของตัวเองส่วนทางสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก็มีข้อคิดเห็นของตัวเอง ขณะที่กระทรวงยุติธรรมเองก็มีข้อคิดเห็นเช่นกันดังนั้นตนคิดว่าต้องถึงเวลาที่ต้องเปิดข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้เพื่อให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นเข้ามาด้วย น่าจะเป็นประโยชน์เพราะผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคือประชาชนเมื่อถามว่าแต่ดูเหมือนทางตำรวจจะไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงถึงขนาดที่บางคนออกมาบอกว่าแผ่นดินอาจจะลุกเป็นไฟได้ พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่าเป็นเรื่องที่สามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ ตนคิดว่าเป็นเรื่องของเหตุผลมากกว่าว่าปรับปรุงแล้วจะมีอะไรที่เป็นประโยชน์เพราะสิ่งที่เราพูดกันทุกวันนี้เราพูดถึงประชาชน ซึ่งประชาชนจะต้องเป็นส่วนที่ได้รับผลมากที่สุด ถ้าประชาชนได้รับผลในทางที่ดีขึ้นตนก็คิดว่าเป็นประโยชน์ที่สำคัญ


  เมื่อถามว่าทำอย่างไรถึงจะปรับให้องค์กรของตำรวจลงมารับใช้ประชาชนได้อย่างแท้จริง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องช่วยกันคิดในเรื่องขององค์กรก็เป็นเรื่องหนึ่ง เรื่องวัฒนธรรมองค์กรก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งต้องช่วยกัน และเรื่องนี้ต้องค่อย ๆ ทำการจะทำอะไรที่เป็นการแก้ปัญหาให้ดีขึ้น และเกิดผลในระยะยาวทุกฝ่ายต้องช่วยกันคิดและพิจารณาโดยอาจใช้วิธีตามที่ตนเสนอคือทำจากสิ่งที่ง่ายไปถึงสิ่งที่ยาก จากสิ่งที่เล็กไปหาสิ่งที่ใหญ่ ถือเป็นการง่าย ๆเพียงแต่ว่าวันนี้เราจะเริ่มต้นกันอย่างไร กรอบควรเป็นอย่างไรเท่านั้น แต่เป้าหมายสุดท้ายคือประชาชนพอใจ ได้รับผลตอบแทนที่เป็นประโยชน์


   “  รัฐบาลมองเรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน  อย่างที่ผมได้แถลงต่อสภาฯ ไปแล้วว่าเราจำเป็นต้องดำเนินการและเห็นด้วยกับทางกระทรวงยุติธรรม แต่ก็อยากจะเปิดห้วงเวลาให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น  ”  นายกรัฐมนตรี กล่าวเมื่อถามว่าการปรับโครงสร้างดังกล่าวเกรงจะเกิดความขัดแย้งระหว่างตำรวจกับทหารหรือไม่ เพราะพอใครขึ้นมาบริหารก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลง พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวว่าตนเชื่อว่าประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจ ประชาชนจะพอใจในสิ่งที่รัฐบาลจะทำหรือปรับปรุงก็อยู่ที่ประชาชนพิจารณาเอง



แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
therd
jaidee4
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 373


Re: โรงเรียนลูกผู้ชาย : Academy of true Gentleman (เชิงวิพากษ์ โดย นรต.49)
« ตอบ #173 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2006, 12:16:21 »

 
Smiley Smiley Smiley  มีกระทู้ใหม่แล้วนะครับ อ่านกระทู้ใหม่ดีกว่านะครับ  ผมเพิ่งเห็นนะโพสไปเยอะแล้ว  ขี้เกียจลบ 
           ในกระทู้นี้อ่านหนังสือ  "อี้จิง" ต่อดีกว่านะครับ
 Afro
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
v Cop
jaidee5
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4709


www.policecadet49.com


เว็บไซต์
Re: โรงเรียนลูกผู้ชาย : Academy of true Gentleman (เชิงวิพากษ์ โดย นรต.49)
« ตอบ #174 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2006, 01:38:15 »

 Smiley
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

therd
jaidee4
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 373


Re: โรงเรียนลูกผู้ชาย : Academy of true Gentleman (เชิงวิพากษ์ โดย นรต.49)
« ตอบ #175 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2006, 22:26:09 »

นศ. ในซีแอตเติ้ลเจาะยางเวทีปราศรัยสนธิ ลิ้มฯ เรียกร้องหยุดสร้างความชอบธรรมแก่รัฐประหาร   
 


รายงานโดย ชลิตา บัณฑุวงศ์

 

 

นักศึกษาไทยในเมืองซีแอตเติ้ล รัฐวอชิงตัน ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองคัดค้านรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ในบริเวณงานปราศรัยของสนธิ ลิ้มทองกุล และคณะ ท่ามกลางการขัดขวางและความไม่พอใจของคณะผู้จัดงาน ด้านสนธิ ลิ้มทองกุล ยืนยันจะเข้าใจรัฐประหารต้องเข้าใจประวัติศาสตร์ด้วย

 

ซีแอตเติ้ล วอชิงตัน : เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2549 นายสนธิ ลิ้มทองกุล และคณะ ได้เดินทางมายังมหาวิทยาลัยวอชิงตัน เมืองซีแอตเติ้ล มลรัฐวอชิงตัน เพื่อปราศรัยในหัวข้อ “เหตุการณ์ก่อนและหลังปฏิรูป การคอรัปชั่น และประชาธิปไตยในเมืองไทย” โดยมีชาวไทยในเมืองซีแอตเติ้ลเข้าร่วมราว 200 คน และมีชาวอเมริกันเข้าร่วมประปราย

 

นายสนธิ ลิ้มทองกุล ได้กล่าวว่าตนยืนหยัดอยู่บนหลักการของธรรมมะและการไม่ยึดติดในลาภยศและทรัพย์สมบัติในการต่อสู้กับรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร นายสนธิได้กล่าวถึงเหตุผลที่ตนสนับสนุนและปกป้องรัฐบาลทักษิณในช่วงแรกว่า ตอนนั้นตนสิ้นหวังกับรัฐบาลชวน หลีกภัย ที่ดำเนินการต่างๆ เชื่องช้า ประกอบกับพรรคไทยรักไทยมีนโยบายที่ดีและมีคนดีๆ เข้ามาร่วมรัฐบาลมาก

 

อย่างไรก็ตาม ต่อมาตนสำนึกได้ว่า รัฐบาลทักษิณได้กระทำผิดอย่างมากมาย และรู้สึกละอายแก่ใจตนเองที่คอยปกป้องคนชั่ว ดังนั้นตนจึงเริ่มนำข้อมูลการกระทำผิดของรัฐบาลทักษิณมาเปิดเผยต่อประชาชนผ่านรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ จนกระทั่งรายการถูกปลดออกจากผังรายการของช่อง 9 ในทีสุด

 

นายสนธิกล่าวว่ารัฐบาลทักษิณได้ฉีกรัฐธรรมนูญหรือยึดอำนาจอย่างเงียบๆ ไปแล้วก่อนการรัฐประหารด้วยการเข้าควบคุมองค์กรอิสระอย่าง ปปช. ศาลรัฐธรรมนูญ และ กกต. รวมถึงการดำเนินธุรกิจที่ผูกขาด และควบคุมครอบงำข้อมูลข่าวสารต่างๆ ต่อประชาชน ดังนั้น การจะเข้าใจรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 จึงต้องเข้าใจถึงประวัติศาสตร์หรือความเป็นมาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงรัฐบาลทักษิณด้วย

 

นายสนธิยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของสื่อมวลชนที่เป็นอิสระในการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน พร้อมทั้งกล่าวว่า การกาบัตรเลือกตั้งในช่องไม่เลือกใคร (NO VOTE) ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมามีจำนวนมากถึง 10 กว่าล้านเสียงได้ก็เพราะการทำงานของ ASTV พร้อมกันนี้ นายสนธิและคณะยังได้นำหุ้น ASTV และหนังสือ “ปรากฎการณ์สนธิฯ” มาจำหน่ายแก่ผู้เข้าร่วมงานด้วย

 

อนึ่ง ในงานครั้งนี้ได้มีนักศึกษาไทยในเมืองซีแอตเติ้ลใช้ชื่อว่า “All the People’s Man Group” มาตั้งโต๊ะคัดค้านการรัฐประหาร โดยได้ปิดโปสเตอร์บริเวณโดยรอบงานมีข้อความว่า “หยุดให้ความชอบธรรมแก่รัฐประหาร” “ไม่มีข้อแก้ตัวแก่การทำรัฐประหาร” และ “’รัฐประหาร’ ไม่ใช่ ‘การปฏิรูป’” พร้อมกับได้แจกจ่ายเอกสารชื่อ มายาคติ 9 ประการเกี่ยวกับรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน

 

เอกสารดังกล่าวมีเนื้อหาโดยรวมว่ารัฐประหารได้ขัดขวางและทำลายกระบวนการพัฒนาประชาธิปไตยในสังคมไทย รวมทั้งไม่ได้ช่วยคลี่คลายความขัดแย้ง และปัญหาที่ก่อขึ้นโดยรัฐบาลทักษิณ อันได้แก่ การทุจริตคอรัปชั่น ปัญหาชายแดนภาคใต้ การละเมิดสิทธิมนุษยชน และการเปิดเสรีการค้า อีกทั้งการรัฐประหารก็ไม่ใช่หนทางที่นำไปสู่การปฏิรูปการเมือง (ดูรายละเอียดในล้อมกรอบ/เอกสารแนบ)

 

เป็นที่น่าสังเกตว่า แม้นายสนธิ ลิ้มทองกุล และนายการุณ ใสงาม ผู้ปราศรัยอีกท่านหนึ่ง จะกล่าวต่อผู้ฟังว่า พวกตนไม่ได้สนับสนุนและไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร แต่คณะผู้จัดงานกลับขับไล่และขัดขวาง “All the People’s Man Group” ไม่ให้แจกเอกสารแก่ผู้เข้าร่วมงานโดยสะดวก และต้องย้ายโต๊ะคัดค้านออกจากบริเวณล็อบบี้หน้าห้องประชุมมายังด้านนอกประตูทางเข้าอาคารที่มืดและมีอากาศหนาวเหน็บยิ่ง

 

ในขณะที่นักศึกษาหญิงไทยคนหนึ่งกำลังแจกเอกสารในบริเวณล็อบบี้ให้แก่ผู้เข้าร่วมนั้น คณะผู้จัดงานบางคนได้เดินตามเข้ามาต่อว่านักศึกษาคนดังกล่าวว่า ไม่รักชาติ และเสียแรงที่เป็นคนไทย พร้อมทั้งประกาศให้ผู้เข้าร่วมนำเอกสารได้รับไปทิ้งถังขยะ นอกจากนั้น คณะผู้จัดงานยังได้ส่งคนไทยคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้กว้างขวางแห่งเมืองซีแอตเติ้ลมาเจรจากับกลุ่ม รวมทั้งได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ (UWPD) ว่ามีผู้มาก่อกวนการจัดงาน

 

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ผู้กว้างขวางคนดังกล่าวและเจ้าหน้าตำรวจได้พูดคุยกับกลุ่มก็เกิดความเข้าใจและเห็นว่าการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองเป็นเรื่องปกติของสังคมประชาธิบไตย  “All the People’s Man Group” จึงดำเนินกิจกรรมต่างๆ ต่อจนกระทั่งจบรายการท่ามกลางความไม่พอใจของคณะผู้จัดงาน

 

 

 0 0 0

 

มายาคติ 9 ประการเกี่ยวกับรัฐประหาร 19 กันยายน 2549




มายาคติ 1 : รัฐประหารเป็นสิ่งจำเป็น เพราะสามารถคลี่คลายความขัดแย้งทางการเมือง
ที่อาจนำไปสู่การนองเลือด
ข้อโต้แย้ง: ความขัดแย้งทางการเมืองเป็นสิ่งธรรมดาในทุกสังคม และความขัดแย้งที่เกิดขึ้นยังอยู่ในวิสัยที่สามารถคลี่คลายได้ด้วยกระบวนการประชาธิปไตย การที่รัฐประหารเกิดขึ้นโดยปราศจากการปะทะและนองเลือดเป็นตัวชี้วัดภาวะความขัดแย้งทางการเมืองในขณะนั้น ฉะนั้น การทำรัฐประหารไม่เพียงแต่ไม่จำเป็น แต่จะยิ่งทำให้ความขัดแย้งทวีความเข้มข้นและซับซ้อนมากขึ้น เพราะไม่เปิดโอกาสให้ผู้มีความคิดต่างสามารถแลกเปลี่ยนแสดงความเห็นได้อย่างเสรี ประวัติศาสตร์และเหตุการณ์ร่วมสมัยต่างชี้ว่าเหตุการณ์นองเลือดมักเกิดขึ้นในสังคมเผด็จการมากกว่าในสังคมประชาธิปไตย 

มายาคติ 2 :  รัฐประหารไม่ได้ทำลายประชาธิปไตย เพราะประชาธิปไตยถูกทำลายไปแล้วโดย “ระบอบทักษิณ”
ข้อโต้แย้ง: ถึงแม้เงื่อนไขทางการเมืองและสังคมที่ผ่านมาเปิดโอกาสให้รัฐบาลชุดต่างๆ รวมทั้งรัฐบาลทักษิณ สร้างความเสียหายให้กับระบอบประชาธิปไตย แต่เงื่อนไขดังกล่าวก็เปิดโอกาสให้การเมืองภาคประชาชนเติบโต สามารถมีส่วนร่วมทางการเมืองในหลายระดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือสามารถตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลได้ นับเป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการไปสู่สังคมประชาธิปไตย แต่รัฐประหารได้ขัดขวางขั้นตอนดังกล่าว เพราะได้ปิดโอกาสทางการเมืองที่ก่อตัวขึ้นในช่วง 15 ปีที่ผ่านมาลงอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นในเชิงสถาบันหรือทางสังคม จึงเป็นผู้ทำลายประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

มายาคติ 3 : รัฐประหารเพียงหยุดประชาธิปไตยลงชั่วคราว เพื่อปรับปรุงแก้ไขวิกฤติต่างๆ แล้วค่อยเริ่มต้นใหม่
ข้อโต้แย้ง: ประชาธิปไตยไม่ใช่ซีดีหรือดีวีดีที่สามารถแช่ภาพและเสียงไว้แล้วสามารถเล่นใหม่ต่อเนื่องไปได้ทุกครั้งที่ต้องการ หากแต่เป็นกระบวนการที่ต่อเนื่อง การหยุดชะงักไม่ว่าด้วยวิธีการใดๆ จะส่งผลกระทบต่อกระบวนการที่สั่งสมมาทั้งหมด ไม่สามารถเริ่มต้นจากจุดนั้นๆ ได้ รัฐประหารจึงไม่ได้หยุดประชาธิปไตยลงชั่วคราว หากแต่ทำลายรากฐานประชาธิปไตยที่สังคมไทยร่วมกันสั่งสมมา ไม่ว่าจะเป็นสิทธิในการมีส่วนร่วมทางการเมืองเชิงสถาบัน สิทธิในการชุมนุม สิทธิในการตรวจสอบรัฐบาลและหน่วยงานรัฐ สิทธิในการจัดการทรัพยากร ฯลฯ   

มายาคติ 4 : สังคมไทยมีลักษณะเฉพาะตัว รัฐประหารจึงสามารถนับเป็นส่วนหนึ่งของประชาธิปไตยแบบไทย
ข้อโต้แย้ง: ทุกสังคมมีลักษณะจำเพาะ ไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้ แต่ไม่ว่าจะมีลักษณะเฉพาะอย่างไร ทุกสังคมประชาธิปไตยต่างไม่ยอมรับว่ารัฐประหารเป็นส่วนหนึ่งของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และแม้อาจเถียงได้ว่ารัฐประหารเป็นองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้ของระบอบการปกครองในสังคมไทย ก็ยังจำเป็นต้องอธิบายให้ได้ว่าสังคมไทยมีลักษณะจำเพาะอย่างไรจึงจำเป็นต้องมีรัฐประหาร ไม่ใช่ด้วยการยกเมฆเพียงเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับรัฐประหาร

มายาคติ 5 : รัฐประหารเกิดขึ้นเสร็จสิ้นไปแล้ว เราจึงไม่สามารถทำอะไรกับมันได้
ข้อโต้แย้ง: รัฐประหารยังไม่เสร็จสิ้น การโค่นล้มรัฐบาลเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของรัฐประหารซึ่งต้องการสถาปนาระบอบอำนาจใหม่ ฉะนั้น เราจึงสามารถมีส่วนในการยับยั้งมันได้ ทั้งด้วยการแสดงความไม่เห็นด้วยอย่างเปิดเผย และด้วยการหยุดสร้างความชอบธรรมให้กับมันทั้งโดยเจตนาและอย่างรู้ไม่เท่าทัน นอกจากนี้ แม้อาจเถียงได้ว่ารัฐประหารเกิดขึ้นเสร็จสิ้นไปแล้ว ก็ยังจำเป็นต้องจำแนกถูกผิดให้ได้อยู่ดี เพราะการไม่สามารถนำฆาตกรฆ่าข่มขืนมาลงโทษได้ไม่ได้หมายความว่าฆาตกรนั้นไม่ผิด

มายาคติ 6 : รัฐประหารสามารถแก้ปัญหาทุจริตคอรัปชั่นของรัฐบาลทักษิณได้
ข้อโต้แย้ง: รัฐบาลทักษิณอาจมีปัญหาด้านการทุจริตคอรัปชั่น แต่ต้องแก้ด้วยวิธีการที่โปร่งใส เปิดโอกาสให้ฝ่ายต่างๆ ร่วมตรวจสอบได้ ไม่ใช่ด้วยวิธีการรวบอำนาจแบบเบ็ดเสร็จ ซึ่งเป็น
เงื่อนไขหนึ่งที่เอื้อให้รัฐบาลทักษิณกระทำการทุจริต รัฐประหารจึงไม่เพียงแต่ไม่สามารถแก้ปัญหาทุจริตที่สั่งสมมา หากแต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้มีอำนาจเบ็ดเสร็จกระทำทุจริตเพิ่มขึ้นโดยไม่สามารถตรวจสอบได้ นอกจากรัฐบาลไม่มีมาตรการที่ชัดเจนสำหรับการจัดการปัญหาทุจริต การที่บรรดานายทหารเข้าดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจต่างๆ นับเป็นสัญญาณอันตรายที่สังคมไทยพึงระมัดระวัง

มายาคติ 7 : รัฐประหารสามารถคลี่คลายปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงรัฐบาลทักษิณได้
ข้อโต้แย้ง: ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงรัฐบาลทักษิณจริง และก็อาจจะจริงที่นโยบายของรัฐบาลทักษิณมีส่วนทำให้ปัญหาบานปลายมากขึ้น แต่รัฐประหารก็ไม่ได้ช่วยคลี่คลายปัญหาแต่อย่างใด ท่าทีและนโยบายเชิงสร้างสรรค์ของรัฐบาลรักษาการณ์ไม่ช่วยให้ปัญหาความรุนแรงลดลง เพราะเป็นไปได้ที่ผู้ก่อความรุนแรงจะประเมินว่ารัฐบาลรักษาการณ์ที่แต่งตั้งโดยคณะรัฐประหารอ่อนแอ เพราะขาดฐานสังคมที่เข้มแข็ง ประวัติศาสตร์ชี้ให้เห็นว่าบรรดา “เมืองขึ้น” มักแข็งเมืองและแยกตัวเป็นอิสระเมื่อยามที่ศูนย์กลางอำนาจอ่อนแอ

มายาคติ 8 : รัฐประหารสามารถแก้ปัญหาต่างๆ ที่ก่อขึ้นโดยรัฐบาลทักษิณได้
ข้อโต้แย้ง: รัฐบาลทักษิณก่อปัญหาไว้ค่อนข้างมาก อาทิ การรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดส่งผลให้มี ผู้เสียชีวิตกว่า 2,500 คน ทว่าคณะรัฐประหารไม่เคยกล่าวถึงประเด็นนี้แต่อย่างใด ขณะที่นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลทักษิณที่มีแนวโน้มว่าจะส่งผลกระทบด้านลบต่อประเทศในระยะยาว อาทิ การเปิดเสรีการค้า นโยบายเศรษฐกิจเสรีนิยมสุดโต่ง ฯลฯ กลับได้รับการสานต่อจากรัฐบาลรักษาการณ์อย่างครบถ้วน ฉะนั้น คณะรัฐประหารจึงไม่สามารถอาศัยการอาสาเข้ามาแก้ปัญหาประเทศเป็นข้ออ้างได้ และสังคมไทยก็ไม่สามารถคาดหวังอะไรจากรัฐประหารและรัฐบาลรักษาการณ์ได้เช่นกัน

มายาคติ 9 : รัฐประหารสามารถนำไปสู่การปฏิรูปการเมือง
ข้อโต้แย้ง: รัฐประหารปิดประตูที่นำไปสู่การปฏิรูปการเมือง เพราะการปฏิรูปการเมืองต้องมาจากฐานสังคมในวงกว้างและการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย แต่รัฐประหารจำกัดการมีส่วนร่วมทางการเมืองไว้เฉพาะในกลุ่มบุคคลเพียงไม่กี่กลุ่ม และบุคคลเหล่านี้ต่างก็เป็นร่างทรงของคณะรัฐประหารเสียเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้ การเสนอแนวคิดให้มีองค์กรต่างๆ เพิ่มขึ้นเพื่อทำงานเคียงคู่กับองค์กรภายใต้กำกับของคณะรัฐประหารก็เป็นเพียงโฆษณาชวนเชื่อมากกว่าจะส่งผลจริงในทางปฏิบัติ เพราะการเริ่มต้นด้วยความคิดที่ผิดและดำเนินการด้วยวิธีการที่ผิด จะนำไปสู่สิ่งที่ถูกต้องในบั้นปลายได้อย่างไร 


คำถามชวนคิด : ในเมื่อรัฐประหารไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อคลี่คลายความขัดแย้งความคิดทางการเมือง (ซึ่งเป็นสิ่งปกติธรรมดาและรัฐประหารก็ไม่ใช่ทางแก้) ไม่ได้ต้องการแก้ไขปัญหาทุจริตคอรัปชัน (ซึ่งเกิดขึ้นในทุกรัฐบาลและรัฐประหารก็อาจร่วมสังฆกรรมด้วยในไม่ช้า) ไม่เอื้อต่อการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้(ซึ่งต้องการรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ ไม่ใช่รัฐบาลรักษาการณ์ที่แต่งตั้งโดยคณะรัฐประหาร) ไม่สนใจต่อปัญหาต่างๆ ที่รัฐบาลทักษิณก่อขึ้น (ซึ่งต้องการวิธีคิดที่แตกต่าง ซึ่งไม่สามารถแสวงหาได้จากคณะรัฐประหารและรัฐบาลรักษาการณ์) ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับประชาธิปไตยแบบไทยๆ (ซึ่งหมายถึงอะไรก็ไม่รู้ แต่ก็มักถูกใช้เป็นข้ออ้างในการทำผิดอยู่ร่ำไป) และไม่ได้ต้องการปฏิรูปการเมืองอย่างกล่าวอ้าง (ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งยวดหลังรัฐบาลทักษิณเรืองอำนาจ แต่รัฐประหารกลับเป็นตัวทำลายโอกาสนั้นลง) ถ้าอย่างนั้นรัฐประหารเกิดขึ้นทำไม? เพื่ออะไร? ใครได้ประโยชน์จากการทำรัฐประหารครั้งนี้?

 

 

...........................................................

 

ที่มา : มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน http://tinyurl.com/y5cvqt


 ข่าว/บทความที่เกี่ยวข้อง
 มายาคติ 9 ประการเกี่ยวกับรัฐประหาร 19 กันยายน 2549

 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
therd
jaidee4
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 373


Re: โรงเรียนลูกผู้ชาย : Academy of true Gentleman (เชิงวิพากษ์ โดย นรต.49)
« ตอบ #176 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2006, 22:34:34 »

กลุ่ม ‘ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย’ พบสนธิ เสนอนำ รธน. 40 กลับมาใช้   
 


17 พ.ย. กลุ่มประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นำโดย นายชนาพัทธ์ ณ นคร เดินทางเข้าพบ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ที่บ้านพักเกษะโกมล ยื่นข้อเรียกร้อง 4 ข้อ คือ 1.ให้นำรัฐธรรมนูญปี 2540 กลับมาใช้ภายใน 30 วัน 2.ให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานรัฐบาลสมานฉันท์แห่งชาติ 3.ให้คมช. รัฐมนตรี และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติพ้นสภาพ และ 4.ให้เลือกตั้งตามกฎหมายรัฐธรรมนูญปี 2540

 

จากนั้น นายชนาพัทธ์ เปิดเผยว่า การเข้าพบในครั้งนี้ พล.อ.สนธิ เป็นผู้เชิญตนเข้าพบ และได้เดินทางกลับโดยออกมาทางประตูหลัง ทำให้คลาดกับสื่อมวลชนจำนวนมากที่มาเฝ้ารอทำข่าวอยู่หน้าบ้านพัก อย่างไรก็ตาม รายละเอียดของการเข้าพบในครั้งนี้ กลุ่มประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะแถลงข่าวอีกครั้ง



 

 
 

--------------------------------------------------------------------------------
 โดย : ประชาไท
 วันที่ : 17/11/2549   
 แสดงความคิดเห็น : 9
 
 
 
 

 
ความคิดเห็นที่ 1   
   
   
เห้นด้วย     
   
124.120.151.xxx
 เห็นด้วย
 
 
  วันที่   17/11/2549 21:7 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 2   
   
   
ของแท้     
   
124.120.41.xxx
 ขอสนับสนุนการกระทำของกลุ่มคุณชนาพัทธ์

ขอบคุณที่เป็นตัวแทนคนไทยทั้งประเทศเรียกร้องเอาของเถื่อนออกไปจากสังคมไทย เหมือนเทปผีซีดีเถื่อนที่วางขายพร้อมของลิขสิทธิ์ ของเถื่อนเหมาะจะเอาไปแปะไว้หลังรถซาเล้งหรือหางช้างมากกว่าจะวางบนหิ้ง เพราะคุณภาพมันทำได้แค่นี้จริงๆ


 
 
  วันที่   17/11/2549 23:43 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 3   
   
   
......     
   
67.174.181.xxx
 Chanapun he is the one who did the right thing for Thailand and thais people at this time. keep doing to get back our democracy.
 
 
  วันที่   18/11/2549 1:52 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 4   
   
   
rr     
   
202.139.223.xxx
 เป็นแนวทางที่ดี แต่ควรเสมอภาค และให้ประชาชนตัดสินใจ ผลออกมาอย่างไรประชาชนทุกฝ่ายต้องยอมรับ ไม่ใช่ต้องเป็นคนที่ตูต้องการ
 
 
  วันที่   18/11/2549 9:15 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 5   
   
   
Homo erectus     
   
203.158.118.xxx
 ยังไม่เลิกขอ "นายกพระราชทาน" อีกหรือ?

"ให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานรัฐบาลสมานฉันท์แห่งชาติ"
 
 
  วันที่   18/11/2549 10:11 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 6   
   
   
T     
   
58.8.125.xxx
 ควรเพิ่มอีกสี่ข้อ
5. คณะ คมช กับคุณโม่งตัวใหญ่ รวมถึงคุณโม่งตัวใหญ่สุด ต้องจับไปดำเนินคดีฐานละเมิด รธน 2540 ตามที่กำหนดไว้
6. การเคลื่อนกำลังพล ใดๆเข้าเขตชุมชนต้องผ่านความเห็นชอบจาก วุฒิสภา ในทุกกรณี ฝ่าฝืนให้ประหารชีวิต ทันทีโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการศาล
7. ให้ทหารทุกคน ก่อนขึ้นระดับพลตรี ต้องไปเรียนรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยอื่นๆที่ไม่เกี่ยวกับกองทัพก่อน
8. อนุญาติให้ผู้นำชุมชนและคณาจารย์ที่มีประวัติดีไม่มีคดีติดตัวสามารถมีอาวุธทำลายรถถังได้ โดยกองทัพต้องเป็นผู้จัดหามาให้ฟรีๆ เพื่อเป็นการคานอำนาจซึ่งกันและกัน
 
 
  วันที่   18/11/2549 12:25 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 7   
   
   
ทำไม     
   
203.113.37.xxx
 ทำไม.คุณชนาพัทธ์ ณ นคร .. ถึงไม่ร่วมมือกับกลุ่ม 19กันยาฯ แต่ทำไมถึงให้สัมภาษณ์..ในลักษณะนี้

**ตามที่นายชนาพัทธ์ ณ นคร หรือ เตมูจิน แกนนำกลุ่มเครือข่ายประชาชนผู้รักประชาธิปไตย ได้ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ข่าวสดเมื่อ 15 พฤศจิกายน 2549 โดยได้กล่าวหา “เครือข่าย 19 กันยา ต้านรัฐประหาร” ดังนี้

- “เครือข่าย 19 กันยาฯ” อยู่เบื้องหลังการแจกใบปลิวในภาคเหนือและอีสานนัดชุมนุมเคลื่อนขบวนไปยังหน้ากองทัพบกโดยแอบอ้างชื่อกลุ่มเครือข่ายประชาชนผู้รักประชาธิปไตยว่าเป็นผู้จัดชุมนุมและเคลื่อนขบวนดังกล่าว

- การเคลื่อนไหวของ “เครือข่าย 19 กันยาฯ” ในวันที่ 18 พฤศจิกายน มีเจตนาที่จะให้ทหารจับกุมตัวและขยายการเคลื่อนไหวต่อไป การที่ตน(คุณชนาพัทธ์)ต้องออกมาเปิดเผยก่อน เพราะไม่ต้องการให้ประชาชนกลายเป็นเครื่องมือของคนบางกลุ่ม(หมายถึง “เครือข่าย 19 กันยาฯ”) จึงต้องออกมายืนยันว่ากลุ่มของตนไม่เกี่ยวข้องกับ “เครือข่าย 19 กันยาฯ”

ไม่เข้าใจว่ามีเจตนาอย่างไรกันแน่


 
 
  วันที่   18/11/2549 14:7 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 8   
   
   
จ๋า     
   
58.8.92.xxx
 คำชี้แจง กรณีการให้สัมภาษณ์ของนายชนาพัทธ์ ณ นคร หรือ เตมูจิน


--------------------------------------------------------------------------------


ตามที่นายชนาพัทธ์ ณ นคร หรือ เตมูจิน แกนนำกลุ่มเครือข่ายประชาชนผู้รักประชาธิปไตย ได้ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ข่าวสดเมื่อ 15 พฤศจิกายน 2549 โดยได้กล่าวหา “เครือข่าย 19 กันยา ต้านรัฐประหาร” ดังนี้

- “เครือข่าย 19 กันยาฯ” อยู่เบื้องหลังการแจกใบปลิวในภาคเหนือและอีสานนัดชุมนุมเคลื่อนขบวนไปยังหน้ากองทัพบกโดยแอบอ้างชื่อกลุ่มเครือข่ายประชาชนผู้รักประชาธิปไตยว่าเป็นผู้จัดชุมนุมและเคลื่อนขบวนดังกล่าว

- การเคลื่อนไหวของ “เครือข่าย 19 กันยาฯ” ในวันที่ 18 พฤศจิกายน มีเจตนาที่จะให้ทหารจับกุมตัวและขยายการเคลื่อนไหวต่อไป การที่ตน(คุณชนาพัทธ์)ต้องออกมาเปิดเผยก่อน เพราะไม่ต้องการให้ประชาชนกลายเป็นเครื่องมือของคนบางกลุ่ม(หมายถึง “เครือข่าย 19 กันยาฯ”) จึงต้องออกมายืนยันว่ากลุ่มของตนไม่เกี่ยวข้องกับ “เครือข่าย 19 กันยาฯ”

“เครือข่าย 19 กันยาฯ” ขอชี้แจงต่อประชาชนผ่านสื่อมวลชนดังนี้

“เครือข่าย 19 กันยาฯ” เป็นผู้จัดให้มีการชุมนุมทางการเมืองและเคลื่อนขบวนไปหน้ากองทัพบกในวันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน ศกนี้จริง เราได้จัดทำเอกสารเผยแพร่เชิญชวนประชาชนมาร่วมชุมนุม แต่เอกสารดังกล่าวนั้นไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดพาดพิงถึงคุณชนาพัทธ์หรือกลุ่มที่จัดการชุมนุมที่สนามหลวงแม้แต่น้อย เราจึงปฏิเสธว่าเราไม่เคยมีพฤติกรรมแอบอ้างชื่อกลุ่มเครือข่ายประชาชนผู้รักประชาธิปไตยตามที่ถูกกล่าวหา ถึงแม้เราปรารถนาที่จะรณรงค์ให้มีการต่อต้านรัฐประหารอย่างกว้างขวางทั่วประเทศและทั่วโลก แต่เราก็ไม่เคยกล่าวแอบอ้างถึงผู้ใดในทางที่ไม่ถูกต้องเพราะเรามีวิธีการที่ดีกว่านั้นดังที่สื่อมวลชนได้ติดตามและนำเสนอข่าวสารของพวกเราอย่างต่อเนื่อง พวกเราตระหนักและประกาศอย่างชัดเจนอยู่บ่อยครั้งผ่านเอกสารของเครือข่าย การแถลงข่าว การให้สัมภาษณ์สื่อทั้งในและต่างประเทศ การจัดอภิปราย ฯลฯ ว่าไม่มีความชอบธรรมใด ๆ แม้แต่น้อยที่จะสามารถกล่าวอ้างว่าเป็นตัวแทนของใครได้อย่างง่ายๆ พวกเราชาว “เครือข่าย 19 กันยาฯ” จึงเป็นได้แค่ตัวแทนของตัวเราเองเท่านั้น และสิ่งนี้คือเหตุผลสำคัญประการหนึ่งที่เรานำมาใช้ต่อสู้กับเผด็จการที่ไม่อาจอ้างความเป็นตัวแทนของประชาชนได้เพราะพวกเขาไม่ผ่านเลือกตั้ง ดังนั้นการแอบอ้างชื่อคนหรือองค์กรอื่นทั้งต่อหน้าและลับหลังโดยไม่ได้รับความยินยอมจึงเป็นเรื่องที่เราไม่อาจยอมรับได้ การให้สัมภาษณ์ของคุณชนาพัทธ์ว่าเครือข่ายอยู่เบื้องหลังจึงเป็นการกล่าวเท็จ ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ทำลายความชอบธรรมทางการเมืองของพวกเรา ไม่ว่าใบปลิวดังกล่าวจะมีจริงหรือไม่ เราขอปฏิเสธว่าเราไม่เคยแอบอ้างชื่อผู้ใดหรือกลุ่มใดทั้งสิ้น

ส่วนข้อกล่าวหาที่ว่า เรามีเจตนาที่จะให้มีการจับกุมเพื่อขยายผลการเคลื่อนไหวต่อไปนั้นไม่เป็นความจริง “เครือข่าย 19 กันยาฯ” เห็นว่าการต่อสู้ครั้งนี้ไม่สามารถประสบผลสำเร็จในเวลาอันสั้นแต่ต้องอาศัยความมุมานะอดทนเพื่อชัยชนะในระยะยาว ดังนั้นการต่อสู้ของพวกเราตั้งแต่ต้นจนปัจจุบันจึงเป็นการต่อสู้อย่างสงบสันติ กระทำไปด้วยความรัดกุม มีการเตรียมการและการจัดการเป็นอย่างดี หลีกเลี่ยงการปะทะและการสูญเสียให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมภายในหรือนอกมหาวิทยาลัย ที่สำคัญกว่านั้นคือเราตระหนักดีถึงความรับผิดชอบที่มีต่อมวลชนที่ต้องไม่เอาชีวิตมวลชนเป็นเครื่องมือต่อรอง เพราะพวกเขาเป็นมนุษย์เช่นเดียวกับเรา พวกเขาเป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์และรักประชาธิปไตยไม่น้อยไปกว่าเรา เราจึงระมัดระวังมากในการดำเนินการใดๆ หรือร่วมงานกับคนหรือกลุ่มใดที่ล่อแหลมหรืออาจก่อให้เกิดความรุนแรง เช่น การใช้วาจายั่วยุ หยาบคาย การมีเจตนาที่จะปะทะอย่างรุนแรงกับเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งนำไปสู่ความสูญเสีย และในท้ายที่สุดจะกลายเป็นอุปสรรคของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในภายหน้า

รูปธรรมที่ผ่านมาที่เป็นหลักฐานชี้ว่าเรามีความพยายามในการจัดการชุมนุมและเดินขบวนโดยสันติ คือ การชุมนุมที่หน้าศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์เมื่อ 22 กันยายน 2549 การชุมนุมที่หน้ากองทัพบกเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2549 และการเคลื่อนขบวนไปอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อ 14 ตุลาคม 2549 เป็นต้น ส่วนในวันที่ 18 พฤศจิกายนนี้นั้น เราได้จัดเตรียมวิทยากรมาให้ความรู้เรื่องสันติวิธีก่อนการเคลื่อนขบวนด้วย

ส่วนคำกล่าวที่ว่าคุณชนาพัทธ์ไม่เกี่ยวข้องกับ “เครือข่าย 19 กันยา ต้านรัฐประหาร” นั้นเป็นความจริงทุกประการ ซึ่งเราได้ทำคำชี้แจงเรื่องนี้ออกไปแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2549 วันเดียวกับที่กลุ่มของคุณชนาพัทธ์และพวกจัดแถลงข่าวที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ โดยในการแถลงข่าวครั้งนั้นได้มีการกล่าวแอบอ้างว่า “เครือข่าย 19 กันยาฯ” เป็นผู้ร่วมจัดชุมนุมที่สนามหลวงในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2549

อย่างไรก็ตาม เรารู้สึกยินดีและเต็มใจอย่างยิ่งหากจะมีใครสนใจเข้าร่วมกิจกรรมกับเรา เพราะที่ผ่านมาก็มีคนจากหลากหลายกลุ่มสาขาอาชีพให้ความสนใจร่วมกิจกรรมพอสมควร ที่สำคัญคือการจัดกิจกรรมของเรามีการเปิดให้ผู้เข้าร่วมมีส่วนร่วมพอสมควรซึ่งต่างจากการชุมนุมสาธารณะทั่วไปที่เกือบทุกสิ่งทุกอย่างไปรวมศูนย์อยู่ที่ผู้จัดทั้งสิ้น

จึงเรียนชี้แจงมาเพื่อทำความเข้าใจ



เครือข่าย 19 กันยา ต้านรัฐประหาร

www.19sep.org

16 พฤศจิกายน 2549


 
 
  วันที่   18/11/2549 14:38 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 9   
   
   
เครียด     
   
203.156.67.xxx
 สำนักข่าวเนชั่น .... เนียนมาก...กรูเพิ่งรู้วันนี้เอง
สื่อไทยหลายรายโดนยึดเบ็ดเสร็จ...
 
 
  วันที่   19/11/2549 2:40 
 
 
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
therd
jaidee4
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 373


Re: โรงเรียนลูกผู้ชาย : Academy of true Gentleman (เชิงวิพากษ์ โดย นรต.49)
« ตอบ #177 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2006, 22:40:27 »

สัมภาษณ์ ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ (2): ประชาชนต้องต่อต้านรัฐประหาร ไม่ใช่ทำตัวเป็นขอทานจากระบอบเผด็จการ   
 


 



 

สัมภาษณ์โดย พิณผกา งามสม

 

บทสัมภาษณ์ตอนหนึ่งว่ากันด้วยฐานอำนาจและอุดมการณ์ทางการเมืองที่รองรับการรัฐประหารไปแล้ว คราวนี้จะว่ากันด้วยผลที่สืบเนื่องตามมา ทั้งในแง่ของนักวิชาการที่ออกมารองรับการรัฐประหาร และการเสนอตัวเข้าร่วมวงปฏิรูปการเมืองภายใต้คณะรัฐประหารครั้งนี้ และผลสืบเนื่องของการรัฐประหารจะทำให้รัฐธรรมนูญฉบับที่กำลังจะถูกร่างขึ้นมีหน้าตาเป็นอย่างไร

 

เรื่องที่เราควรจะจำไว้ให้มากๆ ก็คือ

ปัญญาชนกลุ่มที่ไหนและคนกลุ่มไหนที่สนับสนุนการรัฐประหาร

นี่จะเป็นตราบาปที่สำคัญ และจะเป็นเส้นแบ่งของคนรุ่นนี้ไปอีกนาน

 

 

“ใครๆ ก็เป็นเนติบริกรได้ ถ้าพร้อมจะเข้าไปร่างรัฐธรรมนูญทุกครั้งที่มีการรัฐประหาร หรือทุกครั้งที่ผู้มีอำนาจต้องการ”


 

ผมคิดว่าเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจก็คือการโจมตีคุณมีชัย ฤชุพันธุ์ ของนักกฎหมายมหาชน ซึ่งนักกฎหมายมหาชนกลุ่มหนึ่งพยายามให้เหตุผลว่าคุณมีชัยเป็นเนติบริการที่เลวร้าย รับใช้ระบอบทักษิณ ร่างกฎหมายให้เผด็จการทหารหลายชุด ฯลฯ จึงไม่ควรให้คนอย่างนี้มีส่วนในการร่างรัฐธรรมนูญหรือทำงานด้านกฎหมายให้คณะปฏิรูปการปกครอง

 

สำหรับนักกฎหมายเหล่านี้ ความเป็นเนติบริกรผูกพันกับใบหน้าของคุณมีชัย, คุณวิษณุ หรือคุณบวรศักดิ์

ขณะที่ผมกลับคิดว่าความเป็นเนติบริกรหมายความถึงสภาพที่นักกฎหมายมหาชนพร้อมที่จะเข้าไปร่างรัฐธรรมนูญทุกครั้งที่มีการรัฐประหาร ร่างกฎหมายได้ทุกอย่างตามแต่ผู้มีอำนาจจะต้องการ

 

เนติบริกรไม่ใช่ตัวบุคคล แต่คือสภาพทางความคิดที่สยบยอมต่อการรัฐประหาร ดิ้นรนเข้าหาผู้มีอำนาจ หรือไม่ก็วิพากษ์วิจารณ์เป็นพิธี เพื่อรักษาภาพความเป็นนักประชาธิปไตยของตัวเองเอาไว้ ทั้งที่ลึกๆ แล้วก็เชื่อว่าการเข้าไปคลุกวงในกับผู้มีอำนาจคือเป้าหมายขั้นสูงสุดของการทำหน้าที่นักกฎหมายมหาชน

 

นักกฎหมายมหาชนบางกลุ่มโจมตีเนติบริกรอาวุโสอย่างคุณมีชัย คนเหล่านี้พยายามสื่อสารไปยังคณะรัฐประหารว่าอย่าไปยุ่งกับคนเลวๆ แบบนี้ เรียกใช้คนดีๆ อย่างพวกผมดีกว่า และนี่คือการเกิดขึ้นของเนติบริกรรุ่นใหม่ซึ่งไม่ได้มีศูนย์กลางอยู่ที่คุณมีชัย และคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอีกต่อไป

 

ในที่สุด คำว่าเนติบริกรจะแปรสภาพเป็นการใส่ร้ายป้ายสีที่เนติบริกรรุ่นใหม่โจมตีเนติบริกรรุ่นเก่า เป้าหมายของการโจมตีนี้ไม่มีอะไรมาก นอกจากบอกว่าเอาพวกฉันเข้าไปร่างรัฐธรรมนูญได้เป็นดี

 

อย่าลืมว่าคุณมีชัยและพวกไม่ได้เป็นนักกฎหมายมหาชนกลุ่มที่มีบทบาทมากที่สุดในสังคมไทยเพียงกลุ่มเดียว อ.อมร จันทรสมบูรณ์ และลูกศิษย์ของท่านอีกหลายคน ก็เป็นนักกฎหมายมหาชนกลุ่มที่ใหญ่และมีอิทธิพลต่อสังคมไทยมาก โดยเฉพาะในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่แล้ว รวมทั้งการทำงานด้านกฎหมายให้ระบอบรัฐประหารครั้งนี้

 

อันที่จริง ชุมชนวิชาการเองก็ต้องรับผิดชอบต่อสภาพแบบนี้ด้วย นักกฎหมายมหาชนบางคนทำงานผ่านสื่อ แล้วใช้สื่อไปอุปโลกตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญของประเทศ ทั้งที่บางคนไม่เคยมีผลงานทางวิชาการแม้แต่ชิ้นเดียว ทำให้ผู้เชี่ยวชาญคือใครก็ได้ที่ถวายตัวให้สื่อเรียกใช้ได้ 24 ชั่วโมง ต่อให้จะพ่นความเห็นที่เลื่อนเปื้อนเหลวไหลไปตามสถานการณ์ก็ตามที

 

จำเป็นที่คนเราต้องคัดค้านรัฐประหารเหมือนกันทั้งหมดหรือ

ตอบยาก....แต่ผมคิดว่าสังคมไทยควรจดจำว่าปัญญาชนคนไหนสนับสนุนการรัฐประหาร ผมคิดว่านี่จะเป็นตราบาปทางการเมืองที่สำคัญ และตราบาปนี้จะเป็นเส้นแบ่งของปัญญาชนรุ่นนี้ไปอีกนาน

 

ต้องตระหนักก่อนว่าคนที่มีสติสัมปชัญญะทุกคนรู้ว่าการรัฐประหารเป็นเรื่องผิด จึงไม่มีใครพูดตรงๆ ว่าเห็นด้วยกับการรัฐประหาร แม้กระทั่งทหารที่ยึดอำนาจในวันที่ 19 กันยา ก็พูดว่าไม่เต็มใจทำอย่างนั้น ปัญญาชนที่สนับสนุนรัฐประหารจึงไม่ได้หมายถึงปัญญาชนที่ยกย่องการรัฐประหารอย่างไร้สติ แต่คือปัญญาชนที่สร้างคำอธิบายต่างๆ ที่ทำให้การรัฐประหารมีเหตุมีผล ฟังได้ เช่นรัฐประหารครั้งนี้เป็นวิธีการสร้างประชาธิปไตย เป็นรัฐประหารเพื่อระบบเศรษฐกิจทวนกระแส เป็นรัฐประหารที่ไม่ใช้ความรุนแรง หรือบางคนก็ไปไกลถึงขั้นประกันว่าหัวหน้าคณะรัฐประหารเป็นคนดี

 

ประเด็นสำคัญคือปัญญาชนเหล่านี้ไม่ตั้งคำถามกับการรัฐประหาร ต่อให้เขาตั้งคำถามกับเรื่องอื่นๆ ที่แวดล้อมการรัฐประหาร เช่นใครทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญ คณะรัฐประหารแต่งตั้งคณะรัฐบาลได้ดีหรือไม่ ฯลฯ แต่เขาไม่มีความกล้าหาญทางจริยธรรมพอที่จะยืนยันหลักการทางการเมืองที่สำคัญที่สุดว่าเราใช้ปืนและความรุนแรงแก้ปัญหาการเมืองไม่ได้ กองทัพไม่มีสิทธิล้มล้างรัฐบาล หัวหน้าคณะรัฐประหารไม่มีสิทธิออกกฎหมาย และคณะรัฐประหารไม่มีความชอบธรรมที่จะตั้งรัฐบาลใหม่โดยไม่เคยฟังเสียงประชาชน

 

สำหรับผมแล้ว การต่อต้านรัฐประหารเป็นหลักการทางจริยศาสตร์พอๆ กับที่เป็นหลักการทางการเมือง

 

ไม่ว่าจะมีจุดยืนทางการเมืองแบบไหน การรัฐประหารคือการทำลายล้างโอกาสที่จะแสดงความเห็นทางการเมืองได้อย่างเปิดเผย คนส่วนใหญ่เป็นแค่ไพร่ทาสที่มีหน้าที่ฟังประกาศฉบับต่างๆ ของผู้ยึดอำนาจ มีหน้าที่แค่ถูกปกครองโดยรัฐบาลที่ผู้ยึดอำนาจแต่งตั้งจากสมัครพรรคพวก และทำได้แค่ก้มหัวปฏิบัติตามกฎหมายที่สภานิติบัญญัติเก๊ออกกันเอง

 

เราควรจะต้องขีดเส้นแบ่งแบบนี้หรือ เพราะบางคนก็พูดว่าถ้าปล่อยให้ คปค. ร่างรัฐธรรมนูญ ก็จะได้รัฐธรรมนูญแย่ๆ แต่ถ้าเราเข้าไปร่วมก็จะได้ช่วยกัน

คำพูดแบบนี้เป็นคำพูดของปัญญาชนที่หลงตัวเอง เพราะปัญญาชนทุกคนเชื่อว่าตัวเองเป็นคนที่มีเหตุผลและมีความรู้ และเมื่อเชื่อแบบนี้ ก็คิดเองเออเองต่อไปว่าถ้าตัวเองได้เข้าไปใกล้ศูนย์กลางอำนาจ เหตุผลที่ดีของตัวเองก็จะหว่านล้อมให้ผู้มีอำนาจ เกิดดวงตาเห็นธรรม หันมาทำสิ่งที่ดีๆ ให้กับบ้านเมือง

 

ถ้าไปดูประวัติศาสตร์ของการรัฐประหารในอดีต ก็จะพบว่านิทานเรื่องนี้ไม่เคยเป็นจริง ในสมัยที่จอมพลสฤษดิ์ยึดอำนาจ อาจารย์ป๋วยก็ไปเป็นผู้ว่าแบงก์ชาติ และในที่สุดแล้วอาจารย์ป๋วยก็ไม่สามารถอยู่กับจอมพลถนอมได้

 

ในสมัยพลเอกเปรมเป็นนายกรัฐมนตรี อาจารย์เสน่ห์ จามริก อาจารย์ชัยอนันต์ สมุทวณิช และ น.พ.ประเวศ วะสี ก็เคยเป็นที่ปรึกษาให้ แต่ในที่สุด ในช่วงปลายของพลเอกเปรม คนเหล่านี้ก็ออกมาล่ารายชื่อคัดค้านไม่ให้พลเอกเปรมดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป

 

ทหารที่รัฐประหารชนะ ย่อมไม่ใช่คนโง่ เขามีสมัครพรรคพวก มีความคิดความเชื่อ มีผลประโยชน์ มีรุ่นพี่รุ่นน้อง มีความรู้สึกนึกคิดที่ปลูกฝังมาเป็นเวลาสิบๆ ปี ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่ทำให้เขาต้องฟังปัญญาชนเหล่านี้ หากปัญญาชนไม่ได้พูดสิ่งที่พวกเขาต้องการ

 

ปัญญาชนที่วิ่งเข้าหาทหารหรือรัฐบาลที่แต่งตั้งโดยทหาร หากไม่ไร้เดียงสาเกินไป ก็คงลืมประเด็นพื้นฐานไปหนึ่งข้อ นั่นก็คือไม่ว่าจะมีเจตนาดีต่อสังคมแค่ไหน ปัญญาชนก็ไม่ใช่ตัวแทนของคนในสังคม

 

ถ้าคำพูดนี้มาจากนักรัฐศาสตร์ ก็พูดได้ว่านักรัฐศาสตร์เหล่านี้ไม่ทำการบ้านของนักรัฐศาสตร์เพียงพอ นั่นก็คือไม่วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างทหารและกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ , ความสัมพันธ์ระหว่างชนชั้นนำทางการเมือง หรือบทบาทของอุดมการณ์ทางการเมืองในสังคม

 

ถ้าคำพูดนี้มาจากนักนิติศาสตร์ ก็ถือว่านักนิติศาสตร์กลุ่มนี้มีส่วนทำลายหลักการปกครองโดยกฎหมาย ทำให้กฎหมายขึ้นอยู่กับความพอใจของผู้มีอำนาจ อันเป็นหลักคิดทางกฎหมายที่เกิดขึ้นในยุคเผด็จการทหารของจอมพลสฤษดิ์ แต่ถูกวิจารณ์มากจากกลุ่มนักรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะอาจารย์เสน่ห์ จามริก ซึ่งวิจารณ์ว่าสิ่งนี้คือหลักนิติธรรมจำยอม หรือหลักการปกครองโดยกฎหมายเฉพาะในกรอบที่ทหารกำหนดให้เท่านั้นเอง

 

ที่น่าเศร้าก็คือในปี 2549 แม้กระทั่งอธิการบดีของธรรมศาสตร์เองก็ให้สัมภาษณ์ว่าคณะรัฐประหารมีความชอบธรรมที่จะออกกฎหมาย ส่วนประชาชนก็มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตาม

 


สภาพของฐานอำนาจที่ไม่เป็นประชาธิปไตยจะโยงไปถึงปัญหารัฐธรรมนูญที่กำลังจะถูกร่างขึ้นใหม่อย่างไร


ในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา มีคนวิจารณ์ว่า คปค.จะไม่ถอยทัพกลับเข้ากรมกอง แต่จริงๆ แล้ว การถอยทัพกลับกรมกองของทหารเป็นเรื่องเล็ก เรื่องใหญ่กว่าคือเรื่องการสร้างระบอบการเมืองแบบใหม่ที่เอื้อต่อชนชั้นนำทั้งหมดที่มีส่วนในการรัฐประหาร เพราะรัฐประหารหนนี้เป็นรัฐประหารโดยทหาร แต่ไม่ใช่การรัฐประหารของทหาร และยิ่งไม่ใช่การรัฐประหารเพื่อทหารเอง

 

นักวิชาการจำนวนมากบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ไม่ผิด จึงไม่ควรฉีกรัฐธรรมนูญ แต่ผมกลับคิดตรงกันข้าม รัฐประหารครั้งนี้ต้องฉีกรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐประหารครั้งนี้เกิดขึ้นบนจิตวิญญาณทางการเมืองที่ขัดแย้งกับจิตวิญญาณของรัฐธรรมนูญปี 40

 

คำถามก็คือแล้วรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะกำหนดโครงสร้างการเมืองไทยไว้อย่างไร

 

เรื่องนี้ตอบยาก แต่ถ้าเราดูแนวคิดในธรรมนูญการปกครองชั่วคราว ก็คงเห็นแนวโน้มบางอย่างที่น่าสนใจ และสะท้อน “จิตวิญญาณทางการเมือง” ของการรัฐประหารครั้งนี้ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาในเรื่องการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี

 

ถ้าดูธรรมนูญการปกครองของคณะ คปค. ชุดนี้ เทียบกับธรรมนูญการปกครองของคณะรัฐประหารรุ่นก่อนคือยุค รสช. นั้น ธรรมนูญการปกครองของรสช. ปี 2534 มาตราที่ 21 เขียนไว้ว่า “พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งตามคำกราบบังคมทูลของประธานสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ และรัฐมนตรีตามจำนวนที่นายกรัฐมนตรีกราบบังคมทูล ฯ”

 

สำหรับธรรมนูญการปกครองฉบับ 2549 ที่มาของนายกรัฐมนตรีถูกเขียนไว้ในมาตรา 14 อย่างชัดเจนว่า “พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนหนึ่ง และรัฐมนตรีตามที่นายกรัฐมนตรีถวายคำแนะนำ”

 

ในขณะที่ธรรมนูญการปกครองของทหารเมื่อ 15 ปีที่แล้ว กำหนดให้นายกรัฐมนตรีมาจาก “คำกราบบังคมทูล” ของหัวหน้าคณะผู้ยึดอำนาจ ธรรมนูญการปกครองฉบับนี้กลับไม่ให้ทหารมีอำนาจแบบนี้

 

ในพ.ศ.2549 อำนาจในการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีถูกโอนไปที่พระมหากษัตริย์ ทำให้พระองค์มีสิทธิขั้นเด็ดขาดในการแต่งตั้งหัวหน้าคณะผู้บริหารประเทศ และผู้ที่พระองค์ทรงแต่งตั้งนั้นก็มีอำนาจเต็มที่ในการเลือกบุคคลมาเป็นคณะรัฐมนตรี

 

รัฐประหารครั้งนี้ทำให้ได้มาซึ่งสิ่งที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเคยเรียกร้องโดยอ้างอิงกับมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 นั่นคือได้มาซึ่ง “นายกพระราชทาน” ซึ่งมีปัญหาหลายข้อที่ทำให้เกิดขึ้นไม่ได้ในรัฐธรรมนูญฉบับที่แล้ว จึงต้องฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง และร่างธรรมนูญใหม่ เพื่อให้มีนายกรัฐมนตรีแบบนี้ได้อย่างถูกกฎหมายและชอบธรรม

 

การเลือกพล.อ.สุรยุทธ์ เป็นนายกฯ นั้น เป็นหลักหมายที่สำคัญมากของประวัติศาสตร์การเมืองไทย หรืออาจจะการเมืองโลกด้วยซ้ำไป เพราะไม่เคยมีปรากฏกที่ไหนมาก่อนว่าที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์จะเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหลังการยึดอำนาจและฉีกรัฐธรรมนูญ

 

ทหารจะเข้ามาแทรกแซงการเมืองหรือไม่?


ประเด็นที่มีคนพูดถึงมากก็คือคณะทหารจะผูกขาดอำนาจในการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพราะทหาร จะในนามของคณะมนตรีความมั่นคง หรือในนามของนายกรัฐมนตรีก็ตามแต่ มีอำนาจสิทธิขาดในการตั้งคน 2,000 คน เป็นสมัชชาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งหมายความว่าทหารกำลังจะทำให้การยึดอำนาจแปรสภาพเป็นสถาบันทางการเมือง

 

 

คำถามทางการเมืองที่สำคัญก็คือ ข้อแรก คน 2,000 คนนี้มีความชอบธรรมที่จะเป็นตัวแทนทางการเมืองในการร่างรัฐธรรมนูญแทนประชาชนทุกคนแค่ไหน

 

ข้อสอง เรามีหลักประกันอย่างไรว่าคน 2,000 คนนี้จะร่างรัฐธรรมนูญได้อย่างที่ประชาชนต้องการโดยปราศจากการแทรกแซงจากคนที่เสนอชื่อเขาเข้ามา

 

ประเด็นที่ต้องเข้าใจให้ชัดก็คือเราไม่ได้มาเถียงกันว่าทหารจะแต่งตั้งใคร ไม่ได้มาเถียงว่าทหารจะแต่งตั้งคนที่สังคมยอมรับหรือไม่ เพราะแน่นอนว่าทหารต้องแต่งตั้งคนแบบนี้ แต่งตั้งคนอย่างผู้ใหญ่วิบูลย์ คนอย่างคุณรสนา คนอย่างปราชญ์ชาวบ้าน, เอ็นจีโอ, หรือนักวิชาการที่มีภาพดีๆ เพราะเขาต้องการใช้คนเหล่านี้เป็นผงซักฟอกให้สมัชชาของทหารดูสะอาดและเป็นประชาธิปไตย

 

ทหารที่ยึดอำนาจในอดีตก็ทำแบบนี้ แต่งตั้งผู้นำแรงงานอย่างคุณเอกชัย เอกหาญกมล แต่งตั้งอธิการบดีธรรมศาสตร์อย่างอาจารย์เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม แต่งตั้งนักรัฐศาสตร์อย่างอาจารย์สุจิต บญบงการแล้วใช้ภาพของคนเหล่านี้มาบอกสังคมว่าทหารฟังเสียงของประชาชน

 

เรื่องที่น่าเสียใจก็คือปัญญาชนและนักกฎหมายจำนวนหนึ่งเข้าไปรับใช้กระบวนการนี้ หาวิธีการให้การร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ดูดี สร้างภาพว่ามีคน 2,000 คนเข้ามาเกี่ยวข้อง บอกว่ากระบวนการคัดเลือกแบบนี้เป็นประชาธิปไตย แต่ความจริงก็คือการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เริ่มต้นจากการรัฐประหาร ผิดกฎหมายอาญา และฉีกรัฐธรรมนูญฉบับที่แล้ว

 

อย่าลืมว่าไม่มีรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยฉบับไหนเกิดจากการใช้กำลังทหารโค่นล้มสถาบันการเมือง

 

แนวทางการร่างรัฐธรรมนูญแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นแนวทางแบบ “สภาสนามม้า” ที่เคยใช้ในช่วงหลัง 14 ตุลาคม 2516 ซึ่งพระเจ้าอยู่หัวทรงแต่งตั้งคนจำนวนมากเข้ามาประชุมที่สนามม้า แล้วก็ให้คนเหล่านี้คัดเลือกกันเองว่าจะเอาใครไปเป็นกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผู้มีอำนาจและผู้มีบารมีฝ่ายต่างๆ ควบคุมการร่างรัฐธรรมนูญผ่านการคัดเลือกสมาชิกสภาสนามม้ามาตั้งแต่ต้น นอกจากนั้น คนกลุ่มนี้ก็มีอิทธิพลในการล็อบบี้ให้สมาชิกสภา คัดเลือกคนของตัวเองไปทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญ

 

เราไม่ควรลืมว่าบุคคลสำคัญของชาติท่านหนึ่งวิจารณ์การร่างรัฐธรรรมนูญแบบนี้ไว้อย่างรุนแรง คนๆ นี้คือ ปรีดี พนมยงค์ แกนนำคนสำคัญของการเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศให้เป็นประชาธิปไตยเมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ ซึ่งปรีดีเห็นว่าวิธีการแบบสภาสนามม้านั้น “บิดเบือนเจตนารมณ์ประชาธิปไตย” ของวีรชน 14 ตุลา เพราะลึกๆ แล้ว ทำให้คนเพียงหยิบมือเดียวเป็นคนควบคุมกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญทั้งหมด หลอกลวงประชาชนว่ากระบวนการนี้เป็นประชาธิปไตย ซึ่งเท่ากับว่าวิธีการแบบนี้อาศัยอาภรณ์ประชาธิปไตยไปห่อหุ้มคราบไคลเผด็จการ

 

 

หลังมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การประกันสิทธิเสรีภาพอาจจะอยู่ร่วมกับสิ่งที่ไม่เป็นประชาธิปไตยได้ เพราะอะไร


ประเด็นเรื่องสิทธิเสรีภาพนี่เป็นเรื่องประหลาดมาก เพราะเมื่อมีการปฏิวัติปั๊บ ทหารก็บอกว่าจะเคารพสิทธิเสรีภาพ และคุณมีชัย ฤชุพันธุ์ ก็พูดในเรื่องที่ประหลาดอีกเช่นกัน นั่นก็คือพูดว่าจะร่างธรรมนูญการปกครองโดยยึดรัฐธรรมนูญปี 2540 ในหมวดที่ว่าด้วยสิทธิเสรีภาพ เป็นแนวทาง

 

ประเด็นที่ผมคิดว่าต้องชัดเจน ก็คือ สิทธิเสรีภาพในรัฐธรรมนูญปี 2540 มีหลักการสำคัญว่าสิทธิเสรีภาพเป็นเรื่องระดับปัจเจกบุคคล สิทธิเสรีภาพจึงหมายถึงสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น สิทธิเสรีภาพในทางความเชื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นสิทธิเสรีภาพในการดำรงชีวิต ในการทำมาหากิน

 

ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น ผมคิดว่าสิทธิเสรีภาพในความหมายนี้จะถูกบัญญัติลงไป เพราะสิทธิเสรีภาพแบบนี้ไม่ได้ขัดแย้งอะไรกับผู้ถือครองอำนาจรัฐ แต่สิทธิในทางการเมือง หรือสิทธิในความหมายของเสรีภาพทางการเมือง สิทธิในความหมายของการสร้างความเท่าเทียม สิทธิเสรีภาพในความหมายที่จะทำให้ประชาชนกำหนดชีวิตตัวเองได้อย่างถึงที่สุด สิทธิที่จะทำให้ทุกคนเสมอภาคอย่างแท้จริงตามกฎหมาย สิทธิแบบนี้จะไม่ถูกบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ

 

ในรัฐธรรมนูญฉบับที่กำลังจะร่างขึ้น กฎหมายประเภทกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จะยังคงมีอยู่ต่อไป

 

ในการสร้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาของทุกประเทศ

เราปฏิเสธความสำคัญของพรรคการเมืองไม่ได้

 

ผมคิดว่าประเด็นสำคัญของการเมืองหลังการรัฐประหารไม่ได้อยู่ที่ธรรมนูญฉบับชั่วคราวเพียงอย่างเดียว แต่อีกเรื่องที่สำคัญกว่าก็คือคนทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการรัฐประหาร เขาจะอาศัยสถานการณ์ทางการเมืองที่เรียกว่า “ระบอบรัฐประหาร” ไป design ระบบการเมืองไทยอย่างไร ซึ่งผมคิดว่ามันจะมีทิศทางใหญ่ๆ อยู่ที่การทำให้พรรคการเมืองและรัฐสภาอ่อนแอลง

 

ปรากฏการณ์ที่ประหลาดที่สุดในการพูดถึงการปฏิรูปการเมืองรอบนี้ ก็คือ ไม่มีใครพูดถึงเรื่องพรรคการเมืองเลย ทั้งๆ ที่ในการสร้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาของทุกประเทศ เราปฏิเสธความสำคัญของพรรคการเมืองไม่ได้ แต่สิ่งที่เกิดขั้นในการปฏิรูปการเมืองรอบนี้ก็คือ ทหาร นักกฎหมายมหาชน และชนชั้นนำบางกลุ่ม อยู่ดีๆ ก็อุปโลกตัวเองเป็นเจ้าภาพในการปฏิรูปการเมือง กำหนดวาระในการปฏิรูปการเมืองทั้งหมด แล้วกีดกันไม่ให้พรรคการเมืองเข้ามีส่วนร่วมแม้แต่นิดเดียว

 

แน่นอนว่าคณะรัฐประหารคงอนุญาติให้ประชาชนบางกลุ่มเข้ามาร่วมกระบวนการปฏิรูปการเมือง แต่พรรคการเมืองกลับไม่ได้รับโอกาสนี้ และนี่จะส่งผลให้ระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาจะไม่มีรากในสังคมไทย

 

ทุกวันนี้มีแต่คนคิดว่าคุณทักษิณเป็นปัญหาหลักของการเมืองไทย แต่จริงๆ แล้ว คุณทักษิณไม่ใช่ปัญหาหลักขนาดนั้น ปัญหาหลักของการเมืองไทยคือการไม่มีระบอบรัฐสภาที่เข้มแข็ง ประชาธิปไตยรัฐสภาถูกทำลายด้วยอุดมการแบบอนุรักษ์นิยมอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการปฏิวัติรัฐประหารที่เกิดขึ้นทุก ๑๕ ปี

 

นี่ต่างหากที่เป็นปัญหาพื้นฐานของประชาธิปไตยไทย

 

ในระดับสถาบันการเมือง แนวทางการร่างรัฐธรรมนูญแบบนี้ทำให้ประชาธิปไตยแบบรัฐสภาอ่อนแอลง แต่ในขณะเดียวกัน รัฐธรรมนูญฉบับนี้คงสืบทอดแนวทางการสร้างผู้บริหารและรัฐบาลที่เข้มแข็งมากขึ้น นั่นเท่ากับรัฐธรรมนูญฉบับนี้มุ่งสืบทอดแนวทางการเมืองแบบที่พล.อ. เปรม เคยทำ เมื่อท่านอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อันเป็นสิ่งเดียวกับที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ทำเหมือนกันด้วย นั่นก็คือการมีฝ่ายบริหารเข้มแข็งเหนือประชาธิปไตยรัฐสภาที่อ่อนแอ

 

โดยปกติของการปกครองในระบบประชาธิปไตยรัฐสภานั้น ฝ่ายบริหารที่เข้มแข็งต้องมีฐานที่เข้มแข็งในรัฐสภา ฝ่ายบริหารที่เข้มแข็งต้องเกิดขึ้นจากการพรรคการเมืองที่เข้มแข็งเป็นพื้นฐาน มีสมาชิกกว้างขวางและกระจัดกระจายไปทุกส่วนของประเทศ แต่ในประวัติศาสตร์การเมืองการปกครองของไทยนั้น ฝ่ายบริหารที่เข้มแข็ง อาจไม่ได้มีฐานสนับสนุนในรัฐสภาเลยก็เป็นได้ หากได้รับการค้ำยันอำนาจจากสถาบันทางการเมืองที่อยู่นอกรัฐสภาออกไป

 

ความสัมพันธ์ทางอำนาจที่ไม่เป็นทางการในสังคมไทย ทำให้ฝ่ายบริหารถูกตัดตอนให้เป็นอิสระจากรัฐสภา

 

ถ้าคิดในแง่นี้ ผมจะไม่แปลกใจเลยที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะกำหนดว่านายกไม่จำเป็นต้องมาจากการเลือกตั้ง เปิดโอกาสให้ฝ่ายบริหารมาจากใครก็ได้ที่อยู่นอกรัฐสภาและพรรคการเมือง

 

ผมคิดว่าคนที่กลุ่มเกี่ยวข้องกับการรัฐประหารทั้งหมดจะร่วมกันร่างรัฐธรรมนูญที่วางอยู่บนแนวทางนี้ นั่นคือการสร้างฝ่ายบริหารที่เข้มแข็ง สืบทอดคติแบบรัฐสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่เห็นว่าว่าอำนาจบริหารที่เข้มแข็งคือกุญแจไปสู่การเมืองที่ดี

 

ในรอบสามสิบปีที่ผ่านมานี้ ทั้งคุณทักษิณและ พล.อ.เปรม คือนายกรัฐมนตรีที่เป็นตัวแทนแนวคิดเรื่องฝ่ายบริหารที่เข้มแข็งเหมือนๆ กัน ทั้งสองท่านจึงเป็นนายกรัฐมนตรีที่ลอยตัวอยู่เหนือการตรวจสอบของสภาผู้แทนราษฎร

 

คุณทักษิณอาศัยระบบเสียงข้างมาทำให้ฝ่ายค้านตรวจสอบท่านไม่ได้ ขณะที่ พล.อ.เปรม อาศัยทหารบางคนไปกดดันให้ฝ่ายค้านถอนญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี

 

ปัญหาของคุณทักษิณเกิดขึ้นเมื่อคุณทักษิณเข้มแข็งเกินไป จนสถาบันอื่นเริ่มรู้สึกว่าควบคุมไม่ได้ ความเข้มแข็งของฝ่ายบริหารเป็นความเข้มแข็งในระดับที่ถูกจำกัดอยู่ในขอบเขตที่สถาบันอื่นๆ จะควบคุมได้ แต่ต้องไม่คุกคามอำนาจของสถาบันอื่นๆ ที่อยู่นอกการเมืองออกไป

 

พูดจริงๆ แล้ว ปรากฎการณ์แบบนี้ไม่ได้มีแต่ในเมืองไทย ประเทศยุโรปหลายแห่งก็เกิดสถานการณ์แบบนี้ คาร์ล ชมิทท์ ถึงเขียนไว้ตั้งแต่ห้าสิบปีที่แล้วว่าประชาธิปไตยรัฐสภาเป็นประชาธิปไตยแต่ในแง่เปิดโอกาสให้คนได้พูด แต่ในระดับของการตัดสินใจทางการเมืองเรื่องสำคัญๆ แล้ว คนเพียงหยิบมือเดียวต่างหากที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้าว่าอะไรจะเป็นอะไร

 

 

ในความเป็นจริง ความเข้มแข็งหรืออ่อนแอของพรรคการเมืองไม่ได้เกี่ยวกับกฎหมายมากเท่ากับวัฒนธรรมทางการเมืองไม่ใช่หรือ

วัฒนธรรมทางการเมือง ในที่สุดแล้วเป็นเรื่องที่ไม่ได้เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ แต่ถูกกำหนดโดยโครงสร้างและพฤติกรรมทางการเมืองในสังคม อย่างเช่น ถ้าเราอยู่ในบริบทที่พรรคการเมืองไม่สามารถทำงานการเมืองได้อย่างต่อเนื่อง ในบริบทที่พรรคการเมืองไม่สามารถนำเสนอนโยบายของตนเองได้อย่างเต็มที่ เพราะไม่มีทุนบ้าง เพราะถูกทหารล้มกระดานตลอดเวลาบ้าง ก็คงเป็นเรื่องยากมากที่วัฒนธรรมการเมืองแบบประชาธิปไตยจะเติบโตขึ้นมา

 

ต้องไม่ลืมว่าขณะที่สถาบันการเมืองที่ไม่เป็นทางการ สถาบันการเมืองที่อยู่นอกรัฐสภา หรือกองทัพ สามารถจะใช้กลไกรัฐและสื่อสารมวลชนต่างๆ ทำการโฆษณาชวนเชื่อทางอุดมการณ์ได้อย่างต่อเนื่อง พรรคการเมืองไม่ได้โอกาสเช่นนี้

 

ขณะที่สถาบันอื่นๆ เข้าถึงประชาชนได้ด้วยเพลงปลุกใจ ข่าว กิจกรรม พิธีกรรมต่างๆ พรรคการเมืองจะพบประชาชนได้ก็เฉพาะในเวลาที่มีการเลือกตั้ง ทำให้ในที่สุดแล้ว พรรคการเมืองไม่สามารถเข้าถึงประชาชนโดยตรงได้มากเท่ากับสถาบันอื่นๆ ที่ไม่ใช่พรรคการเมือง

 

ถ้าพรรคการเมืองใดสามารถพัฒนาให้ตัวเองเป็นสถาบันที่เข้มแข็ง พรรคการเมืองนั้นก็จะมีสมาชิกในระดับประเทศอย่างกว้างขวาง ซึ่งยิ่งเป็นแบบนี้มากขึ้นเท่าไร สถาบันหลักๆ หลายฝ่าย ก็คงไม่ค่อยพอใจ

 

อย่าลามว่าเหตุผลหนึ่งที่ทหารไม่ยอมเลิกกฎอัยการศึกคือเขาไม่รู้จะทำอย่างไรกับสมาชิก 14 ล้านคน ของพรรคไทยรักไทย

 

ที่ผ่านมามีข้อกล่าวหาประการหนึ่งว่า รัฐธรรมนูญ ปี 2540 ให้ความสำคัญกับพรรคการเมืองมากเกินไป ทำให้พรรคไทยรักไทยฟอร์มพรรคขึ้นมาจนเข้มแข็งได้มากขนาดนี้

 

ข้อกล่าวหานี้ไม่จริง เพราะรัฐธรรมนูญ ปี 2540 ไม่ได้ให้ความสำคัญกับพรรคการเมือง รัฐธรรมนูญ ปี 2540 จำกัดพรรคการเมืองให้มีจำนวนน้อย และทำให้การตั้งพรรคทำได้ยาก การทำกิจกรรมทางการเมืองทำได้ยาก อภิปรายไม่ไว้วางใจแทบไม่ได้ การตรวจสอบรัฐบาลผ่านกระบวนการทางรัฐสภา ผ่านระบบกรรมาธิการทำไม่ได้เลย

 

รัฐธรรมนูญ ปี 2540 ไม่ได้ต้องการพรรคการเมืองที่เข้มแข็ง แต่ต้องการการบริหารที่เข้มแข็ง แล้วใช้วิธี Hijack ฝ่ายบริหารที่เข้มแข็งไปอยู่ในเครือข่ายฐานอำนาจที่ตัวเองต้องการ นั่นก็คืออาศัยเครือข่ายความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายบริหารที่เข้มแข็งกับสถาบันนอกรัฐสภาเป็นเครื่องมือในการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง อันเป็นแนวทางทางการเมืองที่เคยเกิดขึ้นในสมัย พล.อ.เปรม

 

ในที่สุดแล้ว คปค.ก็คือคนที่รับมรดกอำนาจนิยมมาจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

รับมรดกรัฐอำนาจนิยมแบบเดียวกับที่ พล.อ.เปรม เคยใช้

 

จุดเปราะบางที่สุดของรัฐประหารครั้งนี้ก็คือ ข้อหนึ่ง คปค.จะเข้าใจสถานภาพของตัวเองอย่างแท้จริงหรือไม่ ข้อสองก็คือ ความสัมพันธ์ของ คปค.กับคนที่พยายามทำให้เกิดการรัฐประหารทั้งหมดจะเป็นอย่างไรต่อไป

 

ปัญหาที่เริ่มเกิดขึ้นทุกวันนี้ก็คือ คปค.เริ่มตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกับคณะรัฐประหารอื่นๆ และเป็นชะตากรรมที่เลี่ยงไม่ได้ นั่นคือ ความกลัวที่ว่าเมื่อตัวเองยึดอำนาจแล้วกลัวจะถูกล้างแค้น ความกลัวว่าเมื่อตัวเองยึดอำนาจแล้วจะมีศัตรู โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นศัตรูจากรัฐบาลเก่าซึ่งมีเสียงจากคน 19 ล้านคนหนุนหลัง

 

สิ่งที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ก็คือ คปค.พยายามจัดการทางการเมืองด้วยวิธีการแบบทหาร และนี่คือจุดตายของคณะรัฐประหารทุกชุดที่ใช้วิธีการทางทหารมาจัดการปัญหาการเมือง การจำกัดคนไม่ให้ชุมนุมกัน การปิดกั้นสิทธิเสรีภาพ เป็นปัญหาสะท้อนให้เห็นว่า คปค.กำลังตกหลุมแบบเดียวกับที่คณะรัฐประหารอื่นๆ และ คปค.ไม่เข้าใจว่าตัวเองอยู่ในสมรภูมิที่ได้เปรียบมากในทางอุดมการณ์ จนไม่จำเป็นที่จะต้องเกรงว่าจะถต่อต้าน จนไม่จำเป็นที่จะต้องจำกัดสิทธิเสรีภาพอย่างคณะรัฐประหารทุกชุดที่ผ่านมา

 

ความไม่เข้าใจข้อนี้ของ คปค.จะทำให้ในที่สุดแล้ว คปค.ทำสิ่งซึ่งคณะรัฐประหารทั้งหมดทำ นั่นก็คือการพยายามจะสร้างกลไกเพื่อพิทักษ์อำนาจทางการเมืองและการทหารของตัวเองเอาไว้ผ่านกระบวนการ 2 ข้อ

 

ข้อแรกคือ การแทรกแซงทางการทหาร การคุมกองทัพไว้ใต้บังคับบัญชาของตัวเองอย่างเต็มที่ รวมทั้งการล้วงลูกในการแต่งตั้งตำแหน่งสำคัญๆ ของตำรวจ ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นชนวนให้เกิดความขัดแย้งระหว่างฝ่ายต่างๆ ในกองทัพ ทหารกลุ่มที่ไม่ได้รับการแต่งตั้งก็จะเกิดความไม่พอใจ ผู้บังคับบัญชากองทัพบล๊อกการเติบโตของผู้บังคับบัญชาระดับล่าง และในที่สุดก็จะเกิดความขัดแย้งในผู้นำกองทัพกลุ่มต่างๆ ขึ้นมา

 

นอกจากนั้นความพยายามของ คปค.ข้อที่สองคือ การพยายามจะปกป้องตัวเองในทางการเมืองด้วยการตั้งตัวเองเป็นคณะมนตรีความมั่นคง ในที่สุดแล้วจะทำให้ตัวเองกลายเป็นอย่าง รสช. นั่นก็คือเป็นเป้านิ่งทางการเมืองให้คนโจมตีต่อไปเรื่อยๆ ไม่ว่า คปค.จะถอนตัวจากการเมืองที่เป็นทางการ โดยการมีรัฐบาลชั่วคราวขึ้นมาหรือไม่ก็ตามที

 

การมีคณะมนตรีความมั่นคงนั้น ในที่สุดแล้วก็จะทำให้คณะมนตรีชุดนี้ถูกตั้งคำถามและวิพากษ์วิจารณ์ถากถางในทางการเมืองตลอดไป ไม่ว่ารัฐบาลจะทำดีหรือไม่ดี คณะมนตรีจะถูกวิจารณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ารัฐบาลทำไม่ดี คณะมนตรีความมั่นคงจะถูกวิจารณ์มากขึ้นไปอีก

 

สิ่งที่ คปค.ไม่เข้าใจก็คือ ชัยชนะของตัวเองไม่ใช่ชัยชนะทางการทหาร แต่คือชัยชนะทางการเมือง โดยเฉพาะชัยชนะทางอุดมการณ์ จึงไม่จำเป็นเลยที่ คปค.หรือคณะรัฐประหารจะใช้วิธีการแบบนี้

เพราะการกระทำแบบนี้จะทำให้ คปค.ไปสู่จุดจบเร็วขึ้นกว่าที่ควรจะเป็น

 

อีกประการหนึ่งที่น่าสนใจมากๆ คือ ในที่สุดแล้ว คปค.ก็คือคนที่รับมรดกอำนาจนิยมมาจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รับมรดกรัฐอำนาจนิยมแบบเดียวกับที่ พล.อ.เปรม เคยใช้ และในที่สุดแล้วการที่เราเป็นผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในรัฐแบบอำนาจนิยมแบบนี้ มันทำให้ผู้ที่มีอิทธิพลทั้งหมดในสังคมวิ่งเข้ามาหา คปค. กลุ่มทุนขนาดใหญ่ก็จะวิ่งเข้ามา นักการเมืองท้องถิ่นก็วิ่งเข้ามา เจ้าพ่อหรือผู้มีบารมีต่างๆ ก็จะวิ่งเข้ามา

 

ในที่สุดแล้ว คปค.ก็จะเผชิญกับความขัดแย้งทางศีลธรรม ความขัดแย้งทางสังคมกับกลุ่มประชาชนต่างๆ ที่เคยเป็นฐานสนับสนุนทางอุดมการณ์ให้กับ คปค.มาตั้งแต่ต้น

 

จอมพลถนอม กิตติขจร ก็จบชีวิตทางการเมืองไปด้วยเรื่องแบบนี้ คณะ รสช.เองก็จบชีวิตทางการเมืองไปด้วยเหตุผลแบบนี้ นั่นก็คือรับมรดกอำนาจนิยม แล้วแทนตัวเองลงไปบนจุดยอดสุดของอำนาจนิยม แล้วก็ถูกอำนาจนิยมทำลายตัวเองลงไป เพราะว่าไม่สามารถเข้าใจความเป็นไปทางการเมืองได้ดีพอ

 

ในที่สุดแล้ว การเมืองในอนาคตจะเผชิญกับปัญหาคลาสสิกที่ทำลายคณะรัฐประหารมาทุกชุด เช่น กระบวนการทางงบประมาณที่ไม่โปร่งใส การแต่งตั้งคนใกล้ชิดไปบริหารรัฐวิสาหกิจ การแต่งตั้งคนใกล้ชิดไปอยู่ในคณะรัฐบาล งบทหารหรืองบประมาณลับ การตัดถนนไปสู่เขตป่าไม้โดยอ้างเรื่องความมั่นคงแห่งชาติ การแต่งตั้งรุ่นพี่เป็นนายกรัฐมนตรี การตั้งรัฐบาลที่มาจากคนใกล้ชิดหัวหน้าคณะรัฐประหาร ฯลฯ ซึ่งเป็นจุดตายของคณะรัฐประหารทุกชุด

 

เพราะฉะนั้น ในทางการเมือง การที่ คปค.ไม่เข้าใจว่าตัวเองประสบความสำเร็จด้วยเหตุผลทางอุดมการณ์ จะทำให้ คปค.ถูกโจมตีทางการเมืองไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเงื่อนไขที่รัฐรวมศูนย์อำนาจมาก จะทำให้ผู้นำถูกกดดันจากคนกลุ่มต่างๆ โดยไม่รู้จบ ถูกคาดหวังจากคนกลุ่มต่างๆ ว่าจะต้องตอบสนองปัญหาได้ทุกเรื่อง ตั้งแต่การแก้ปัญหาความยากจนของคนในเมือง-คนในชนบท ตั้งแต่ปัญหาเรื่องความไม่ปลอดภัยในชีวิตประจำวัน ปัญหาเรื่องน้ำท่วม ค่าเงินตกต่ำ ปัญหาที่แก้ได้และปัญหาที่แก้ไม่ได้

 

ต่อให้ คปค.แก้ปัญหานี้ด้วยการตั้งรัฐบาลเข้ามารับหน้าเสื่อ แต่ในที่สุด รัฐบาลแบบนี้ไม่มีทางแก้ปัญหานี้ได้ ความล้มเหลวของรัฐบาลจะกลายเป็นปัญหาทางการเมืองต่อ คปค.

 

 

แต่ คปค.ก็บอกว่าเขาจะไม่ดำรงตำแหน่งทางการเมือง บอกด้วยซ้ำไปว่าจะไม่เป็น สส.หรือ สว. ในเวลา ๒ ปี


คำถามที่สำคัญก็คือว่าลำพังการไม่ลงสมัครรับตำแหน่งทางการเมืองในรอบ 2 ปีนั้น เป็นบรรทัดฐานที่เข้าข้างตัวเองเกินไปหรือเปล่า เพราะว่า คปค. มีอำนาจจากการรัฐประหาร จากการฉีกรัฐธรรมนูญ และเรื่องทั้งหมดนี้ผิดกฎหมายอาญาทั้งนั้น

 

ในรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 นักการเมืองที่ผิด นักการเมืองที่โกง นักการเมืองที่ละเมิดกฎหมาย ถูกห้ามไม่ให้ลงสมัครรับตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี แต่กรณีของ คปค. นั้น ทำทั้งฉีกรัฐธรรมนูญ ทั้งผิดกฎหมายอาญา ทั้งกระทำการที่ผิดรัฐธรรมนูญทุกอย่าง แต่กลับบอกว่าตัวเองจะไม่ลงสมัคร สส. และสว.แค่ 2 ปี

 

คำถามก็คือในแง่ระยะเวลา ทำไมจึงไม่เป็น 5 ปี อย่างที่รัฐธรรมนูญฉบับเก่ากำหนดเอาไว้ว่าเป็นบทลงโทษที่นักการเมืองควรจะได้รับ คปค.มีอภิสิทธิ์มาจากไหน ถึงได้ยึดอำนาจและเปิดโอกาสให้ตัวเองกลับเข้ามามีอำนาได้ในเวลารวดเร็วขนาดนี้

 

คำถามข้อที่ 2 ก็คือ คปค. พยายามจะบอกว่าตัวเองต่างจากรัฐบาลชุดที่ผ่านมาโดยการที่ไม่เอาญาติของตัวเองมาดำรงตำแหน่งทางการเมือง แต่สิ่งที่คปค. ไม่เคยพูดก็คือการสร้างระบบตรวจสอบเครือข่ายของ คปค. ทหารที่เกี่ยวข้องกับการยึดอำนาจของ คปค. หรือคนที่กุมกำลังสำคัญในการยึดอำนาจ ในที่สุดแล้วคนเหล่านี้จะเข้าไปอยู่ในสมัชชาร่างรัฐธรรมนูญหรือเปล่า เข้าไปอยู่ในรัฐสภาในอนาคตหรือไม่ หรือเข้าไปอยู่ในคณะผู้บริหารในรัฐบาลชุดใหม่หรือเปล่า

 

การเข้าไปตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของคปค. ทั้งหมด โดยเฉพาะในช่วงก่อนและหลังจากยึดอำนาจ ก็เป็นเรื่องที่ คปค. ไม่เคยพูดอีกเช่นกัน

 

ผมคิดว่า บรรทัดฐานอะไรก็ตามที่สังคมไทยเคยได้รับจากรัฐธรรมนูญฉบับที่แล้ว ก็เป็นหน้าที่ที่ทางคปค. จะต้องแสดงความรับผิดชอบออกมาให้ปรากฎ แต่ คปค. ก็ไม่ได้ทำ เพราะถึงที่สุดแล้ว คปค. ก็ไม่ได้มีเจตนารมณ์ทางการเมืองที่แตกต่างจากรัฐบาลชุดที่ผ่านมา

 

นอกจากนั้น อย่าลืมด้วยว่า คปค.ประกาศว่าไม่เป็น สส.และสว. แต่ไม่เคยพูดว่าจะไม่เป็นนายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรี

 

องค์กรหรือบุคคลที่กำลังทำหน้าที่ตามคำสั่งของ คปค. เช่น ปปช. ที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งนั้น มีคำถามเกี่ยวกับความชอบธรรมหรือไม่

 

คนพวกนี้ก็คือคนที่ทำหน้าที่ในการทำให้ประชาชนรู้สึกว่าคณะรัฐประหารทำสิ่งที่คณะรัฐประหารสัญญาไว้ก็คือ การขจัดการคอร์รัปชั่น แต่ประเด็นสำคัญที่สุดที่คนเหล่านี้ไม่เคยพูดก็คือปัญหาการคอร์รัปชั่นในสังคมไทย ไม่ได้เกิดขึ้นโดยนักการเมืองหรือโดยทักษิณ แต่ปัญหาการคอร์รัปชั่นนั้นเกิดขึ้นเพราะว่ามีระบบราชการสนับสนุน

 

ลำพังนักการเมืองเองไม่สามารถคอร์รัปชั่นได้ ถ้าไม่มีราชการสนับสนุน และราชการในที่นี้ก็กินความไปถึงทหารด้วยเช่นกัน

 

นี่คือประวัติศาสตร์ของการคอร์รัปชั่น และวาทกรรมเรื่องประชาธิปไตยทุกวันนี้ไม่ยอมพูดเรื่องนี้ ในขณะที่ปี 2530 โดยเฉพาะในช่วงที่เรามีนายกฯ ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง คือ

พล.อ.เปรม ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกฯตั้งแต่ช่วงปี 2524-2531 เวลาเราวิจารณ์การเมืองไทย ประเด็นหนึ่งที่ปัญญาชนจำนวนมากพูดก็คือการไม่มีประชาธิปไตยทำให้ราชการและทหารคอร์รัปชั่น

 

แต่หลังจากปี 2540 เป็นต้นมา เวลาเราวิจารณ์ประชาธิปไตย เราจะวิจารณ์ว่าประชาธิปไตยทำให้นักการเมืองคอร์รัปชั่น ในขณะที่ทหารและราชการคือสถาบันที่ไม่คอร์รัปชั่น

 

นี่คือจุดเปลี่ยนของความคิดที่สำคัญมากนั่นก็คือ ประชาชนหันไปยอมรับว่าทหารและข้าราชการคือพลังที่บริสุทธิ์ ในขณะที่นักการเมืองเป็นสถาบันที่เต็มไปด้วยการคอร์รัปชั่นด้วยวิธีการต่างๆ

 

สิ่งที่คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑะกาหรือคณะของคุณสวัสดิ์ โชติพานิชเข้ามาทำก็คือเข้ามาในกรอบของความคิดแบบนี้ นั่นก็คือการโจมตีการคอร์รัปชั่นซึ่งเกิดเฉพาะในกลุ่มของนักการเมือง แต่สิ่งที่เราไม่เคยได้ยินจาก คปค. ก็คือว่าข้าราชการทั้งหมดที่มีส่วนเกี่ยวข้อกับการคอร์รัปชั่นของรัฐบาลจะถูกจัดการอย่างไร

 

หรือยิ่งกว่านั้นก็คือ การคอร์รัปชั่นในระบบที่ไม่มีพรรคการเมืองหรือรัฐสภา เช่น การคอร์รัปชั่นในกองทัพหรือการคอร์รัปชั่นของข้าราชการชั้นสูงจะถูกจัดการอย่างไร นี่เป็นประเด็นที่ คปค. ไม่ได้พูดเลย

 

ฉะนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนี้ก็คือเราจะไม่คิดว่าเรื่องประเภทงบลับของทหารเป็นปัญหาทางการเมือง การที่ราชการตั้งงบประมาณของตัวเองประจำปีขึ้นมาแล้วได้รับการอนุมัติจาก คปค. แล้วไม่มีใครตรวจสอบ ไม่มีใครรู้ว่างบประมาณนี้จะถูกใช้อย่างไร.....นี่เป็นปัญหาทางการเมือง เพราะเราเชื่ออยู่ก่อนแล้วว่าการคอร์รัปชั่นนั้นจำกัดแค่นักการเมือง เราเชื่อไปก่อนแล้วว่าทหารและข้าราชการไม่คอร์รัปชั่น

ทั้งๆ ที่ระบบที่เกิดขึ้นอยู่ทุกวันนี้ เป็นระบบที่ทำให้การคอร์รัปชั่นเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าเพราะมันไม่มีการตรวจสอบอะไร

 

วิธีที่จะทำให้ประชาชนได้อะไรมากที่สุดจากการอยู่ในระบบรัฐประหาร ก็คือ การต่อต้านระบบรัฐประหาร ไม่ใช่การเข้าไปขอทานจากระบบรัฐประหาร

 


สังคมไทยยังพอมีทางออกไหม

ทางออกทางการเมืองมันมีหลายระดับ ทางออกในระดับปฏิบัติที่หวังจะให้เขาทำโน่นทำนี่ให้เราก็มี

 

ทางออกในระดับ practical บางอย่างก็อาจจำเป็นสำหรับภาคประชาชนบางส่วน เช่น ผมคิดว่าคนที่อาจจะได้รับความเดือดร้อนในชีวิตประจำวัน อย่างคนมุสลิมใน 3 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งเขาพยายามไปขอร้องให้ คปค.ช่วยเหลือเขา ไม่ให้ตำรวจไปอุ้มฆ่า เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่ว่าในระดับภาพรวมแล้ว ผมคิดว่าการหันไปหาทางออกแบบนี้ มันทำให้เราอยู่ในสภาพซึ่งเป็นเสมือนไพร่ฟ้า ที่จะได้อะไรมา

ก็ขึ้นอยู่กับว่าเขาจะเมตตาเราอย่างไร

 

ในด้านหลักการนั้น ผมคิดว่า วิธีที่จะทำให้ประชาชนได้อะไรมากที่สุดจากการอยู่ในระบบรัฐประหารก็คือการต่อต้านระบบรัฐประหาร ไม่ใช่การเข้าไปขอทานจากระบบรัฐประหาร เพราะมีแต่การต่อต้านรัฐประหารอย่างเต็มที่ที่จะทำให้ระบบทหารมารับฟังเสียงของประชาชน และรู้สึกว่าต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อเอาใจประชาชน ไม่ใช่การเข้าไปหวัง connection เล็กๆ น้อยๆ แล้วหว่านล้อมจูงใจเขาให้ได้อย่างที่เราอยากได้

 

ในทางการเมืองแล้ว การเข้าไปขอร้องให้คณะรัฐประหารช่วยนู่นช่วยนี่ ในที่สุดแล้วก็คือการมีส่วนรับรองว่าคณะรัฐประหารคือคนที่มีอำนาจทางการเมืองโดยชอบธรรม เท่ากับว่าภาคประชาชนไปยอมรับอำนาจของคณะรัฐประหาร ยอมรับว่าการยึดอำนาจเป็นวิธีการที่ถูกต้อง และนี่คือสัญญาณที่อันตรายต่อระบอบประชาธิปไตย

 

ทางเดียวที่ประชาชนจะได้อะไรจากระบอบรัฐประหารก็คือต้องต่อต้านและวิพากษ์วิจารณ์คนกลุ่มนี้ เพราะคนที่เกี่ยวข้องกับรัฐประหารครั้งนี้รู้ว่าตัวเองไม่ชอบธรรม รู้ว่ารัฐบาลที่แล้วมีนโยบายที่เข้าถึงคนจนและคนชั้นล่างอยู่มาก เขาถึงพยายามทำอะไรหลายอย่างเพื่อลบปมด้อยข้อนี้ เช่นพยายามแก้ปัญหาภาคใต้ ยกเลิกการเก็บเงิน 30 บาท รวมทั้งประกาศขึ้นค่าแรงให้กรรมกร

 

ว่าไปแล้ว ปมด้อยของคณะรัฐประหารชุดนี้อาจกดดันให้รัฐบาลสุรยุทธ์เป็นประชานิยมยิ่งกว่ารัฐบาลที่ผ่านมา และถ้าเป็นอย่างนั้น รัฐประหารครั้งนี้ก็คงเป็นยิ่งกว่าปาน่ารัก่ทางการเมือง

 

ถ้าย้อนกลับไปคำถามเดิมว่า ตอนนี้มีคนเห็นด้วยกับรัฐประหารค่อนข้างมาก แล้วการจะร่างกฎหมาย ประเด็นอยู่ที่ว่าการจัดวางของกลุ่มต่างๆ จะจัดวางกันยังไง

ประเด็นสำคัญในเรื่องนี้ต้องระวังด้วยนะว่า การบอกว่าคนเห็นด้วยจำนวนมากเราพูดผ่านความเห็นของสื่อมวลชนซึ่งไม่ได้สะท้อนเสียงของคน 19 ล้านคนที่เลือกทักษิณ แล้วมันเป็นไปไม่ได้ในโลกที่คน 19 ล้านคนที่เลือกทักษิณอยู่ดีๆ จะหายสาบสูญไปจากโลกนี้

 

ทุกวันนี้ อย่าลืมว่าสื่อมวลชนยังไม่ยอมรายงานข่าวของคนที่คัดค้านการรัฐประหารแม้แต่ครั้งเดียว ทั้งที่ในประเทศที่อยู่ใต้กฎอัยการศึกนั้น การชุมนุมของคนหลายร้อยต้องเป็นข่าวหน้าหนึ่งแน่ๆ แต่สื่อมวลชนในประเทศไทยก็ไม่ทำหน้าที่ขั้นพื้นฐานของตัวเอง

 

แล้ว 19 ล้านเสียงที่ว่ามันหายไปไหน

ไม่ได้หายไป แต่มันไม่ถูกรายงานเฉยๆ ปัญหาของคุณทักษิณก็คือแกไม่มีความสามารถเลยในการต่อสู้ทางอุดมการณ์ แกไม่เคยคิดว่าการต่อสู้ทางอุดมการณ์เป็นเรื่องความสำคัญ แกปล่อยให้พลังอีกฝ่ายหนึ่งเป็นคน set agenda ในเรื่องทางอุดมการณ์ทั้งหมด แกคิดเพียงอย่างเดียวว่าผลประโยชน์ทางวัตถุจะทำให้แกมีฐานทางการเมืองที่เข้มแข็ง แกไม่เข้าใจว่าผู้นำทางการเมืองในอดีตหลายคนก็เคยเล่นเกมนี้ แต่พอผู้นำเหล่านี้หมดอำนาจ ฐานทางการเมืองแบบนี้ก็หมดไป

 

หลังรัฐประหารล้มจอมพล ป. รัฐบาลใหม่ของจอมพลสฤษดิ์ก็มีนโยบายจำนวนมากที่เอาใจคนอีสาน หลัง พล.อ.เปรม ออกจากตำแหน่ง พล.อ.ชาติชายก็มีนโยบายจำนวนมากที่เอาใจคนอีสานเหมือนกัน แต่ใน

 

ที่สุดแล้ว ไม่มีใครสามารถใช้ผลประโยชน์ทางวัตถุไปคุมจิตใจคนอีสานให้เป็นฐานการเมืองในระยะยาวได้ เพราะชาวบ้านสนับสนุนใครก็ได้ที่ให้ผลประโยชน์เขามากพอ

 

อันนี้เป็นจุดที่ผมคิดว่าคุณทักษิณไม่เข้าใจ คนที่เข้าใจเรื่องนี้มากคือคุณไกรศักดิ์ ชุนหะวัณ เพราะคุณไกรศักดิ์แกลงพื้นที่ภาคอีสานกับพ่อตลอด แล้วแกจะเห็นภาพว่าเวลาที่พลเอกชาติชายมีตำแหน่งนายกฯ อยู่เอาเงินไปให้คนอีสาน คนอีสานรักมาก แต่พอลงไปพื้นที่อีกครั้งหลัง รสช.ยึดอำนาจ ชาวบ้านไม่พูดด้วยเลย

 

หลังจากทักษิณถูกทำลายลงไป ก็เกิดสภาพที่สถาบันต่างๆ ทั้งศาล ทหาร สถาบันทางประเพณี และประชาชนก็อยู่ร่วมกัน รวมทั้งมีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่มารับรองอำนาจ ปัญหาคือว่าถ้าไม่มีสถาบันทางการเมือง เช่น พรรคการเมือง การจัดวางอำนาจแบบนี้ก็จะมี conflict เกิดขึ้นอีกหรือเปล่า

ถ้ามีนักวิชาการคนไหนคิดอย่างนี้ ก็ต้องบอกว่านักวิชาการคนนั้นเชื่อเรื่องการสร้างการครอบงำมากกว่าชนชั้นนำเองด้วยซ้ำไป เพราะว่าแม้กระทั่งพันธมิตรฯ ที่อยู่ในเครือข่ายของคนชั้นนำเขาก็ยังคิดว่าเขายังไม่สามารถ maintain สิ่งนี้ได้ การรัฐประหารครั้งมันเป็นสัญลักษณ์อันหนึ่งว่าคนอย่างคนทักษิณคือสิ่งที่คนชั้นนำทั้งหมดกลัว นั่นก็คือมันเกิดคนซึ่งท้าทายระบบขึ้นมา

 

ในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่สำคัญมาก ทำอย่างไรจะให้ระบบทั้งหมดถูกควบคุมได้อีกครั้งหนึ่งแล้วไม่เกิดคนอย่างทักษิณขึ้นมาใหม่

 

ประเด็นที่อาจจะเป็นประเด็นชี้ขาดก็คือ มาตราอย่างมาตรา 22-23 ของรัฐธรรมนูญฉบับ ปี 2540 เป็นประเด็นสำคัญ หรือแม้กระทั่งการเกิดมาตรา 7 ในรัฐธรรมนูญปี 2540 ก็น่าสนใจ เพราะมันไม่เคยมีคำๆ นี้มาก่อนว่า ถ้าในกรณีที่เกิดอะไรแบบนี้ขึ้นมา ก็เปิดโอกาสให้มีอำนาจพิเศษเข้ามาแทรกแซง

 

คำถามก็คือทำไมรัฐธรรมนูญปี 2540 กำหนด concept แบบนี้ว่า เมื่อเกิดวิกฤตการณ์แบบนี้ต้องให้พระมหากษัตริย์เข้ามาแทรกแซง แสดงว่าในคนหมู่ชั้นนำเขารู้ว่าในอนาคตจะมีความขัดแย้งทางการเมืองบางอย่างที่รุนแรงและไม่สามารถแก้ไขได้โดยกระบวนการปรกติ

 


คิดอย่างไรที่มีคนบอกว่าคนที่ต้านการรัฐประหารหน่อมแน้ม หรือบอกว่ารัฐประหารก็เกิดขึ้นแล้วก็ให้ยอมรับความเป็นจริง หรือบอกว่าเป็นพวกที่เชื่อประชาธิปไตยแบบตำราฝรั่งเกินไปหรือเปล่า

ก็เวลาที่ทักษิณมีอำนาจทำไมไม่ยอมรับล่ะ ถ้า argument หลักก็คือ ใครมีอำนาจก็ยอมรับเขาไป เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วก็ต้องยอมรับ คุณก็ต้องยอมรับทักษิณเป็นนายกฯ ได้สิ

 

สำหรับผมแล้ว คนที่อ้างแบบนี้เป็นพวก double standard คืออ้างหลักการอะไรก็ได้ เพื่อผลทางการเมืองบางอย่างตลอดเวลา

 

……………………………………..

อ่านตอนที่ 1 สัมภาษณ์พิเศษ ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ : 30 ปี 6 ตุลา ประชาธิปไตยแพ้แล้ว?

 



 

 
 

--------------------------------------------------------------------------------
 โดย : ประชาไท
 วันที่ : 13/10/2549   
 แสดงความคิดเห็น : 128
 
 
 
 

 
ความคิดเห็นที่ 1   
   
   
^_^     
   
 "เรื่องที่เราควรจะจำไว้ให้มากๆ ก็คือ

ปัญญาชนกลุ่มที่ไหนและคนกลุ่มไหนที่สนับสนุนการรัฐประหาร

นี่จะเป็นตราบาปที่สำคัญ และจะเป็นเส้นแบ่งของคนรุ่นนี้ไปอีกนาน"

Yes, I do.

 
 
  วันที่   13/10/2549 4:54 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 2   
   
   
A Cornell PhD     
   
 Thanks so much again for your excellent article.

If most Thai who called themselve "the Educated people" can understand at least 1/4 of what you have been explained,

The evil political cycyle and dictatoships might not returne.

So hopeless for being Thai at this time

 
 
  วันที่   13/10/2549 5:43 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 3   
   
   
"ประชาธิปไตย"เฉยๆ     
   
 เขียนดีมากตามเคยครับ
ใช่เราต้องจำไว้
และสิ่งทีสำคัญกว่า เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร หากเป็นปัญญาชน ก็ต้องยึดถือหลักการ อย่าคิดตามกระแส อย่าเป็นปลาไหล อย่าแก้ตัวทีหลัง


 
 
  วันที่   13/10/2549 6:59 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 4   
   
   
กลูสนับสนุนการรํฐประหารครั้งนี้     
   
 @ +_+ ! ประชาไทขอทำการปิดความคิดเห็นนี้ เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่เหมาะสม @
 
 
  วันที่   13/10/2549 7:0 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 5   
   
   
ฟ้าแดงเดือด     
   
 นักการเมืองหรือข้าราชการก็กินกันทั้งนั้น แต่ในระบบประชาธิปไตยเรามสามารถตรวจ สอบและลงโทษได้ ภายใต้กหมายรัฐธรรมนูญ แต่ในสมัยเผด็จการครองเมืองเราแน่ใจได้หรือว่าไม่มีการคอรัปชั่น เหตุผลคือเราตรวจสอบไม่ได้ มีทหารถืออาวุธคุมอยู่ ยกตัวอย่างให้ดูคนหนึ่ง บิ๊กจ๊อด หลังจากเสียชีวิต มีมรดกเกือบ 4000ล้าน ถามว่าไปเอาเงินนีมาจากไหน ใครเคยไปกล้าถามบิ๊กจ๊อดบ้าง มีปปชกล้าไปถามหรือไม่ เปรมกล้าถามหรือไม่ว่าจ๊อดไปเอาเงินจากไหนมา ตายไปกลับมาเกิดอีกสิบชาติยังหาไม่ได้เลยถ้ายังรับราชการทหารอยู่กินเงินเดือนไม่กี่หมื่น นี่หรือที่ข้าราชการทหารไม่กิน มีข้าราชการตัวใหญ่ ตัวน้อยอีกมากมายถ้ากล้าตรวจสอบกันจริงๆผมว่าประเทศนี้เหลือข้าราชการที่ไม่โกงกินกันน้อยมาก ส่วนใหญ่โกงกินกันทั้งนั้น ยกตัวอย่างหนวยราชการอีกแห่งที่กรมศุลการกร มีใครเคยที่จะเข้ามาล้างให้มันสะอาดบ้าง สกปรกเหลือเกิน ก่อนที่จะกล่าวหานักการเมืองลองส่องกระจกดูตัวเองบ้าง การรัฐประหารครั้งนี้เป็นเพียงการแย่งชิงอำนาจกันของกลุ่มอำนาจเก่าที่ไม่ชอบการเลือกตั้งแต่อยากมีอำนาจทางการเมือง แต่ไม่ชอบลงไปไหว้ประชาชนเพราะว่าพวกนี้คิดว่าบ้านเมืองนี้เป็นของพวกเขาประชาชนเป็นเพียงผู้อาศัยเท่านั้นกับกลุ่มอำนาจใหม่ที่ไม่กลัวการเลือกตั้งกล้าที่จะลงไปขอคะแนนเสียงจากประชาชน กล้าที่จะลงไปไหว้ประชาชน
 
 
  วันที่   13/10/2549 7:2 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 6   
   
   
ฟ้าแดงเดือด     
   
 นักการเมืองหรือข้าราชการก็กินกันทั้งนั้น แต่ในระบบประชาธิปไตยเรามสามารถตรวจ สอบและลงโทษได้ ภายใต้กหมายรัฐธรรมนูญ แต่ในสมัยเผด็จการครองเมืองเราแน่ใจได้หรือว่าไม่มีการคอรัปชั่น เหตุผลคือเราตรวจสอบไม่ได้ มีทหารถืออาวุธคุมอยู่ ยกตัวอย่างให้ดูคนหนึ่ง บิ๊กจ๊อด หลังจากเสียชีวิต มีมรดกเกือบ 4000ล้าน ถามว่าไปเอาเงินนีมาจากไหน ใครเคยไปกล้าถามบิ๊กจ๊อดบ้าง มีปปชกล้าไปถามหรือไม่ เปรมกล้าถามหรือไม่ว่าจ๊อดไปเอาเงินจากไหนมา ตายไปกลับมาเกิดอีกสิบชาติยังหาไม่ได้เลยถ้ายังรับราชการทหารอยู่กินเงินเดือนไม่กี่หมื่น นี่หรือที่ข้าราชการทหารไม่กิน มีข้าราชการตัวใหญ่ ตัวน้อยอีกมากมายถ้ากล้าตรวจสอบกันจริงๆผมว่าประเทศนี้เหลือข้าราชการที่ไม่โกงกินกันน้อยมาก ส่วนใหญ่โกงกินกันทั้งนั้น ยกตัวอย่างหนวยราชการอีกแห่งที่กรมศุลการกร มีใครเคยที่จะเข้ามาล้างให้มันสะอาดบ้าง สกปรกเหลือเกิน ก่อนที่จะกล่าวหานักการเมืองลองส่องกระจกดูตัวเองบ้าง การรัฐประหารครั้งนี้เป็นเพียงการแย่งชิงอำนาจกันของกลุ่มอำนาจเก่าที่ไม่ชอบการเลือกตั้งแต่อยากมีอำนาจทางการเมือง แต่ไม่ชอบลงไปไหว้ประชาชนเพราะว่าพวกนี้คิดว่าบ้านเมืองนี้เป็นของพวกเขาประชาชนเป็นเพียงผู้อาศัยเท่านั้นกับกลุ่มอำนาจใหม่ที่ไม่กลัวการเลือกตั้งกล้าที่จะลงไปขอคะแนนเสียงจากประชาชน กล้าที่จะลงไปไหว้ประชาชน
 
 
  วันที่   13/10/2549 7:3 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 7   
   
   
ลบทำส้นตีนอะไร     
   
 @ +_+ ! ประชาไทขอทำการปิดความคิดเห็นนี้ เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่เหมาะสม @
 
 
  วันที่   13/10/2549 7:3 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 8   
   
   
จุ้นจ้าน     
   
 " ไม่ใช่ทำตัวเป็นขอทานจากระบอบเผด็จการ "

จุ้นจ้านว่า น่าจะเปลี่ยนคำพูดข้างบนนี้เป็น

" ไม่ใช่ทำตัวเป็นxxxให้กับระบอบเผด็จการ "

อ่ะ อ่ะ อ่ะ แว้บ แว้บ
 
 
  วันที่   13/10/2549 7:27 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 9   
   
   
ddd     
   
 อาว ทำยังไงกันดีละครับ

ต้องเดินขบวนประท้วงไม๊

ไม่ให้ความร่วมมือและต่อต้านกับรัฐบาลชุดนี้



เย้ๆๆๆๆๆๆ

ประเทศไทยจงเจริญ


 
 
  วันที่   13/10/2549 8:21 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 10   
   
   
Milo RambalDi     
   
  เห็นด้วยครับ และ ก้เข้าใจว่า 14 - 19 ล้านเสียงนี่จะช่วยได้ใหม อย่างที่ คุณ ศิโรตม์ บอก ก็น่าหนักใจนะครับ ไม่รู้ว่าว่า ข้อมูลข่าวสาร จะไปได้ทั่วถึง หรือ เปล่า ในยุค Internet แบบนี้ ฝ่ายโน้น ก้อัด TV หนังสือพิมพ์ ทุกวัน แต่เอาเถอะ ครับ ทุกสิ่งทุกย่างมันไม่ได้มาง่ายๆ หรอก ตั้งแต่ พศ. 16 มาแล้ว เฮ้อ! แต่ก้ขอบคุณ คุณศิโรตม์ มากๆ ครับ ที่ช่วยเขียนบทความ ช่วยเติมความรู้ใน สมอง ของผมให้เข้าใจอะไรอีกเยอะแยะ

ขอบคุณครับ
 
 
  วันที่   13/10/2549 8:39 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 11   
   
   
สหายร่วมอุดมการณ์     
   
 เห็นศิโรตม์มาตั้งแต่ตัวเล็กๆ มาเห็นอีกทีก็ผ่านไปหลายปี

จำได้ว่าช่วงก่อนพฤษภา ศิโรตม์ไปช่วยตั้งแต่ฉลาดอดข้าวนานมาก ตั้งแต่ยังไม่มีนักการเมืองหรือผู้นำนักศึกษาบางประเภทโผล่ไปด้วยซ้ำ ก็มีศิโรตม์กับเพื่อนอีกสิบกว่าคนนี่แหละที่ไปช่วยทุกวัน ไม่ได้เอาหน้าเอาตาอะไร

ช่วยๆ บ้านเมืองต่อไปนะ ประเทศเราต้องการคนอย่างพวกคุณ ไม่ใช่พวกนักวิชาการอีแอบ นักวิชาการดารา นักวิชาการบ้าออกสื่อ หรือนักวิชาการที่ดีแต่หากินกับภาพเหตุการณ์เดือนพฤษภา


 
 
  วันที่   13/10/2549 9:16 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 12   
   
   
Thana     
   
 เป็นบทความที่กล้าหาญมากครับ ชื่นชมจากใจจริง

 
 
  วันที่   13/10/2549 9:31 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 13   
   
   
John     
   
 @ +_+ ! ประชาไทขอทำการปิดความคิดเห็นนี้ เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่เหมาะสม @
 
 
  วันที่   13/10/2549 9:57 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 14   
   
   
KT     
   
 I totally agree with you k. Sirote
 
 
  วันที่   13/10/2549 10:1 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 15   
   
   
555     
   
 ลองอ่านนี้แล้วย้อนกลับไปดูสัมภาษณ์ตอนที่1นะครับ เอามาฝาก

โถ...ทักษิณทำผิดอะไร

โดย สุรวิชช์ วีรวรรณ 12 ตุลาคม 2549 20:06 น.



ตอนนี้กระบวนการตีโต้ว่า “ระบอบทักษิณ” อย่างไรเสียก็ยังดีกว่า รัฐประหารโดยทหาร กำลังออกฤทธิ์ออกเดช

ปัญญาชนที่ออกมาสนับสนุนการรัฐประหาร หรือกระทั่งพวกแอบโล่งอกอย่างผมว่า การรัฐประหารเป็นทางออกที่สังคมไทยไม่ต้องนองเลือด ถูกมองว่า เป็นพวกล้าหลัง โดยไม่อธิบายว่า เราจะจัดการกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ฉ้อฉลอย่างไร

บางคนบอกว่า ให้ใช้กระบวนการยุติธรรม ทั้งที่เห็นอยู่ว่า กระบวนการนั้นมันเดินไปไม่ได้ เพราะองค์กรอิสระที่จะจัดการกับนักการเมืองที่ทุจริตนั้นถูกซื้อ ถูกแทรกแซง และส่งคนของตัวเองเข้าไปควบคุม

คนพวกนี้พูดเหมือนกับว่า ประชาธิปไตย เป็นกลไกอัตโนมัติที่กดปุ่มแล้วต้องเดินไปตามจังหวะของมันเหมือนเครื่องจักรบรรจุกระป๋อง บรรจุบุหรี่ หรือเหมือนกับบอกว่า เครื่องยนต์กลไกอันนี้มีวาระการใช้งาน 4 ปี หากมันเกเรขึ้นมาก็ต้องตะบันใช้มันไปจนครบ 4 ปี

ดังนั้นเราเดินขบวนไล่ทักษิณไม่ได้ ถ้าไม่ชอบเลือกตั้งครั้งหน้าไม่ต้องเลือกเข้ามาอีก แต่ต้องทนไปให้ครบวาระก่อน

พวกประชาธิปไตยเฟ้อเหล่านี้มองถึงความหมายแบบ “ไทยๆ” เป็นเรื่องน่าขำ เพราะไม่มีฝรั่งคนไหนเขียนเอาไว้ในตำราที่พวกเขาร่ำเรียนมา ทั้งที่แบบไทยๆ นี้ไม่ได้หมายถึงรัฐชาติ แต่หมายถึง เงื่อนไข ภาวะ องค์ประกอบแวดล้อม เอกลักษณ์ วัฒนธรรม ซึ่งอาจจะเป็นแบบลาวๆ จีนๆ พม่าๆก็ได้

ที่ตลกก็คือ มีคนบอกว่า “ระบอบทักษิณ” ไม่มีจริง เป็นเพียงวาทกรรมที่สร้างขึ้น เพื่อให้ทักษิณดูน่ากลัวแบบเดียวกับพรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งทำให้ผมนึกถึงโปสเตอร์ที่รัฐไทยสร้างภาพว่า คอมมิวนิสต์เป็นยักษ์เป็นมาร

หากมองเฉพาะด้านดีอุดมการณ์ของพรรคอมมิวนิสต์เพื่อความเสมอภาคทางชนชั้นแบบลัทธิเฉลี่ยสัมบูรณ์ด้วยจิตใจที่รักความเป็นธรรมของฝ่ายที่เชื่อมั่นในแนวทางนี้ก็คงมีอยู่ แต่นั่นก็ช่างเถอะ เพราะในขณะนี้พวกที่ต่อต้านรัฐประการก็บอกอยู่แล้วไม่ใช่หรือว่า ระบอบประชาธิปไตยสมบูรณ์ที่สุด

ดังนั้น หากพิจารณาจากความจริงในขณะนั้นก็คือ ลัทธิคอมมิวนิสต์ได้ตีโอบเข้ามาโดยรอบประเทศไทย การตระหนักต่อภัยของลัทธิคอมมิวนิสต์ของรัฐไทยจึงไม่ใช่เรื่องที่เลื่อนลอย

แล้วเรามาพิจารณากันดูว่า “ระบอบทักษิณ” เป็นเรื่องเลื่อนลอยหรือเป็นเพียงวาทกรรมที่เครือข่ายต่างๆ และองค์กรที่หลอมรวมกันเพื่อขับไล่ทักษิณเขียนขึ้นมาให้ทักษิณดูน่ากลัวเป็นยักษ์เป็นมาร

พฤติกรรรมในการแทรกแซงองค์กรอิสระ การควบคุมองค์กรในกระบวนการยุติธรรม เช่น ตำรวจ ปปง. ดีเอสไอ สรรพากร มาเป็นเครื่องมือในการจัดการกับฝ่ายตรงข้าม ถ้าฝ่ายตรงข้ามทำผิดอำนาจรัฐจะจัดการอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าเป็นพวกเดียวกันหรือยอมจำนนทุกอย่างจะหยุดชะงัก

การใช้อำนาจรัฐละเมิดสิทธิมนุษยชน เช่น การอุ้มฆ่าใน 3 จังหวัดภาคใต้ จนลุกลามมาเป็นเหตุการณ์ฆ่าหมู่ที่ตากใบ และขยายผลเป็นสงครามในทุกวันนี้ การสร้างนโยบายขึ้นมาเพื่อฆ่าตัดตอนประชาชนโดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรม

หรือ การสร้างนโยบายเพื่อเอื้อให้กับธุรกิจของตัวเอง หรือการสร้างนโยบายเพื่อนำเงินของรัฐมาสร้างประโยชน์ให้กับตัวเองแบบหวยบนดิน เป็นต้น การแทรกแซงสื่อมวลชนด้วยการใช้ระบบอุปถัมภ์และอำนาจเงินเข้าไปควบคุม สื่อจำนวนหนึ่งยอมเซ็นเซอร์ตัวเอง ไม่เช่นนั้นก็จะถูกอำนาจรัฐเข้าไปจัดการ

รวมถึงความไม่มีจริยธรรมของทักษิณ หรือนี่เป็นเรื่องที่ถูกคนอื่นสร้างขึ้น ใส่ร้ายป้ายสี ด้วยเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตยที่เราสามารถลุกขึ้นชี้หน้าด่าทอประณามผู้นำได้

สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องจริงไม่ใช่หรือ แล้วจะแปลกตรงไหนถ้าเราจะเรียกว่า นี่คือ “ระบอบทักษิณ”

ถ้าไม่อยากเรียกว่า “ระบอบทักษิณ” แล้วแต่ใครจะเรียกว่าอะไรก็ช่าง เหมือนกับป่วยการที่เราจะนั่งเถียงกันว่า ทำไมถึงเรียกคุณสัตว์เท้ากีบคู่ สีดำหรือเทา เขาโค้งใหญ่ ว่า “^-^” ทำไมเราไม่เรียกมันว่าอย่างอื่น

รัฐประหารเป็นเรื่องที่ไม่ดีแน่ การถือปืนเข้ามาแล้วยึดอำนาจตั้งคนของตัวเองขึ้นมาเป็นใหญ่เป็นเรื่องไม่ดี แต่ข้อดีของการรัฐประหารครั้งนี้ก็คือ การขับไล่ “ระบอบทักษิณ” โดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ และถ้ารัฐประหารครั้งนี้ไม่เกิดขึ้น “ระบอบทักษิณ” ก็จะจัดตั้งคนของตัวเองมาปะทะจนนองเลือด จากนั้นทักษิณจะประกาศภาวะฉุกเฉินใช้อำนาจรัฐเข้าจัดการ แล้วทำรัฐประหารตัวเอง

ฝ่ายที่สนับสนุนทักษิณและอิงแอบอยู่กับฝ่ายต้านรัฐประหารบริสุทธิ์พยายามที่จะบอกว่า สิ่งที่บอกว่าทักษิณทำรัฐประหารตัวเองนั้นยังไม่เกิด การนองเลือดยังไม่เกิดขึ้น ดังนั้นเป็นการกล่าวหาทักษิณก่อนเหตุ

แต่ความจริงคนที่ติดตามข่าวก็รู้ว่า ฝ่ายรัฐบาลสั่งระดมคนออกมาแล้ว เพื่อต่อต้านกับการประกาศชุมนุมของพันธมิตรฯ สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ คนสองฝ่ายจะปะทะกัน ไม่ใช่คิดแบบเลื่อนลอยเพียงเพื่อสนับสนุนว่านี่คือ ผลด้านดีของการรัฐประหาร

ส่วนฝ่ายที่ต่อต้านรัฐประหาร แม้จะไม่ต้องการให้ฝ่ายที่ต่อต้านทักษิณคิดถึงการรัฐประหารที่อาจจะไม่ได้เห็นดีเห็นงามด้วยในเชิงบวก หรือกล่าวหาว่า พวกที่ต่อต้านทักษิณวาดภาพ “ระบอบทักษิณ” ให้น่ากลัวเกินไป ทักษิณไม่ได้เลวอย่างที่คิด แต่ฝ่ายต่อต้านรัฐประหารกลับพยายามทำให้คนอื่นเชื่อว่า คณะรัฐประหารจะเป็นยักษ์มารเช่นเดียวกับที่เคยเป็นมาแล้ว

แล้วถ้าเรื่องเหล่านี้ถูกมองด้วยความคาดการณ์เพื่อให้เอาอดีตเป็นบทเรียน ไม่ใช่สมการทางคณิตศาสตร์ แล้วทำไมไม่มองบ้างว่า ทหารอาจจะเอารัฐบาลหลังการรัฐประหารในอดีตไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลธานินทร์ หรือรัฐบาลสุจินดา มาเป็นบทเรียน ว่านี่คือความล้มเหลวของความพยายามสืบทอดอำนาจเผด็จการ

ผมเห็นด้วยกับคนที่ออกมาต่อต้านรัฐประหารด้วยความบริสุทธิ์ใจ คนที่ยืนหยัดในแนวทางของตัวเอง คนเหล่านี้พร้อมออกมาคัดค้านไม่ว่าจะเป็นรัฐประหารโดยทหารหรือทักษิณ แต่ผมรับไม่ได้ที่มีคนพวกหนึ่งออกมาต่อต้านรัฐประหาร แล้วแอบตั้งคำถามว่า “ทักษิณผิดอะไร” หรือ “ระบอบทักษิณ” ถูกสร้างขึ้นให้น่ากลัวกว่าความเป็นจริง เพราะเราเห็นอยู่แล้วว่า ทักษิณทำความชั่วร้ายอะไรไว้บ้าง เราพูดถึงสิ่งเหล่านั้นก่อนที่ทหารจะนำมาอ้างในเหตุผลการล้มล้างรัฐบาลทักษิณเสียอีก

ลองพิจารณาว่า ถ้าทหารไม่รัฐประหารทักษิณ แต่ทักษิณรัฐประหารตัวเอง ผลดีกับผลเสียมันจะแตกต่างกันอย่างไร

แล้วที่มีคนบอกว่า ถ้าทหารไม่ทำตามสัญญาที่ให้ไว้ จะทำอย่างไร คำตอบของผมก็คือ ประชาชนก็ลุกขึ้นมาขับไล่ทหารอีก แบบที่เราทำมาแล้วในเหตุการณ์เดือนพฤษภา เราไม่ได้อินังขังขอบว่า เราสู้กับรัฐบาลทหารหรือพลเรือน แต่เราสู้กับความไม่ถูกต้องและความไม่ชอบธรรมไม่ใช่หรือ

ถ้าอยู่ดีๆ ทหารถือปืนขับรถถังออกมาขับไล่รัฐบาลที่ดีและมีคุณธรรมสิครับ ป่านนี้พลังประชาชนคงขับไล่ผู้นำทหารเหล่านั้นจนไม่มีแผ่นดินอยู่ไปแล้ว

มองไปข้างหน้าอย่างนี้ จะมาเผด็จการหาว่า ผมเป็นพวกล้าหลังไม่ได้เชียวนะครับ
 
 
  วันที่   13/10/2549 10:11 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 16   
   
   
กรณิศา     
   
 บอกได้คำเดียวว่า เสียดายท่านนายกทักษิณ จริงๆ คนที่ทำประโยชน์ให้กับประเทศไทยไว้เยอะมากกว่าสมัยใดๆทั้งสิ้น
 
 
  วันที่   13/10/2549 10:14 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 17   
   
   
Siamish     
   
 Excellent Article, I agree.

It's not because I believe in this article but it is matching or compatible with my own resonable attitude.

It's quite dissapointed that a lot of people have negative thinking to the right thing or right way, at the same time pushing possitive thinking to the wrong thing or right way.

Democratic way is what my phillosophy of life.

Thai people must have freedom and the right to choose what they want.
 
 
  วันที่   13/10/2549 10:16 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 18   
   
   
Siamish     
   
 Correction on 17

Excellent Article, I agree.

It's not because I believe in this article but it is matching or compatible with my own resonable attitude.

It's quite dissapointed that a lot of people have negative thinking to the right thing or right way, at the same time pushing possitive thinking to the wrong thing or wrong way.

Democratic way is what my phillosophy of life.

Thai people must have freedom and the right to choose what they want.

 
 
  วันที่   13/10/2549 10:19 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 19   
   
   
จากสมาชิกทรท     
   
 ขอบคุณชาวประชาไทที่ต่อสู้เพือนายกฯทักษิณของเรา

ขอบคุณชูวัส ที่ต่อสู้เพื่อไทยรักไทย
 
 
  วันที่   13/10/2549 10:20 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 20   
   
   
เอามาอ้างทำไม     
   
 เจ้าสุรวิชช์ วีรวรรณ ...คุณนี่ลูกกระป๋อง กะทินี่นา..
 
 
  วันที่   13/10/2549 10:21 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 21   
   
   
nid     
   
 ช่วยส่งหลอดจากพื้นให้ฉลาดดูดเหรอ

แต่ตอนนั้นเราพวกเดียวกันนี่นา
งั้นก็ช่างมันเถ้อะ

 
 
  วันที่   13/10/2549 10:24 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 22   
   
   
LM     
   
 เห็นด้วยกับคห.8
เรามาคอยดูกันดีกว่าว่า
ใครจะเป็นขอทานหรือ
โสเภณีให้กับระบอบเผด็จการ
ขอให้ช่วยกันจำเอาไว้
โดยเฉพาะพวกนักวิชาการจอมปลอม
นักวิชาการขายตัว
หลงไหลมัวเมาในอำนาจ
ไม่เคยคิดถึงชาติและประชาชน...
 
 
  วันที่   13/10/2549 10:30 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 23   
   
   
พเืพะ     
   
 เมื่อผืนฟ้าสีทองผ่องอำไพ
ประชาจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน
 
 
  วันที่   13/10/2549 10:34 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 24   
   
   
...     
   
 แนะให้ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ ออกไปนำประท้วง
ไม่ก็เป็น Think Thank ให้กับแกนนำประท้วงคปห. กดดัน๕ณะคปห.
สมมติว่าใช้เวลาประมาณ 3-6เดือน นองเลือด หรือไม่นองเลือดไม่รู้ แต่คปห.ถอยกลับไป ฝ่ายต่อต้านคปห.ได้ชัยชนะ..แล้ว...(กรุณาต่อนิยายเรื่องนี้หน่อย)
 
 
  วันที่   13/10/2549 10:34 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 25   
   
   
ชื่นชมจากใจจริง     
   
 ขอชื่นชมนักวิชาการรุ่นใหม่อย่างคุณศิโรตม์ ที่มีความกล้าหาญ กล้าวิพากษ์วิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาโดยไม่มีความเกรงกลัวใดๆ ขอให้รักษาความดีและเส้นทางการต่อสู้นี้ต่อไป
 
 
  วันที่   13/10/2549 10:35 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 26   
   
   
อยากรู้     
   
 คห.4 นี่เป็นลูกxxxหรือเปล่านะ ถ้าใช่ ตอบด้วย
 
 
  วันที่   13/10/2549 10:38 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 27   
   
   
ysostupid     
   
 A COUP IS A DESIGN FOR BAD TASTE PERSON การปฏิวัติเป็นรูปแบบสำหรับผู้มีรสนิยมสถุล
 
 
  วันที่   13/10/2549 10:42 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 28   
   
   
พวกคุณเจ๊กกบฏ     
   
 ความคิดเห็นที่ 15 <------^-^บ้านเราอาย คิดและเขียนได้ไง ขนาดเรามีลูกชายเป็นนายทหารยังไม่เห็นด้วยเลย แต่ต้องปฏิบัติตามที่ผู้บังคับบัญชาสั่งการ
 
 
  วันที่   13/10/2549 10:53 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 29   
   
   
คิดหน่อย     
   
 ที่คนเขาปฏิเสธอำนาจทักษิณ เพราะทักษิณใช้อำนาจที่ได้รับฉันทานุมัติจากประชาชนโดยมิชอบ คือใช้อำอาจจนเกิดปรากฏการณ์ "โกงทั้งโคตร" ไม่มีใครปฏิเสธอำนาจประชาชน
...ถ้าทหารเป็นทหารของประชาชน และใช้อำนาจแทนประชาชนจัดการกับอำนาจมิชอบของทักษิณ ก็ยอมรับว่าผิดประชาธิปไตยเชิงรูปแบบ แต่ไม่ได้ผิดเชิงเนื้อหา
...ทักษิณได้อำนาจมาถูกต้องตามรูปแบบประชาธิปไตย แต่ใช้เงินซื้อนักการเมือง พรรคการเมือง สื้อเสียง และโกงกิน รวมทั้งทำให้กระบวนการตรวจสอบ องค์กรอิสระพิกลพิการ...นี่คือการทำลายเนื้อหาประชาธิปไตยแบบสุดๆ
...รัฐประหารครั้งนี้ผิดรูปแบบประชาธิปไตย แต่รักษาเนื้อหาประชาธิปไตยได้ดีกว่า ...เอาง่ายๆแค่เลือกคณะรัฐมนตรี และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ยังเลือกได้หลากหลายกว่า น่าเชื่อถือกว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งที่ได้รัฐมนตรีจาก "มุ้ง" ต่างๆซึ่งมากด้วยพวกยี้ เขี้ยวลากดิน เสือสิงห์ กระทิงแรด
...จะต่อต้านรัฐประหารกันตามประเพณี แข็งทื่อ ไม่ลืมตาดูความเป็นจริง ใช้สมองคิดกันหน่อย!
 
 
  วันที่   13/10/2549 10:56 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 30   
   
   
J o r n     
   
 เห็นด้วยเรื่องพรรคการเมืองไม่มีบทบาท
ที่คุณศิโรตม์บอกว่า

ขณะที่สถาบันอื่นๆ เข้าถึงประชาชนได้ด้วยเพลงปลุกใจ ข่าว กิจกรรม พิธีกรรมต่างๆ พรรคการเมืองจะพบประชาชนได้ก็เฉพาะในเวลาที่มีการเลือกตั้ง ทำให้ในที่สุดแล้ว พรรคการเมืองไม่สามารถเข้าถึงประชาชนโดยตรงได้มากเท่ากับสถาบันอื่นๆ ที่ไม่ใช่พรรคการเมือง
____________________
เรื่องนี้เรื่องใหญ่ ผมคิดว่าตรงนี้แหละที่
ทำให้หลายคนยอมรับกับรัฐประหารครั้งนี้
 
 
  วันที่   13/10/2549 10:58 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 31   
   
   
คิดหน่อย     
   
 ที่คนเขาปฏิเสธอำนาจทักษิณ เพราะทักษิณใช้อำนาจที่ได้รับฉันทานุมัติจากประชาชนโดยมิชอบ คือใช้อำอาจจนเกิดปรากฏการณ์ "โกงทั้งโคตร" ไม่มีใครปฏิเสธอำนาจประชาชน
...ถ้าทหารเป็นทหารของประชาชน และใช้อำนาจแทนประชาชนจัดการกับอำนาจมิชอบของทักษิณ ก็ยอมรับว่าผิดประชาธิปไตยเชิงรูปแบบ แต่ไม่ได้ผิดเชิงเนื้อหา
...ทักษิณได้อำนาจมาถูกต้องตามรูปแบบประชาธิปไตย แต่ใช้เงินซื้อนักการเมือง พรรคการเมือง สื้อเสียง และโกงกิน รวมทั้งทำให้กระบวนการตรวจสอบ องค์กรอิสระพิกลพิการ...นี่คือการทำลายเนื้อหาประชาธิปไตยแบบสุดๆ
...รัฐประหารครั้งนี้ผิดรูปแบบประชาธิปไตย แต่รักษาเนื้อหาประชาธิปไตยได้ดีกว่า ...เอาง่ายๆแค่เลือกคณะรัฐมนตรี และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ยังเลือกได้หลากหลายกว่า น่าเชื่อถือกว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งที่ได้รัฐมนตรีจาก "มุ้ง" ต่างๆซึ่งมากด้วยพวกยี้ เขี้ยวลากดิน เสือสิงห์ กระทิงแรด
...จะต่อต้านรัฐประหารกันตามประเพณี แข็งทื่อ ไม่ลืมตาดูความเป็นจริง ใช้สมองคิดกันหน่อย!
 
 
  วันที่   13/10/2549 10:59 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 32   
   
   
456     
   
 ไม่รู้ว่า อ ศิโรฒน์ เป็นอะไร กับ องอาจ คล้ามไพบูลย์ แต่ต่างกันราวฟ้ากับดิน แต่องอาจแค่พิมพ์ชื่อผมยังไม่อยากจะพิมพ์เลย เมื่อก่อนรัฐประหาร แกโผล่หน้าออกทีวีทีไร ผมรีบเปลี่ยนช่องหนีทันที คนอะไรไม่รู้ เหมือนไม่มีสมอง โผล่หน้ามาเพื่อรักษากระแสไปเรื่อย ๆ ไม่น่าเชื่อว่าเป็นแอ็คติวิสต์เก่าเลยจริง ๆ
 
 
  วันที่   13/10/2549 11:3 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 33   
   
   
กบตัวหนึ่ง,,,     
   
 บทความดีครับ...

แต่ทั้งหมดผมโทษครูบาอาจารย์ที่สอนกฏหมายทั้งหลาย กี่ปีแล้วที่เราอ้างว่ามีประชาธิปไตย
แต่จนป่านนี้คนของเรากี่คนเข้าใจคำว่าประชาธิปไตย...
อาจารย์ทางรัฐศาสตร์บางท่านก็สับสนเรื่องวิธีการปกครองแบบประชาธิปไตย ไม่มีจุดยืน เลยทำให้การสอนประชาธิปไตยของเราผิดเพี้ยนไปเรื่อยๆ ก็ขนาดอาจารย์ในจุฬาและธรรมศาสตร์ยังเป็นเสียอย่างนี้ แล้วประชาชนทั่วๆ ไปจะสำเหนียกคำว่าประชาธิปไตยว่าอย่างไร...
ผมไม่แปลกใจที่เห็นการด่าทอกันไปมาในกระทู้ไหนๆ นี่ก็ประชาธิปไตยแบบหนึ่ง แต่อย่าไปด่าทอกันตามท้องถนน เพราะมันละเมิดผู้อื่นก่อความรำคาญและอาจเป็นเหตุวิวาทในเวลาต่อมา...
ถ้าเราทำให้คนไทยรู้ว่าคนแบบไหนเราควรเลือกมาเป็นผู้แทนของเรา คนแบบไหนที่เสนอตัวมาเป็นนายกแล้วเราควรเลือกพรรของเขา... ถ้าคนเลือกผู้แทนเป็น รัฐธรรมนูญแบบไหนเราก็ได้ผู้บริหารที่ดีได้
ไม่ต้องตามแก้ตามฉีกรัฐธรรมนูญแบบที่คนโง่บางกลุ่มคิดว่าเป็นทางออก...
กบกลุ่มหนึ่งร่างกติกาโดยมีนกกระสานั่งกำกับอยู๋...เพื่อให้กบกลุ่มเดิมเลือกนาย...
มันก็จะได้นายแบบเดิมๆ แหละครับ เลือกใหม่ๆ คุณกบที่คิดว่าตัวเองฉลาดก็กระดี้กระด้าว่าเราร่างดีเป็นประโยชน์แก่กบโง่ๆ ทั้งหลายกบโง่ก็ยินดีปรีดาว่าพวกเราเป็นประชาธิปไตยแล้วแต่ที่เลือกเข้าไปน๊ะ...

เราจะทำอย่างไรให้กบพวกนี้รู้ว่ากำลังอยู่ในอ่างน้ำร้อนที่กำลังจะต้มพวกเขา และจะทำอย่างไรให้เขารู้ว่าผู้แทนแบบไหนควรเลือก แต่บางครั้งผมก็สงสารกบที่มีตัวเลือกแบบไม่ใช่ตัวเลือก...


 
 
  วันที่   13/10/2549 11:13 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 34   
   
   
ขอขอบคุณ     
   
 ขอบคุณประชาไทที่ต่อสู้เพื่อทักษิณ ขอบคุณศิโรตม์ที่ต่อสู้เพื่อทักษิณ
ขอบคุณประชาไทที่ต่อสู้เพื่อทักษิณ ขอบคุณศิโรตม์ที่ต่อสู้เพื่อทักษิณ
 
 
  วันที่   13/10/2549 11:18 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 35   
   
   
ong-art     
   
 ถ้าผมจะดูนักวิชาการว่าตรรกะและอุดมการณ์เป็นอย่างไร:
-ดูจากปัจจุบันถึงอดีต20ปี
-มีความมั่นคงในตรรกะและอุดมการณ์ท่ามกลางภาพมายาของนักวิชาการมากมายที่ฉาบฉวยรีบฉกฉวยโอกาสโดยไร้หลักการและอุดมการณ์ อ.ศิโรฒน์คือภาพจริงของนักวิชาการที่มีจุดยืนที่ชัดเจนและสง่างาม และมั่นคงมาโดยตลอด เหตุผลที่นำมายึดโยงกับแนวคิดของอาจารย์เป็นสิ่งที่มองเห็นเป็นรูปธรรมค่อนข้างชัดเจน บนพื้นฐานของวุฒิธรรมและคุณธรรม อีก 10ปีหรือ 20ปีข้างหน้า มั่นใจว่าจะได้เห็นภาพเช่นนั้น ขอคารวะอาจารย์ด้วยความจริงใจ
 
 
  วันที่   13/10/2549 11:21 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 36   
   
   
ong-art     
   
 ถ้าผมจะดูนักวิชาการว่าตรรกะและอุดมการณ์เป็นอย่างไร:
-ดูจากปัจจุบันถึงอดีต20ปี
-มีความมั่นคงในตรรกะและอุดมการณ์ท่ามกลางภาพมายาของนักวิชาการมากมายที่ฉาบฉวยรีบฉกฉวยโอกาสโดยไร้หลักการและอุดมการณ์ อ.ศิโรฒน์คือภาพจริงของนักวิชาการที่มีจุดยืนที่ชัดเจนและสง่างาม และมั่นคงมาโดยตลอด เหตุผลที่นำมายึดโยงกับแนวคิดของอาจารย์เป็นสิ่งที่มองเห็นเป็นรูปธรรมค่อนข้างชัดเจน บนพื้นฐานของวุฒิธรรมและคุณธรรม อีก 10ปีหรือ 20ปีข้างหน้า มั่นใจว่าจะได้เห็นภาพเช่นนั้น ขอคารวะอาจารย์ด้วยความจริงใจ
 
 
  วันที่   13/10/2549 11:26 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 37   
   
   
agree     
   
 Oh! yes! His article is so excellent and he is so brave to criticize this coup government. Thai people shoud stand up with him to criticise this junta government and tell them return democracy to thailand and all thai people as soon as possible.
 
 
  วันที่   13/10/2549 11:29 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 38   
   
   
V     
   
 V for Vendeta
 
 
  วันที่   13/10/2549 11:36 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 39   
   
   
P     
   
 ประชาชนของประเทศนี้ที่มีจิตสำนึกเรื่องประชาธิปไตย ยังมีไม่มากเพียงพอที่จะดำรงการปกครองระบอบประชาธิปไตยเอาไว้ได้

ปัญหาคือ คนไทยยังยึดตัวบุคคลมากกว่าระบบ ประเทศนี้รอแต่ "คนดี ศรีอยุธยา" มากกว่าระบบที่ดี นำพาชาติพ้นภัย
 
 
  วันที่   13/10/2549 11:51 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 40   
   
   
devil     
   
 ขอบคุณสำหรับ บทความจากการสัมภาษณ์ ที่ดี ๆ เช่นนี้นะครับ

" ปมด้อยของคณะรัฐประหารชุดนี้อาจกดดันให้รัฐบาลสุรยุทธ์เป็นประชานิยมยิ่งกว่ารัฐบาลที่ผ่านมา และถ้าเป็นอย่างนั้น รัฐประหารครั้งนี้ก็คงเป็นยิ่งกว่าปาน่ารัก่ทางการเมือง "

เริ่มแสดงให้เห็นผ่านนโยบายหลาย ๆ อย่างของรัฐบาลชุดนี้ และน่าจะมีตามมาอีกหลายเรื่อง ท้ายที่สุดการรัฐประหารครั้งนี้ก็เป็นแค่เพียงการเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจในสังคมไทยเท่านั้น
 
 
  วันที่   13/10/2549 12:2 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 41   
   
   
ThaiLA     
   
 หลังจากที่ถูกกระทำชำเราโดยทหารหาญของชาติ ครั้งแล้ว ครั้งเล่า กว่า15ครั้ง เธอเริ่มเกิดความชินชากับมันเสียแล้ว.....และคราวนี้เธอเธอคงเสียสติไปแล้ว เพราะเธอกำลังแสดงอาการที่พอใจและมีความสุขกับการถูกทารุนทางเพศครั้งนี้....
อนิจจา...เธอคือประชาชาวไทยผู้อ่อนแอและหน้าสงสาร
 
 
  วันที่   13/10/2549 12:22 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 42   
   
   
Politician Boss     
   
 ผมว่าปัญหาการเมืองไทยที่มันซ้ำซากอยู่ทุกวันนี้ เพราะ
1.มันเกิดจากการที่มีการแบ่งชนชั้นทางสังคมในทางการเมือง คือคนกลุ่มชนชั้นนำทำตัวเจ้ากี้เจ้าการคอยเที่ยวไปตัดสินความคิดคนอื่น แล้วจัดการเปลี่ยนแปลงการเมืองไปตามแนวความคิดเห็นของตัวเอง โดยอยู่บนรากฐานความยึดถือในอัตตาของตนเอง เรารู้เราแน่ พวกคุณไม่รู้หรอก พวกคุณมันไม่มีการศึกษา ผมไม่คิดว่าคนหิวข้าว แล้วต้องการข้าวมันจะเป็นคนโง่ตรงไหน ผมกับมองโดยส่วนตัวว่าพวกคนชั้นนำ นั้นเอาเปรียบคนชั้นล่างตลอดเวลา บริโภคทรัพยากรก็มากกว่า ใช้โอกาสทางเศรษฐกิจ ทางสังคม ทางการเมือง ฯลฯ ก็มากกว่า ผมไม่มีวันเชื่อโดยเด็ดขาดว่าลูกชาวนาจน ๆ คนหนึ่งจะไม่อยากเป็นด็อกเตอร์ ถ้าประเทศให้หลักประกัน และมีทางให้เขาเดินไปถึง และถ้าเขาได้เป็นด๊อกเตอร์ เขาน่าจะใช้ความรู้ความสามารถให้เกิดประโยชน์ได้มากกว่าพวกที่อวดฉลาด ชูคอสลอนกันทุกวันนี้เสียเอง

2. รู้จักหน้าที่ มีวินัย และมีความรับผิดชอบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างเคร่งครัดแล้ว ในกรณีคุณทักษิณ ถ้าเขาทำผิดพลาดจริง มันก็ต้องตรวจสอบกันได้ ลงโทษกันได้แน่นอน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นทุกวันนี้มันแสดงให้เห็นว่า ทุกคนยืนเหยียบอยู่บนผลประโยชน์ของตนเองทั้งนั้น ซึ่งมันอาจไม่ได้หมายถึงเงินเสมอไป

สำหรับผมแล้ว เห็นด้วยอย่างยิ่งยวด ในแนวการบริหาร และพัฒนาประเทศของคุณทักษิณ ผมจะไม่ฝากอนาคตของประเทศไว้กับชนชั้นนำที่มีอยู่ในปัจจุบัน แต่ผมต้องการหลักประกันความเจริญรุ่งเรืองของประเทศ โดยต้องการให้ยกระดับชนชั้นล่างของประเทศขึ้นมาในทุกๆด้าน เพื่อให้เขาสามารถยืนหยัด และมีพลังมากพอที่จะต่อต้านความไม่ถูกต้องที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

"สถานะการเกิดของบุคคลที่ต่างกัน ย่อมไม่ทำให้สิทธิในประเทศนี้สูญเสียไป"
 
 
  วันที่   13/10/2549 12:26 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 43   
   
   
ja     
   
 เราไม่ควรลืมว่าบุคคลสำคัญของชาติท่านหนึ่งวิจารณ์การร่างรัฐธรรรมนูญแบบนี้ไว้อย่างรุนแรง คนๆ นี้คือ ปรีดี พนมยงค์ แกนนำคนสำคัญของการเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศให้เป็นประชาธิปไตยเมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ ซึ่งปรีดีเห็นว่าวิธีการแบบสภาสนามม้านั้น “บิดเบือนเจตนารมณ์ประชาธิปไตย” ของวีรชน 14 ตุลา"
คิดว่าผู้เรียบเรียงน่าจะเรียบเรียงพลาด เพราะคนละเวลากันเลย ช่วยแก้ด้วยค่ะ
 
 
  วันที่   13/10/2549 12:27 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 44   
   
   
อืม     
   
 ก้อไป ปลุกระดม คนแถวเหนือ แถวอีสาน รวมตัว กัน เผาบ้าน เผาเมือง เพื่อทักษิณ พ่อบังเกิดเกล้า ศิโรตต์ เลยดีมั้ย

พูดไปพูดมา ที่ค้าน คปค ก้อ ขี้ข้าเงิน ขี้ข้าทักษิณ ทั้งน้าน
 
 
  วันที่   13/10/2549 12:29 
 
 


 
ความคิดเห็นที่ 45   
   
   
555     
   
 Thaksin is more like President Fox of Mexico - elected by the poor, and supported by the US.

Hugo Chavez, on the other hand, was a soldier who had staged a coup. This then is the man whom you should denounce!
 
 
  วันที่   13/10/2549 12:35 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
therd
jaidee4
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 373


Re: โรงเรียนลูกผู้ชาย : Academy of true Gentleman (เชิงวิพากษ์ โดย นรต.49)
« ตอบ #178 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2006, 22:48:26 »

http://www.palawat.com/twiki/tiki-index.php?page=20061118_activity_report


ผมอยากไปร่วมงานนี้จริง .....สาเหตุที่เอาข่าวพวกนี้มาให้อ่านก่อน  จะวิเคราะห์ผ่านคัมภีร์อี้จิงนะครับ ...
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
therd
jaidee4
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 373


Re: โรงเรียนลูกผู้ชาย : Academy of true Gentleman (เชิงวิพากษ์ โดย นรต.49)
« ตอบ #179 เมื่อ: พฤศจิกายน 20, 2006, 17:11:22 »

อ่านคัมภีร์อี้จิงต่อดีกว่านะครับ
    เพื่อมีคนสนใจต่อ   เอาไว้เล่มหน้า  ผมจะวิพากษ์เล่มหนุกๆ  บ้างแล้วกัน   เล่มนี้เอาแบบปรัชญายากๆ  หน่อย  แต่ก็ไม่ยากเท่าใด  เพราะปรัชญาจีนส่วนใหญ่เป็นปรัชญาในทางปฏิบัติอยู่แล้ว
  บทที่  2   ต่อจากสร้างสรรค์  ก็คือการตั้งรับ 
เมื่อจะทำอะไรจะต้องมีความคิดสร้างสรรค์  และการตั้งรับ
   ในภาษาจีนเรียกการตั้งรับว่า  “คุณ” KUN  ซึ่งเป็นเส้นทั้งหกแตกออกจากกัน   มีความหมายถึงหยิน –หยางในตัวด้วย    การตั้งรับนั้นไม่ใช่ตรงข้ามกับการสร้างสรรค์  เพราะแม้จะดูฟังเหมือนตรงข้ามกันคือการสร้างสรรค์ต้องการรุกไปข้างหน้า  แต่ตั้งรับต้องการอยู่กับที่  แต่จริงๆ  แล้ว  การตั้งรับเป็นการทำให้การสร้างสรรค์สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น 
  ซึ่งเหมือนที่เราได้ยินมาว่าความตรงข้ามระหว่างสวรรค์กับโลก,  พื้นที่กับเวลา, ผู้หญิง – ผู้ชาย    โดยเรื่องนี้สามารถปรับใช้กับทุกสิ่ง   
  รวมทั้งกิจการของมนุษย์ในความสัมพันธ์ระหว่างหญิง – ชาย  , ผู้ปกครอง – ผู้ถูกปกครอง , พ่อกับลูก  ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ในกาลามสูตร  นั้นเป็นการบอกเทคนิคหรือสูตรต่างๆ  ในการทำให้อีกฝ่ายหนึ่งมีความสุข  ก็ไม่ต่างกัน  ผู้ปกครองต้องการให้ผู้ใต้ปกครองมีความสุข  เพราะหากสิ่งที่อยู่ตรงข้ามกันไม่ได้ดำรงอยู่เพื่อสิ่งที่ตรงกันข้ามนั้น ก็เหมือนเป็นการทำลายล้างตนเองไปด้วย

    “THE JUDGMENT

   THE RECEPTIVE brings about sublime success,
   Furthering through the perseverance of a mare.
   If the superior man undertakes something and tries to lead,
   He goes astray;
   But if he follows, he finds guidance.
   It is favorable to find friends in the west and south,
   To forego friends in the east and north.
   Quiet perseverance brings good fortune

เพราะว่ามนุษย์เราไม่ได้เป็นอิสระจากสิ่งใด  แต่ต้องเกี่ยวพันกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่เสมอ  ดังนั้นแล้วผู้นำที่ดีจึงต้องสั่งสอนตัวเองอยู่เสมอ   โดยไม่ก้าวไปข้างหน้าอย่างมืดบอด  แต่เรียนรู้สถานการณ์ที่อยู่รอบๆ  ตัว  โดยไม่ปล่อยให้เป็นไปตามโชคชะตา

      ในตำราพิชัยสงครามซุนวู เองก็เคยเขียนไว้ว่า  ผู้นำทัพนั้นจะต้องบังคับบัญชาผู้ใต้บังคับบัญชาให้ดี  หากมีความผิดพลาดจะโทษโชคชะตาไม่ได้เลย
     การตั้งรับประกอบด้วย
    1.กระทำการด้วยความระมัดระวัง
    2.หยุดเฉย  บ้าง  ดำเนินการอย่างเรียบง่าย หรือเรียกว่า  “กระทำโดยไม่กระทำ”
   3.  ห้ามโอ้อวดตนเอง  แต่ใช้ความสามารถอย่างเป็นประโยชน์มากที่สุด
    4.ใช้สัญลักษณ์สีเหลือง  ( สงสัยไหมว่าทำไมเขาเลือกใช้สีเหลือง) เพราะหมายถึง   ความอ่อนน้อมถ่อมตน  อัจฉริยภาพ  และ  “ทางสายกลาง”
   5.ใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหว
   6.อย่าแสดงออกนอกหน้า
        ข้อเหล่านี้นั้น  คปค. ไม่ได้แสดงออกถึงการกระทำ  ทั้งที่สถานการณ์เอื้อโอกาส  บอกแล้วว่าการทหารก็อีกเรื่องหนึ่ง  การเมืองก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง น่าเสียดาย  น่าเสียดาย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 10 11 [12] 13 14 15 ขึ้นบน พิมพ์ 
« previous next »
กระโดดไป:  

หน้าแรก ชุมชนคนใจดี !!  บอร์ด ชุมชนคนใจดี !!  อัลบั้ม ชุมชนคนใจดี !!  เกมส์ ชุมชนคนใจดี !!  แชทรูม ชุมชนคนใจดี !!

Choose your language : Thai  English

JAZ Airhostess  Pre Cadet 33  Police Cadet 49  Air Cadet 40

Powered by MySQL Powered by PHP
© 2005 Modified by v Cop Thailand
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!