ชุมชนคนใจดี !!
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
มิถุนายน 29, 2017, 22:20:23

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ค้นหา:     การค้นหาขั้นสูง
มาเล่นเกมส์ในเว็บกันคะ ... ลองเล่น หรือ ประลองกัน คลิกที่นี่ จ้า
107189 กระทู้ ใน 11117 หัวข้อ โดย 453856 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: AlmaAltma
* บอร์ดรวม บอร์ดรวม บอร์ดรวม บอร์ดรวม บอร์ดรวม ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
+  ชุมชนคนใจดี !!
|-+  กลุ่ม หลากหลายสีสัน
| |-+  บอร์ด เศรษฐกิจการเมือง (ผู้ดูแล: joobeng25, Gizmo)
| | |-+  ประชาธิปไตย เป็นอย่างไร คืออะไร
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « previous next »
หน้า: [1] ลงล่าง พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ประชาธิปไตย เป็นอย่างไร คืออะไร  (อ่าน 7100 ครั้ง)
joobeng25
Moderator
jaidee5
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3282


ชีวิตจะยากเย็นเพียงใด ใจก็สู้ไม่หวั่น


เว็บไซต์
ประชาธิปไตย เป็นอย่างไร คืออะไร
« เมื่อ: มีนาคม 14, 2007, 12:08:09 »

 Smiley
      ตามที่เรียน ๆ กันมา เราก็มักจะถามคำถามตั้งต้น แบบนี้เสมอ ๆ  เพียงเพื่ออยากจะทราบความหมาย และลักษณะพิเศษของ คำว่าประชาธิปไตยกัน

    แต่สำหรับผมแล้ว  สิ่งที่น่าสนใจมากกว่าการรู้ความหมาย หลักการทั่วไปของคำว่าประชาธิปไตย นั้น ก็คือ  ประชาธิปไตย มีแหล่งกำเนิดมาจากอะไร  มีปัญหาใดเกิดขึ้น แล้วจึงทำให้ ประชาธิปไตยเกิด

  ประชาธิปไตย สำหรับผมจึงเป็นแค่ผล ไม่ใช่เหตุ ที่แท้จริง  เพราะฉะนั้น ถ้าหากเราละเลยเหตุของประชาธิปไตยเสียแล้ว  เราก็จะได้แค่กรอบว่าประชาธิปไตย คือ ลักษณะที่ควรจะเป็นมากกว่า เข้าใจซาบซึ่งว่า ประชาธิปไตยที่แท้จริงจะต้อง มีสิ่งนี้ มาจากสิ่งนี้

   อะไรคือ เหตุให้เกิดประชาธิปไตย ใช่ไหม?

                           สรุป ง่าย ๆ คือ  ความไม่เท่าเทียมกันของคนในสังคม นั่นเองครับ

      และความไม่เท่าเทียมกันของคนในสังคมนี้เอง ... จึงเป็นที่มาของคำถามเชิงปรัชญามากมายเหลือเกิน ว่า  คนเราแตกต่างกันจริงหรือ   คนเราเกิดมาใช้กรรมจิงหรือ รวมถึงคนเราถูกลิขิตโดยพระเจ้า หรืออะไรสักอย่างไว้หมดแล้วหรือ

     สำหรับผมแล้ว คำถามเหล่านั้น อาจจะเป็นเพียงมายาภาพ ที่หลอกหลอน ให้บางคนลุ่มหลง กลายเป็นว่าตัวเอง ต่ำต้อย, ดูดีดูเด่น กว่าใคร ๆ หรือแม้กระทั่งทำคุณงามความดีมากกว่า มีบุญญาธิการมาก่อน เป็นต้น

                    ณ ปัจจุบัน ปัญหาที่บ้านเมืองเราประสบอยู่นี้  เกิดจากความขัดแย้งทางการเมือง ระหว่างผู้เมีอำนาจ กับผู้ถูกปกครอง (ผู้เสียอำาจ) จริงหรือไม่  จะเห็นว่ามันไม่จริงล่ะ  แต่เกิดจาก ปัญหาวิธีการจัดการทางการเมืองของคนในสังคมเองเสียมากว่า(ความเห็นส่วนตัว)

                          สำหรับผมแล้ว.... จะยังไงไม่สำคัญเท่า  การยอมรับว่า ทุกคนในสังคม เท่าเทียมกัน    การต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตย ก็ต้องเป็นการต่อสู้เพื่อให้ได้หลักประกันอันเดียวกันเสียก่อน ก็คือ คำว่า ฉัน คุณ ผม ท่าน เทอ ไม่แตกต่างกัน ในความเป็นคนไทย  ที่อยู่ในสังคมไทยร่วมกัน    ซึ่งนั่นจึงจะเป็นที่มาของคำว่า   สิทธิ และหน้าที่  ก็ย่อมเหมือนกันด้วย  จะให้มีใครได้สิทธิ มีหน้าที่ มากกว่าคนอื่น ๆ นั้นไม่ถูกต้อง  เว้นเสียแต่ว่า  คนส่วนใหญ่ยินยอมมอบสิทธิและหน้าที่ที่มากกว่าแก่บุคคล คนนั้น  ... ซึ่งไม่ใช่ว่าเขาได้สิทธินั้นมาแล้วจะทำอย่างไรก็ได้  หรือสิทธิที่เขาได้มากกว่าคนอื่น ๆ นั้น มีมาแต่ก่อน จะมาริดรอนไม่ได้  .... ซึ่งเป็นการอ้างไม่ถูกต้อง   ถ้าหากจะอ้างว่ามีสิทธิเหนือกว่าคนอื่น  ก็ต้องอ้างด้วยสำนึกที่ว่า "เป็นเพราะคนอื่น ๆ เขาไว้วางใจ เชื่อใจ และยินยอม ให้มีได้ เพื่อประโยชน์ของสังคม และประชาชนส่วนรวม  หาใช่ส่วนตนเองไม่"

                            ดังนั้นการต่อสู้ ของนักศึกษา 14 ต.ค.  หรือการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475  จึงมิใช่การต่อสู้เพื่อเรียกร้องความเป็นประชาธิปไตย แต่เริ่มต้น   หากแต่เป็นการเรียกร้อง สถานะความเป็นคน ที่ยอมรับโดยทั่วกันว่า  คนเราทุกคน มีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน ในเรื่องใดบ้าง   ซึ่งมันเป็นก้าวแรกของการนำไปสู่หลักการความเป็นประชาธิปไตย   ถ้าหากไม่ได้ ความเสมอภาค ความเท่าเทียม กันเสียก่อนแล้ว  ประชาธิปไตย ก็ยังไม่ผลิดอกออกผล  ไปสู่   คำว่า การปกครองโดยประชาชน(ตัวแทนที่ประชาชนเลือกเข้าไป) เพื่อประชาชน (ประโยชน์ส่วนรวม)  และสามารถตรวจสอบถ่วงดุลย์ได้ โดยประชาชน

                         นั่นคือ เป็นไป ตามหลักการแบ่งแยกอำนาจ 3 ส่วนที่พวกเรา รู้จักดีอยู่แล้ว  คือ นิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ (คำว่าตุลาการ... สมัยปัจจุบันนี้น่าจะรวมไปถึงอำนาจเชิงตุลาการของประชาชนนี้ด้วย)

                        ที่ผมเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะ ผมคิดว่าเรื่องสำคัญ จริง ๆ ของการเมืองการปกครอง หรือแม้กระทั่ง ความเป็นมนุษย์ร่วมสังคมเดียวกัน ... สิ่งสำคัญ ก็คือ   ทุกคนต้องยอมรับร่วมกันเสียก่อนว่า แต่ละคนมีสิทธิ ขั้นพื้นฐาน ที่เท่าเทียมกัน  .... อย่าเพิ่งไปนึกว่า ฉัน,ผม,เรา อยู่ในหน้าที่นี้ ตำแหน่งนี้ เป็นพนักงานบริษัทนี้, ข้าราชการสังกัดนี้ ย่อมมีสิทธิทำอะไร ๆ ก็ได้ เพื่อประโยชน์ ความชอบธรรม แก่คนเอง และสังคมย่อยของตัวเอง

                      ถ้าหากเรายอมรับว่าทุกคนเท่าเทียมกัน  เราก็จะมองไม่เห็นความแตกต่าง ที่เป็นพื้นฐานแรกของมนุษย์   เราจะไม่จำแนกคนด้วย รูปร่างหน้าตา เสื้อผ้า ถิ่นกำเนิด หรืออะไรก็แล้วแต่  เราจะรู้ทันทีว่า พวกเดินขายพวงมาลัยตามสี่แยก, พวกเก็บขยะตามป้ายรถเมล์, พวกนั่งเครื่องบินอยู่บนฟ้า  จริง ๆ แล้วเขาเท่าเทียมกันเป็นพื้นฐาน  แต่แตกต่างกันในเรื่อง......อื่น....   ซึ่งในที่นี้ ผมสรุปว่า

                      คนเราแตกต่างกัน   ก็เพราะสถานะความเป็นอยู่,บทบาท และหน้าที่ ในสังคม เท่านั้น  ซึ่งเกิดจากความไม่เท่าเทียมกันในเรื่อง โอกาส + ความสามารถและการฉ้อฉล

                     สังคมใดก็ตาม ที่ ลดความแตกต่างในเรื่อง โอกาส(ทุกอย่าง เช่น การเข้าถึงทรัพยากร, การศึกษา, การประกอบอาชีพ, การรับบริการของรัฐ) , ความสามารถ(ความรู้, เทคนิค, อำนาจเฉพาะ,ปัจจัยการผลิต,มรดก), และการฉ้อฉล (เอารัดเอาเปรียบ, ทำการงานในทางมิชอบ, มุ่งประโยชน์ส่วนตนเป็นหลัก หรือควบประโยชน์ส่วนรวม)  ในการสร้างสถานะความเป็นอยู่,บทบาท หน้าที่ ในสังคมได้  สังคมนั้น น่าจะเป็นสังคมที่คนแตกต่างกันได้น้อยที่สุด

                     เมื่อใดก็ตามที่เราได้สิทธิขั้นพื้นฐาน เท่าเทียมกันแล้ว.....  หลาย ๆ คนอาจจะเริ่มคิดเหมือนผม ว่า    .... เรามีคนพวกนี้ (ผู้มีอำนาจ, รัฐบาล, ข้าราชการ, ฝ่ายปกครอง, นักการเมือง)  ไว้ทำไม  ถ้าหากไม่พอใจคนเหล่านี้ จะทำยังไงกะพวกเขาได้บ้าง  เปลี่ยนตัวได้ไหม, ฟ้องร้องได้ไหม, เรียกร้องอะไรได้ไหม หากเราเสียหาย

                   และถ้าให้คิดก้าวไปอีกขั้น คือ  ถ้าเราไม่เดือดร้อนอะไร แต่ยังมีคนอื่นเดือดร้อน เราจะเรียกร้อง,ช่วยเหลือ ผู้คนเหล่านั้น ได้โดยวิธีไหน จะได้ไหม

                         
                         
 
บันทึกการเข้า

Comes the knowledge!!
Fushiki dane, koko ni Futari ga aetekita.Kimi dake dakishimetei tai.
ไม่มีใครรู้ว่าชีวิตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ทุกคนมีแต่เมื่อวานซึ่งไม่อาจย้อนกลับไปเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขอะไรได้ เหลือเพียงแต่วันนี้ ซึ่งหากทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ก็ไม่ต้องกังวล ว่าชีวิตอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
joobeng25
Moderator
jaidee5
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3282


ชีวิตจะยากเย็นเพียงใด ใจก็สู้ไม่หวั่น


เว็บไซต์
Re: ประชาธิปไตย เป็นอย่างไร คืออะไร
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 10, 2007, 01:07:30 »

 Smileyโรงเรียนประชาธิปไตยของไทย smitten

   การร่างรัฐธรรมนูญปัจจุบัน เปรียบเสมือนการทำข้อสอบ วิทยานิพนธ์ปริญญาโท เอก ขณะที่ชาวบ้าน ประชาชนคนไทยที่มีสิทธิเลือกตั้ง เรียนจบแค่ ป.4 (ร้อยละ 60-70) ไม่เชื่อลองทำการสำรวจดูได้เลยครับ  การเลือกตั้งก็เช่นกัน เปรียบเหมือนการทำข้อสอบของ นักเรียน ม.3 เพราะฉะนั้นจึงอย่าแปลกใจการเมืองไทย ทำไมจึงแก้ปัญหานักการเมืองซื้อเสียง ชาวบ้านต้องการของแลกเปลี่ยน ขอนโยบายประชานิยม ขอถนนเข้าหมู่บ้าน ไม่ได้เสียที  เพราะแม้แต่จะกากบาท ให้ถูกช่อง ยังลำบากสำหรับบางคนแล้วล่ะครับ จะไม่ให้สอบตกได้อย่างไรเล่า ก็เรียนแค่ ป.4 แต่เอาข้อสอบ ม.3 มาให้ทำนี่นา

    การเมืองที่เป็นปัญหา ในเวลาปัจจุบันนี้ เป็นเรื่องของสื่อมวลชนไทย กับ ปัญญาชนคนเมืองทั้งสิ้นล่ะครับ ถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ประชากรทั้งประเทศแล้ว ผมว่าไม่น่าจะเกิน 40 เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นอย่าหวังว่าอะไร ๆ จะดีขึ้นเลยนะครับ ภายหลังจากนี้ไป

   และปัจจุบันยิ่งน่าปวดหัวไปใหญ่ เนื่องจากตอนนี้ กลุ่มการเมืองไม่ต้องการอะไรมากไปกว่า อยากให้มีเลือกตั้งไวไว ขณะที่ประชาชนปัญญาชน ก็อยากไปเลือกตั้งใช้สิทธิของตัวเองตัดสินกติกาใหม่ ไวไว เหมือนกัน เพราะฉะนั้น หลาย ๆ คนจึงเชื่อว่า ผลที่ออกมา ก็จะวนเวียนกลับไปหาสิ่งเดิม ๆ ไม่สมัยทักษิณฯ ก็หลังกว่านั้นไปอีก

   ในเมื่อสิทธิ เสรีภาพ อะไรต่าง ๆ ที่กำหนดไว้ใน รัฐธรรมนูญ จะมากมายมหาศาลเพียงใด ประชาชนส่วนใหญ่อ่านรัฐธรรมนูญไม่เข้าใจ ไม่รู้เรื่อง ขนาดคนเก่ง ๆ ยังตีความรัฐธรรมนูญแตกต่างกันเลย รัฐธรรมนูญจึงไม่สามารถบรรลุผลได้ เอาแค่เรื่องเลือกตั้งอย่างเดียว ไม่ให้มีการซื้อเสียง ทุจริตเลือกตั้ง ก็ยากสุด ๆ แล้ว  อย่าไปคำนึงถึงเรื่องให้มาตรวจสอบการทำงานของนักการเมืองเลย

    เมื่อใดก็ตาม ที่ประชาชนคนไทย เข้าใจ(เรียนถึงระดับขั้นตาม รธน.ประชาธิปไตย) ประชาธิปไตย ตอนนั้นแหละเมืองไทยถึงจะมาพูดกันได้เต็ม ๆ ปากว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย และปวงชนชาวไทยใช้สิทธิของตนปกป้องอำนาจอธิปไตยอันนั้นได้   แต่.... นักเรียน นักศึกษาปัจจุบัน ก็ไม่รู้ว่าเขาสนใจ เข้าใจการเมืองวุ่นวายอย่างปัจจุบันนี้หรือไม่ นะ... ก็ไม่เป็นไรไม่จำเป็นต้องสนใจก็ได้ ขอให้สนใจเมื่อถึงเวลาต้องตัดสินใจปรับเปลี่ยนตัวแทน ในการเลือกตั้ง การขับไล่ตัวแทนที่ไม่ได้เรื่องออกไป ก็พอแล้ว

   แล้วจะมีคนไทยกี่เปอร์เซ็นต์เล่าที่เข้าใจการเมืองประชาธิปไตย และได้ทำหน้าที่ของตนเลือกตัวแทนที่ดีที่สุดเข้ามาปกครอง บริหาร ปกป้องผลประโยชน์ของชาติ แทนตนเองได้  Embarrassed Embarrassed

        อย่าเข้าใจแบบผิด ๆ นะครับว่า  เรียนจบปริญญาตรี แล้วจะเข้าใจการเมืองประชาธิปไตย ดีกว่าผู้จบแค่ ป.4 ไม่เกี่ยวกัน

       เรื่องวุฒิการศึกษา ไม่ได้ชี้บ่งเสมอไปว่ารู้ลึกซึ้งถึงแก่นของเนื้อหาประชาธิปไตย แต่วุฒิการศึกษาถือว่าเป็นดัชนีวัดความเข้าใจในภาพรวมได้ดีกว่าตัวแปรอื่น ๆ เท่านั้น
บันทึกการเข้า

Comes the knowledge!!
Fushiki dane, koko ni Futari ga aetekita.Kimi dake dakishimetei tai.
ไม่มีใครรู้ว่าชีวิตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ทุกคนมีแต่เมื่อวานซึ่งไม่อาจย้อนกลับไปเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขอะไรได้ เหลือเพียงแต่วันนี้ ซึ่งหากทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ก็ไม่ต้องกังวล ว่าชีวิตอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
august
jaidee5
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1393



Re: ประชาธิปไตย เป็นอย่างไร คืออะไร
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2010, 21:42:27 »

คุยเรื่องนี้นั่งเป็นวันก็ไม่จบค่ะ  กาแฟหลายแก้วเลยค่ะแบบนี้  ขออเมกาโน่ออนไอซ์ฝาโดมค่ะ Roll Eyes Roll Eyes
บันทึกการเข้า

ชีวิตเต็มไปด้วยความบังเอิญ แม้เส้นทางคู่ขนานก็อาจจะมาพบกันได้
joobeng25
Moderator
jaidee5
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3282


ชีวิตจะยากเย็นเพียงใด ใจก็สู้ไม่หวั่น


เว็บไซต์
Re: ประชาธิปไตย เป็นอย่างไร คืออะไร
« ตอบ #3 เมื่อ: เมษายน 21, 2011, 18:35:26 »

              หลังจากที่การเมืองไทยวุ่นวายมาตั้งแต่สมัยยุคทักษิณ ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นเผด็จการ มีผลประโยชน์ทับซ้อน จนนำไปสู่การปฏิวัติ เมื่อ 19 ก.ย.2549 ตัดสินยุบพรรคไทยรักไทย

              http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%9A%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87_%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2549

               ซึ่งได้องคมนตรีมาเป็นนายกหนึ่งปี เมื่อจัดให้มีการเลือกตั้งเมื่อปลายเดือน ธ.ค.2550 กลุ่มอำนาจเก่าของ พ.ต.ท.ทักษิณฯ กลับได้เป็นรัฐบาล กลุ่มผู้ต่อต้านเผด็จการทักษิณ ก็ประท้วงขับไล่รัฐบาลสมัคร และสมชาย วงศ์สวัสดิ์ จนกระเด็นตกเก้าอี้ พร้อมกับตัดสินยุบพรรคการเมืองหลายพรรค ไ่ว่าจะเป็น พลังประชาชนที่ย้ายมาจากไทยรักไทยเดิม ชาติไทย   

                http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%9A%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87_%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2551

                จนกระทั่งเกิดกลุ่มมวลชนเสื้อแดง หรือ นปช.รวมตัวกันเหนียวแน่นขึ้นเรื่อย ๆ จากเริ่มเมื่อปี 2550 เป็นแค่กลุ่มต่อต้านเผด็จการทหาร
                 http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%A2%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4_%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99               

                    และมาวันนี้เป็นที่ทราบกันแน่ชัดแล้วว่า ประเทศไทยเรามีมวลชนใหญ่ๆ สองกลุ่ม คือ กลุ่มเสื้อเหลืองที่เคลื่อนไหวต่อต้านระบอบเผด็จการทักษิณ และอีกกลุ่มคือเสื้อแดง หลังจากที่เป้าหมายไม่เปิดเผยในช่วงแรกว่าต่อสู้กับใครกันแน่ ต่อมาเปิดเผยว่าสู้กับระบอบอำมาตยาธิปไตย และท้ายที่สุดก็ระบุชัดว่าต้องการโค่นล้มอำนาจของ พล.อ.เปรมฯ ประธานองคมนตรี ซึ่งบางฝ่ายอาจจะคิดเชื่อมโยงไปถึงสถาบันแต่แกนนำเสื้อแดงก็บอกว่าไม่แตะต้องสถาบัน

                   เมื่อเป้าหมายชัดเจนขนาดนี้ ก็แสดงว่า ความขัดแย้งทางการเมืองไทยที่ผ่านมาเป็นเรื่องของคน สองคนผู้ยิ่งใหญ่ คือ พ.ต.ท.ทักษิณฯ กับ พล.อ.เปรมฯ เท่านั้นจริงหรือ?

                   ในมุมมองของผมนั้น คิดว่าน่าจะเป็นจริงอย่างนั้น แต่ไม่ใช่เรื่องของคนสองคนเท่านั้น เป็นเรื่่องของเครือข่ายอำนาจของคนทั้งสองด้วย แต่ ณ วันนี้ กลุ่มคนเสื้อแดงกลับบอกว่า ถึงไม่มี พ.ต.ท.ทักษิณฯ พวกเขาก็จะต่อสู้กับระบอบอำมาตยาธิปไตย ซึ่งมี พล.อ.เปรมฯ เป็นผู้นำต่อไปจนกว่าจะได้รับชัยชนะ

                   ถ้าเป็นเช่นนั้นการต่อสู้ระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณฯ และคนเสื้อแดง กับ เครือข่าย พล.อ.เปรม ก็จะต้องเป็นละครเรื่องยาวเป็นแน่แท้ จนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะสูญหายตายจากไปจากเวทีการต่อสู้เสียก่อน ซึ่งผมชักไม่แน่ใจแล้วว่า ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณฯ ไม่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้แล้วนั้น เสื้อแดงจะหายไปหรือไม่ ในทัศนะผมแล้วตอนนี้เชื่อว่าคนเสื้อแดงก็ยังคงเป็นปฏิปักษ์ต่อ พล.อ.เปรมฯ เช่นเดิม แล้วกลับกันล่ะ กลุ่มเครือข่าย พล.อ.เปรมฯ จะเป็นปฏิปักษ์กับประชาชนคนเสื้อแดงตลอดไปงั้นหรือ บ้านเมืองจะเป็นยังไงถ้าหากคนสองกลุ่มที่ไม่ยอมรับกันต้องอยู่ร่วมกัน

                   เรามาพิจารณาดูว่า ถ้าหากฝ่าย พล.อ.เปรมฯ เป็นฝ่ายกุมอำนาจมีชัยเหนือกว่า  ผลจะเป็นอย่างไรบ้าง เราจะได้นายกฯ หรือผู้นำที่เป็นเครือข่ายหรือถูกมองว่าเป็นเครือข่ายของ พล.อ.เปรมฯ  แนวโน้มที่จะเห็น คือ เสื้อแดงอาจจะไม่ขับไล่นายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ก็คงประท้วงรำลึกเหตุการณ์นองเลือด เมื่อ ปี 2553 ไปตลอด และเรียกร้องให้ พล.อ.เปรมฯ ยุติบทบาท

                   เรามาพิจารณาดูว่า หากกลุ่มของ พ.ต.ท.ทักษิณฯ หรือกลุ่มคนเสื้อแดง เป็นฝ่ายกุมอำนาจ ผลคือ ได้นายกฯ หรือผู้นำที่เป็นเครือข่ายทักษิณฯ แน่นอน เพราะตอนนี้ทักษิณฯ สามารถชี้นำการทำงานของพรรคเพื่อไทยได้ กลุ่มคนต่อต้านทักษิณฯ กลับมา อาจจะออกมาเรียกร้องขับไล่เหมือนเสื้อเหลืองขับไล่ รัฐบาลสมัครฯ สมชายฯ แต่ก็ไม่แน่ชัดว่าทำได้เหมือนคราวก่อนหรือไม่ ถ้าขับไล่สำเร็จอีกก็ต้องให้พรรคประชาธิปัตย์มาเป็นรัฐบาลอีก แต่ถ้าไม่สำเร็จ ก็จะมีการรื้อเครือข่าย พล.อ.เปรมฯ โดยอาจจะถึงขั้นเสนอปลด พล.อ.เปรมฯ จากประธานองคมนตรี เมื่อล้มเปรมแล้วจะหมายถึงล้มเจ้าด้วยหรือไม่

                  ถ้าหากเราคิดแต่เฉพาะเรื่องการแย่งชิงอำนาจระหว่างกลุ่มคนสองกลุ่มใหญ่แล้ว จะเห็นว่าบ้านเมืองจะนำไปสู่ความขัดแย้งขั้นรุนแรง นองเลือด ได้มากกว่าที่ผ่านมาเป็นแน่ ถ้าหากไม่มีใครยอมใคร และกลุ่มที่จะเสียเลือดเนื้อมากที่สุด คือ กลุ่มคนเสื้อแดง และทหารจะต้องออกมาจัดการกับปัญหา

                   แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผมเชื่อว่า ทุกฝ่ายคงไม่อยากให้เกิดการสูญเสีย หรือป้องกันให้ดีที่สุด แต่จะทำได้หรือไม่นั้น ผมกลับเห็นว่า เรามีบทเรียน พ.ค.53 แล้ว มันเกิดขึ้นได้จริง เพราะฉะนั้นมันมีโอกาสเกิดขึ้นอีกรอบได้เช่นกัน

                  ทางออกของประเทศไทย อยู่ตรงไหน เราจะยอมรับความขัดแย้งอย่างนี้ได้นานแค่ไหน  ยิ่งนานวันเข้าข้อกล่าวหา พล.อ.เปรมฯ โดยกลุ่มเสื้อแดง ก็จะถูกโฆษณาชวนเชื่อไปได้มากขึ้น ตอนขับไล่ทักษิณฯ เราก็อ้างระบอบทักษิณฯ ว่าเป็นเผด็จการอย่างนึง ตอนนี้กลุ่มเสื้อแดงก็อ้างว่า ระบอบอมาตยาธิปไตย ก็เป็นเผด็จการอย่างนึงเหมือนกัน หรือจะเป็นจริงว่า เราต่อสู้กับเผด็จการมาตลอด โดยยังไม่เคยได้รับประชาธิปไตยแท้จริง เลย

                   ดูไปดูมา มียาแก้ปัญหาการเมืองไทย แค่สองชนิด คือ หนึ่งเลือกตั้ง และสองทหารยึดอำนาจปฏิวัติ  ซึ่งเราใช้มาแล้วทั้งสองอย่าง แต่มันยังไม่ได้ผล เราจะหายาตัวใหม่ หรือกลับไปใช้ยาตัวเก่า ยาตัวใหม่คือ อะไร จะเป็น รัฐบาลแห่งชาติ หรือรัฐบาลพระราชทาน หรือเปล่า แล้วความขัดแย้งจะหายไปหรือไม่ ก็น่าคิดอีกเช่นกัน

                                    
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 21, 2011, 18:37:29 โดย joobeng25 » บันทึกการเข้า

Comes the knowledge!!
Fushiki dane, koko ni Futari ga aetekita.Kimi dake dakishimetei tai.
ไม่มีใครรู้ว่าชีวิตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ทุกคนมีแต่เมื่อวานซึ่งไม่อาจย้อนกลับไปเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขอะไรได้ เหลือเพียงแต่วันนี้ ซึ่งหากทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ก็ไม่ต้องกังวล ว่าชีวิตอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
joobeng25
Moderator
jaidee5
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3282


ชีวิตจะยากเย็นเพียงใด ใจก็สู้ไม่หวั่น


เว็บไซต์
Re: ประชาธิปไตย เป็นอย่างไร คืออะไร
« ตอบ #4 เมื่อ: มิถุนายน 14, 2011, 17:53:30 »

 Smileyใกล้วันเลือกตั้งเข้ามาทุกที ผู้คนชาวไทยคงต้องเอาใจใส่และสนใจข่าวการเมืองมากกว่าปกติ และโพลสำนักต่างๆ ก็นำเสนอออกมาอย่างต่อเนื่อง smitten smitten

      จากข้อมูลและการวิเคราะห์แบบง่าย ๆ กลุ่มการเมือง การเลือกตั้งครั้งนี้ ผมมองเห็นว่า พรรคคนเสื้อแดง คงชนะอย่างแน่นอน จะชนะมากน้อยแค่ไหนเป็นอีกเรื่องนึง ทำไมเป็นอย่างนั้น ก็เพราะพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งน่าจะเป็นพรรคคู่แข่งสูสี กับพรรคเพื่อไทยมากที่สุด คราวนี้จะไม่มีคะแนนจากคนไม่เอาทักษิณในกลุ่มของพันธมิตรมาเป็นฐานเสียง เพราะพันธมิตร เลือกที่จะโหวตโน ส่วน สส.หน้าเก่าจะได้กลับเข้ามาอีกมากน้อยแค่ไหน ก็เป็นที่รู้ๆ กันว่า ไม่แน่นอน ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งจะมี สส.หน้าใหม่เกิดขึ้นเป็นจำนวนไม่น้อย เพราะฉะนั้นลำพังประชาธิปัตย์คงสู้กระแสพรรคเพื่อไทยไม่ได้ คงต้องอาศัยการร่วมมือกับพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ ให้ชิงคะแนน ไม่ใช่ตัดคะแนนกันเอง เอาชนะพรรคเพื่อไทยให้ได้ ประชาธิปัตย์คงได้แต่หวังว่าพรรคอื่น คงสู้กระแสพรรคเพื่อไทยได้ โดยอาศัยฐานเสียง สส.เก่าเป็นหลัก

      การหาเสียง และนโยบายที่ใช้หาเสียง ทุกพรรคแทบจะไม่ได้แข่งขันจนแตกต่างกันมากนัก เพราะเน้นนโยบายเอาใจประชาชนเหมือนๆ กัน แต่นโยบายที่ผมสนใจมากที่สุดนั้น อยู่ที่พรรคเพื่อไทย ที่บอกว่า จะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น ๓๐๐ บาทต่อวัน และคนจบปริญญาตรีเข้าทำงานครั้งแรกบรรจุเงินเดือน ๑๕๐๐๐ บาท ผมว่าเป็นนโยบายที่เจ๋งมาก แต่คิดว่าคงทำไม่ได้หรอก พรรคเพื่อไทย จึงน่าจะเป็นพรรคที่ขายฝันแบบลมๆ แล้ง ๆ มากที่สุด เอาเถอะในแง่ความคิดนำเสนอนโยบาย ถือว่ากล้าและโดนใจหลายคน

     เมื่อเหตุการณ์ข้างหน้าจะเป็นว่า พรรคของทักษิณ จะได้กลับมาเป็นรัฐบาล นั้น จากคราวก่อนที่พูดถึงการต่อสู้ทางการเมืองของคนสองกลุ่ม คือ คนเสื้อแดง กับกลุ่มอำมาตย์ของ พล.อ.เปรมฯ จึงน่าคิดต่อว่า การเลือกตั้งจะลงเอยแบบนี้จริงหรือ

       ๑.การเลือกตั้งจะมีขึ้นและจบลงด้วยชัยชนะของคนเสื้อแดง จริง ๆ หรือ โดยที่ไม่มีเหตุการณ์อื่นใดเข้ามาแทรกกลางระหว่างนั้น

       ๒.พรรคเพื่อไทยได้รับชัยชนะแล้ว เชื่อมั่นได้แค่ไหนว่าจะจัดตั้งรัฐบาลได้

       คิดแค่นี้ก่อน ไม่อยากคิดไปไกลกว่านี้ คงต้องรอดูอะไรๆ ต่ออีก ตอนนี้ก็มีการขัดแข้งขัดขาบ้าง เล็กน้อย แต่ก็ไม่แน่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นมากกว่านี้หรือเปล่า ถ้าไม่มีอะไรแทรก หรือมีแต่อยู่ในกรอบกติกา คงไม่น่ากลัวเท่าไหร่

       ไว้เรามาติดตามดูกันต่อไป police police
     
บันทึกการเข้า

Comes the knowledge!!
Fushiki dane, koko ni Futari ga aetekita.Kimi dake dakishimetei tai.
ไม่มีใครรู้ว่าชีวิตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ทุกคนมีแต่เมื่อวานซึ่งไม่อาจย้อนกลับไปเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขอะไรได้ เหลือเพียงแต่วันนี้ ซึ่งหากทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ก็ไม่ต้องกังวล ว่าชีวิตอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
joobeng25
Moderator
jaidee5
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3282


ชีวิตจะยากเย็นเพียงใด ใจก็สู้ไม่หวั่น


เว็บไซต์
Re: ประชาธิปไตย เป็นอย่างไร คืออะไร
« ตอบ #5 เมื่อ: กรกฎาคม 05, 2011, 18:41:39 »

            Smiley Smiley เป็นอันว่า การเลือกตั้งผ่านไปได้ด้วยดี เป็นสัญญาณที่ดี เพราะการเลือกตั้งถือว่าเป็น กติกาการเมืองที่สำคัญ และทำให้สามารถมองในแง่ดีได้ว่า จะมีการตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ โดยไม่มีกระบวนการอันใด ทำให้สะดุดขึ้นมาได้ หลังจากที่หลายคนกลัวว่าจะมีอำนาจพิเศษ หรือ เหตุการณ์พิเศษมาแทรกแซง เอาเป็นว่าตอนนี้คงไม่มี เพราะการเลือกตั้งเป็นทางออก สำหรับปัญหาการเมืองไทยแล้วในขณะนี้ การดำเนินการต่อไป ก็คงเป็นไปตามกฎกติกา

             Cheesy Cheesy ถ้าเช่นนั้น ทุกๆ อย่าง ของการเมืองไทย ก็น่าจะไปสู่แนวทางที่ดีขึ้น ถ้าหากทุกฝ่าย เคารพ กติกา หรือเล่นไปตามกรอบของกฎ กติกา และกฎหมาย จากที่ผ่านมาผู้นำเราบางส่วนอาจจะรีบร้อนในการแก้ปัญหาทางการเมืองด้วยวิธีไม่เป็นประชาธิปไตย มันจึงทำให้สิ่งที่ตามมาหลายๆ อย่าง ที่ทำลงไปหลังจากกระบวนการไม่เป็นประชาธิปไตย เป็นเรื่องที่สังคมคลางแคลงใจ ในความชอบธรรม แม้กระทั่งสถาบันตุลาการ ก็พลอยเสียหายไปด้วย

             เป็นเรื่องที่จะต้องติดตามดูต่อไปว่า ระบบต่าง ๆ ของเมืองไทย จะเข้าสู่ภาวะปกติ หรือทำให้ไปสู่ภาวะปกติได้หรือไม่ ถ้าหากทำให้กลับมาได้รับความเชื่อมั่น เชื่อถือได้ องค์กรต่าง ๆ ดำเนินการไปตามกรอบขอบเขตอำนาจ โดยเฉพาะองค์กรที่ต้องเป็นกลาง อย่าง ศาล กกต ปปช การเมืองไทยก็จะก้าวพ้นความขัดแย้งไปได้

             นั่นคือ เราต้องเคารพกติกาสากลร่วมกันก่อน  ไม่อย่างนั้น ความยุติธรรม ก็สั่นคลอน

             การเมืองไทย จะเดินไปได้ ด้วยการทำกฎ กติกา กฎหมาย ให้เป็นสิ่งที่ยอมรับร่วมกัน ถ้าใครทำผิดกฎหมาย ออกนอกกรอบกติกา ก็ให้องค์กรยุติธรรม เป็นผู้ชี้ขาด ให้สถาบันต่าง ๆ ที่รับผิดชอบ ทำงานไปตามบทบาท โดยปราศจากการแทรกแซง หรือบิดเบือนความเป็นธรรม ที่สังคมโดยส่วนรวมต้องการมากที่สุดในขณะนี้

             หลังจากนั้นเราจึงค่อยมาดูเรื่องปลีกย่อยอื่นๆ ไม่อยากเห็นการเมืองไทยแบบเดิมๆ ที่เน้นชุมนุม กดดัน ด่าทอ ขับไล่ เคลื่อนขบวนชุมนุม แม้การชุมนุมทางการเมืองจะเป็นเสรีภาพของประชาชนในสังคมประชาธิปไตย แต่ทำไมเราไม่ใช้ช่องทางอื่นที่มีอยู่มากมาย แต่ยังไงก็แล้วแต่คงว่ากันไม่ได้ เพราะยุคนี้เป็นยุคประชาชนตื่นตัวทางการเมืองสูง จึงจำเป็นที่ผู้ชุมนุมจะชุมนุมยังไงถึงจะไม่ให้เลยเถิดออกนอกกรอบ ทำผิดกฎหมายแล้ว คงไม่มีใครคัดค้าน หรือเดือดร้อน

            มาว่าเรื่องผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา สะท้อนอะไรบ้าง
            สำหรับผมแล้ว สั้น ๆ ง่าย ๆ ที่สุดคือ ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการเปลี่ยนขั้วผู้่นำทางการเมืองของไทย เขาเลือกรัฐบาลใหม่ เพราะไม่พอใจรัฐบาลชุดเดิม จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม สุดท้ายแล้วคือ พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้รับการยอมรับให้เป็นรัฐบาลอีกต่อไปจากเสียงส่วนใหญ่ เพราะผมคิดว่าประชาชนคงไม่ชอบคุณยิ่งลักษณ์ฯ และอยากได้นายกหญิงคนแรก อย่างจริงๆ จังๆ เนื่องด้วยประชาชนรู้จักตัวตนของคุณยิ่งลักษณ์ฯ น้อยมาก และหลายคนอาจจะไม่ชอบเสียด้วยซ้ำในฐานะเป็นนอมินีทักษิณ ของแท้ แต่การเมืองไทยมีให้เลือกแค่นี้ ระหว่าง เพื่อไทย กับ ประชาธิปัตย์  ถ้าหากประเทศไทยเปลี่ยนระบบเป็นเลือกนายกโดยตรง การเลือกตั้งครั้งนี้อาจจะได้คนอื่นเป็นนายกก็ได้

           
บันทึกการเข้า

Comes the knowledge!!
Fushiki dane, koko ni Futari ga aetekita.Kimi dake dakishimetei tai.
ไม่มีใครรู้ว่าชีวิตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ทุกคนมีแต่เมื่อวานซึ่งไม่อาจย้อนกลับไปเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขอะไรได้ เหลือเพียงแต่วันนี้ ซึ่งหากทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ก็ไม่ต้องกังวล ว่าชีวิตอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
หน้า: [1] ขึ้นบน พิมพ์ 
« previous next »
กระโดดไป:  

หน้าแรก ชุมชนคนใจดี !!  บอร์ด ชุมชนคนใจดี !!  อัลบั้ม ชุมชนคนใจดี !!  เกมส์ ชุมชนคนใจดี !!  แชทรูม ชุมชนคนใจดี !!

Choose your language : Thai  English

JAZ Airhostess  Pre Cadet 33  Police Cadet 49  Air Cadet 40

Powered by MySQL Powered by PHP
© 2005 Modified by v Cop Thailand
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!