ชุมชนคนใจดี !!
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ตุลาคม 22, 2017, 14:35:34

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ค้นหา:     การค้นหาขั้นสูง
วิธีใส่ VDO ในเว็บบอร์ด กรุณา คลิกที่นี่ จ้า
107189 กระทู้ ใน 11117 หัวข้อ โดย 453856 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: AlmaAltma
* บอร์ดรวม บอร์ดรวม บอร์ดรวม บอร์ดรวม บอร์ดรวม ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
+  ชุมชนคนใจดี !!
|-+  กลุ่ม เพื่อนๆ ขอแจม ค่ะ
| |-+  Kent Society Board (ผู้ดูแล: chavanut)
| | |-+  แนะนำวิชา Criminal Justice ใน Kent
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « previous next »
หน้า: [1] ลงล่าง พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: แนะนำวิชา Criminal Justice ใน Kent  (อ่าน 13887 ครั้ง)
chavanut
Moderator
jaidee5
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 964



แนะนำวิชา Criminal Justice ใน Kent
« เมื่อ: สิงหาคม 14, 2007, 20:29:31 »

ไหนๆ ก็จะแนะนำวิชา Criminal Justice กันแล้ว  ผู้เขียนก็ขอแนะนำให้โดยละเอียดที่สุดตามข้อจำกัดของเนื้อที่  เพราะเห็นว่าปีนี้มีผู้ให้ความสนใจกันมากพอสมควร  ทั้งพี่ๆ น้องๆ ที่จะเข้าเรียนในช่วงปีการศึกษาที่จะถึง  และผู้ที่สนใจจะสมัครเข้าเรียน Criminal Justice ที่ Kentในปีหน้า
โดยประสบการณ์ส่วนตัวของผู้เขียนตอนที่มาเรียนภาษานั้น เวลาตอบเพื่อนๆ ในชั้นเรียนว่ามาเรียนวิชา Criminal Justice หรือที่แปลเป็นไทยว่าการบริหารงานยุติธรรมนั้น ปรากฏว่าเพื่อนในชั้นเรียนร้อยละ 99 ไม่รู้เลยว่าคุณวิชา Criminal Justice เนี่ย มันคือวิชาอะไร  มีแต่คุณเพื่อนเกาหลีที่ต้องประสบชะตากรรมไปนั่งเรียนด้วยกันนั่นแหละที่รู้ว่ามันคืออะไร จบมาแล้วจะเอาไปทำอะไร ทำไมถึงต้องเรียน แล้วคุ้มไหมที่ต้องมาเรียนถึงในต่างประเทศ แต่ในทางตรงข้ามขณะที่คุยกับชาวอังกฤษเองทั้งในและนอกมหาวิทยาลัย ส่วนใหญ่จะทราบว่าเป็นการศึกษาเกี่ยวกับการแก้ปัญหาอาชญากรรม เนื่องจากที่อังกฤษวิชา Criminal Justice ถือเป็นวิชาชีพอย่างหนึ่ง ซึ่งสามารถผลิตบุคลากรป้อนให้กับองค์กรต่างๆ ในกระบวนการยุติธรรมได้และมีการประยุกต์องค์ความรู้ต่างๆ เพื่อนำไปกำหนดนโยบายในการแก้ปัญหาอาชญากรรมทั้งในระดับนโยบายของประเทศ ระดับท้องถิ่น รวมถึงการปฏิบัติงานหน่วยงานต่างๆ ในกระบวนการยุติธรรม
วิชา Criminal Justice ในปัจจุบันจึงไม่ใช่เป็นทั้งวิชากฎหมายหรือรัฐศาสตร์ แต่เป็นวิชาที่มีการพัฒนาองค์ความรู้ของตนเองเป็นวิชาบริหารรัฐกิจแขนงหนึ่งที่กำลังมีบทบาทและมีความสำคัญทั้งในแวดวงวิชาและสังคม เอาล่ะอ่านไปอ่านมาชักงงล่ะสิ งั้นจะอธิบายให้ฟังก่อนว่าวิชา Criminal Justice เนี่ย มันคืออะไร
พื้นฐานของการศึกษาวิชา Criminal Justice คือการศึกษาปัญหาอาชญากรรม เพื่อแก้ปัญหาอาชญากรรม ซึ่งในทางวิชาการในปัจจุบันในเรื่องของการแก้ปัญหาอาชญากรรมจะมีสาขาวิชาหลักๆ ที่ศึกษาในเรื่องดังกล่าวได้แก่ วิชา Criminology (อาชญาวิทยา), Law (กฎหมาย), การบริหารรัฐกิจ (Public Administration), รัฐศาสตร์ (Politics), Social Policy (นโยบายสังคม), และพระเอกของเรา Criminal Justice (การบริหารงานยุติธรรม) ซึ่งแต่ละสาขาวิชาจะมีแง่มุมในการศึกษาที่แตกต่างกัน  เพื่อนำมาสู่เป้าหมายเดียวกันในการแก้ปัญหาอาชญากรรม ดังนี้
Criminology (อาชญาวิทยา) ศึกษาในเรื่องของสาเหตุของอาชญากรรม เพื่อให้คำอธิบายว่าทำไมคนถึงได้กลายเป็นอาชญากร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาอาชญากรรมที่ถูกต้อง ยกตัวอย่างเช่น มีทฤษฎีทางอาชญาวิทยาว่าคนตัดสินใจประกอบอาชญากรรมเพราะได้ประโยชน์จากอาชญากรรม ดังนั้นการแก้ปัญหาจึงต้องมีการลงโทษผู้ก่ออาชญากรรมเพื่อป้องปรามไม่ให้ตัดสินใจกระทำผิด
Law (กฎหมาย) ศึกษาในเรื่องการวางระเบียบกฎเกณฑ์ต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาอาชญากรรม และการให้ความเป็นธรรมกับผู้เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็น เหยื่ออาชญากรรม อาชญากร หรือเจ้าหน้าที่ ในแง่มุมหนึ่งการออกกฎเกณฑ์ที่ดีจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอาชญากรรมที่มีประสิทธิภาพ ในอีกแง่หนึ่งคือการบังคับใช้กฎหมายที่เป็นธรรม  เนื่องจากกฎหมายอาญาเป็นการก้าวล่วงละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนทั้งกับผู้เสียหายซึ่งอาจได้รับความคุ้มครองไม่เพียงพอจากกฎหมาย  หรือฝ่ายผู้ต้องหาซึ่งอาจจะได้รับผลกระทบจากการถูกลงโทษหรือการปฏิบัติจากเจ้าหน้าที่โดยไม่เป็นธรรม
การบริหารรัฐกิจ (Public Administration) ศึกษาในเรื่องระบบ วิธี รูปแบบในการบริหารงานภาครัฐที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาอาชญากรรม ในแง่ที่ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาอาชญากรรม ไม่ว่าจะเป็น ตำรวจ อัยการ ศาล ราชทัณฑ์ คุมประพฤติ ล้วนเป็นหน่วยงานภาครัฐทั้งสิ้น อย่างไรก็ดีในปัจจุบันเป็นที่ยอมรับแล้วว่าลักษณะการบริหารงานหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมดังกล่าวมีลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างจากการบริหารรัฐกิจทั่วไป ยกตัวอย่างเช่น ผลผลิตของหน่วยงานหนึ่งจะกลายเป็นภาระงานของอีกหน่วยงานหนึ่ง (ตำรวจจับต้องส่งศาล ศาลพิพากษาแล้วส่งราชทัณฑ์ เพราะเป็นการบริหารในกระบวนการที่มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน) หรือในแง่ของปัญหาอาชญากรรมมีมิติอื่นซึ่งนอกเหนือไปจากประสิทธิภาพหน่วยงานภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความเกี่ยวข้องกับปัญหาสังคมอื่นๆ หรือปัญหาพฤติกรรมเบี่ยงเบนของมนุษย์  ในประเทศที่พัฒนาแล้วแทบทุกประเทศจึงมีการแยกศึกษาวิชาการบริหารงานยุติธรรมเป็นการเฉพาะ  ซึ่งมีขอบเขตการศึกษานอกเหนือไปจากวิชาการบริหารรัฐกิจ แต่อาจจะมีการใช้หลักการในการบริหารรัฐกิจมาปรับใช้ในการศึกษาทางการบริหารงานยุติธรรมบ้างในฐานะที่เป็นการบริหารงานหน่วยงานภาครัฐ
รัฐศาสตร์ ศึกษาในเรื่องขององค์กรและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการตัดสินใจในการกำหนดนโยบายสาธารณะ ต่างๆ (Public Policy) และดุลยของอำนาจในภาคส่วนต่างๆ ของสังคม ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาอาชญากรรมในแง่ที่ว่านโยบายการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมเป็นนโยบายสาธารณะอย่างหนึ่ง ที่การกำหนดนโยบายและการปฏิบัติจะต้องมีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการทางการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
Social Policy (นโยบายสังคม) ศึกษาในเรื่องของปัญหาสังคมต่างๆ เพื่อนำมากำหนดแนวทางและนโยบายในการแก้ไขปัญหาสังคมที่ถูกต้อง ในแง่ที่ว่าการปัญหาอาชญากรรมเป็นปัญหาสังคมอย่างหนึ่งและยังเกี่ยวข้องกับปัญหาสังคมในเรื่องอื่นๆ อีก เช่น ความยากจน ปัญหาเด็กถูกทอดทิ้ง ปัญหาสุขภาพจิต ก็ล้วนแต่เป็นสาเหตุของปัญหาอาชญากรรมได้ทั้งสิ้น ในการแก้ปัญหาอาชญากรรมจึงต้องมีมิติทางสังคมเข้าไปเกี่ยวข้อง

แล้ววิชา Criminal Justice ล่ะอยู่ตรงไหน วิชา Criminal Justice เป็นวิชาที่ศึกษาเกี่ยวการวางระบบ วิธีการ และแนวทางในการแก้ปัญหาอาชญากรรม รวมถึงการนำนโยบายแนวทางดังกล่าวไปปรับใช้สู่การปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้นวิชา Criminal Justice จึงมีความเกี่ยวพันกับการศึกษาสาขาวิชาต่างๆ ที่กล่าวถึงข้างต้นทั้งสิ้น ทั้งในแง่ของความเชื่อมโยงของระบบงานยุติธรรมกับสาเหตุของปัญหาอาชญารวมไปถึงระบบกฎหมายและการให้เป็นธรรมแก่ประชาชน ความเชื่อมโยงของปัญหาอาชญากรรมกับปัญหาอื่นๆ การบริหารองค์กรและโครงการต่างๆ และการกำหนดนโยบายต่างๆ และที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของความเชื่องโยงของหน่วยงานต่างๆ ในกระบวนการยุติธรรม
วิชา Criminal Justice มีขอบข่ายการศึกษาที่กว้างมาก ซึ่งหมายรวมถึงกระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ต้นทางคือการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม จนถึงปลายทางคือการบำบัดฟื้นฟูผู้กระทำผิดให้กลับสู่สังคม พอจะสรุปหัวข้อหลักๆ ในการศึกษาได้ดังนี้
-   การป้องกันอาชญากรรมและการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งหมายรวมถึง งานด้านชุมชนสัมพันธ์ การวางระบบการรักษาความปลอดภัย ระบบงานสายตรวจ แนวทางการปฏิบัติในการปราบปรามจับกุมอาชญากรรม การศึกษาเรื่องการบังคับใช้กฎหมายที่มีโทษทางอาญาต่างๆ (Law Enforcement)
-   กระบวนการนำคดีขึ้นสู่ศาล ซึ่งหมายรวมถึง การวางระบบงานการพิจารณาคดี การให้ความช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม การสงเคราะห์คุ้มครองเหยื่อหรือผู้ต้องหา การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท โดยจะมีความแตกต่างกับวิชากฎหมายในแง่ที่วิชากฎหมายจะศึกษาในเรื่องของพยานหลักฐานและวิธีการพิจารณาคดี แต่ในวิชาการบริหารงานยุติธรรมจะศึกษาในเรื่องของการวางระบบงานและการบริหารงาน (ง่ายๆ คือกฎหมายศึกษาเรื่องหลักเกณฑ์ ส่วนบริหารงานยุติธรรมศึกษาเรื่องการวางระบบงาน การบริหารองค์กร)
-ทางเลี่ยงกระบวนการยุติธรรม(Diversion)มาจากแนวคิดเรื่องการนำคดีสู่ศาลและการนำคนไปจำคุกก่อให้เกิดผลเสียหลายอย่าง เช่น เป็นการทำให้โจรน้อยกลายเป็นโจรใหญ่, สิ้นเปลืองทรัพยากร, กระบวนการยุติธรรมแก้ปัญหาอาชญากรรมไม่ได้ในหลายกรณี ฯลฯ จึงมีแนวความคิดว่าควรมีทางเลี่ยงการนำคนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่างๆ เช่น การรอการลงโทษ, การชะลอฟ้อง, กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์( Restorative Justice), การพิพากษาโดยให้ทำงานบริการสังคมหรือชุมชนบำบัด(Community Sentencing) การลดวันต้องโทษ  เป็นต้น
-การลงโทษผู้กระทำผิดและการบำบัดฟื้นฟู ซึ่งหมายถึงการหาวิธีการลงโทษหรือการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้กลับมากระทำผิดอีก   รวมถึงการนำคนที่อยู่ในระบบอยู่แล้วออกนอกระบบเพื่อหวังผลในการบำบัดฟื้นฟูที่ดีขึ้น เช่น การคุมประพฤติ ระบบงานเรือนจำ การลดวันต้องโทษ การพักการลงโทษ วิธีการควบคุมสมัยใหม่( เช่น การควบคุมทางเครื่องมือ electronic) วิธีการบำบัดฟื้นฟูต่างๆ
-การบริหารองค์กรในกระบวนการยุติธรรม เช่น การบริการงานตำรวจ การบริหารงานสอบสวน การบริหารศาล การบริหารงานราชทัณฑ์
-กระบวนการยุติธรรมพิเศษ คือการศึกษารูปแบบกระบวนการยุติธรรมที่มีลักษณะเฉพาะสำหรับกลุ่มผู้กระทำผิดที่มีลักษณะแตกต่างกับบุคคลทั่วไป เช่น กระบวนการยุติธรรมเด็กและเยาวชน( Youth Justice) กระบวนการยุติธรรมสำหรับผู้ป่วยทางจิต เป็นต้น
-การศึกษานโยบายในการแก้ปัญหาอาชญากรรม รวมถึงการการศึกษาปัญหาสังคมต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับปัญหาอาชญากรรม ที่สำคัญๆ เช่น การแปรรูปงานในกระบวนการยุติธรรมให้เอกชน(Privatization) การศึกษาเรื่องสังคมแปลกแยก (Social Exclusion) การศึกษาเรื่องประชากรศาสตร์กับแนวโน้มอาชญากรรม, การทำแผนที่อาชญากรรม (Crime Mapping) เป็นต้น
ในประเทศที่พัฒนาแล้วจะมีการแยกศึกษาวิชา Criminology และ Criminal Justice เป็นการเฉพาะตั้งแต่ระดับปริญญาตรีถึงปริญญาเอก รวมถึงการทำวิจัยเพื่อต่อยอดองค์ความรู้ที่เรียกว่าการศึกษาที่สูงกว่าปริญญาเอก (Post Doctoral) (แต่ในหลายมหาวิทยาลัยจะรวมการศึกษาด้าน Criminology และ Criminal Justice เข้าด้วยกัน) โดยส่วนใหญ่จะแล้วจะเป็นสาขาวิชาอยู่ในคณะสังคมศาสตร์หรือไม่ก็คณะกฎหมาย ปริญญาที่ได้รับก็อาจเป็นได้ทั้งปริญญาทางกฎหมาย (เช่น LLM LLD) หรือทางศิลปศาสตร์ (เช่น MA, PhD) ในประเทศอังกฤษแล้วมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ที่มีการเปิดสอนวิชากฎหมายกับสังคมศาสตร์ก็จะมีการเปิดสอน Criminal Justice ด้วย
สำหรับในประเทศไทยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษา (ปริญญาโท) หรืออาจไม่ได้เป็นการสอนโดยตรงแต่เป็นวิชาของอยู่ในคณะกฎหมาย สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ บริหารรัฐกิจ
มหาวิทยาลัยที่เปิดสอนวิชาด้านนี้เป็นการเฉพาะในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก เช่น ธรรมศาสตร์, มหิดล, เกษตรศาสตร์, สวนดุสิต ฯลฯ
และเริ่มมีการเปิดสอนในระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในคณะรัฐศาสตร์
เรื่องแนะนำวิชาเอาแค่นี่พอก่อน มากกว่านี้เดี๋ยวจะกลายเป็นหนังสือการบริหารงานยุติธรรมเบื้องต้น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 15, 2007, 04:49:08 โดย chavanut » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
chavanut
Moderator
jaidee5
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 964



Re: แนะนำวิชา Criminal Justice ใน Kent
« ตอบ #1 เมื่อ: สิงหาคม 14, 2007, 20:31:00 »

โอกาสที่ได้รับจากการศึกษา 
ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่ศึกษาด้านนี้จะเข้าทำงานในหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมหรือสถาบันการศึกษาซึ่งอาจจะถูกมองว่ามีโอกาสทางอาชีพด้วยกว่าสาขาวิชาทางกฎหมายอื่นๆ ที่มีช่องทางในการในการประกอบอาชีพภาคเอกชนที่อาจได้รับเงินเดือนสูงกว่า  แต่ในความเป็นจริงแล้วการศึกษาวิชาด้านการบริหารงานยุติธรรมก็เป็นสาขาวิชาหนึ่งที่เปิดโอกาสทางอาชีพไม่ด้อยกว่าสาขาสังคมศาสตร์ต่างๆ เลย ยกตัวอย่างเช่น
-ปัจจุบันในประเทศไทยข้าราชการในกระบวนการยุติธรรมสนใจศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกด้านนี้กันมาก และมีความต้องการในการเปิดหลักสูตรภาคพิเศษในสาขาวิชาดังกล่าวในหลายมหาวิทยาลัย ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชานี้ยังมีน้อย จึงเป็นโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญทางการบริหารงานยุติธรรมสามารถสร้างรายได้จากการสอนหนังสือโดยเฉพาะหลักสูตรภาคพิเศษและงานวิจัยในสถาบันการศึกษาต่างๆ ซึ่งอาจมีรายได้มากกว่าการเป็นพนักงานในบริษัทกฎหมายเสียอีก
-สาขาบริหารงานยุติธรรมในบาง field ก็เป็นที่ต้องการของภาคเอกชน เช่น สาขาการบริหารจัดการความปลอดภัยในบริษัทรักษาความปลอดภัยต่างๆ หรือสาขาที่เกี่ยวข้องกับการบริหารข้อมูล เช่น crime mapping
-บุคลากรด้านการบริหารงานยุติธรรมกำลังเป็นที่ต้องการขององค์กรระหว่างประเทศต่างๆ เช่น Interpol, UNICEF, UN ซึ่งเกี่ยวข้องกับการอำนวยความยุติธรรมระหว่างประเทศ การสงเคราะห์ฟื้นฟูผู้ด้อยโอกาส
-แม้แต่ในหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมเอง เช่น อัยการ หรือศาล ก็มีระดับรายได้ที่สูงมาก  เพียงแต่จะต้องเลือกด้าน LLM และต้องสอบแข่งขันเพื่อเข้ารับราชการ
-หรือการเข้ารับราชการในหน่วยงานอื่นในกระบวนการยุติธรรม ส่วนตัวผู้เขียนเองปัจจุบันเป็นนักวิชาการยุติธรรม สังกัดสถาบันวิจัยและพัฒนากระบวนการยุติธรรม ก็ไม่พบว่าเงินเดือนข้าราชการไม่พอยาไส้แต่อย่างใด งานราชการนั้นเป็นงานที่มีความมั่นคงและมีการกำหนดระดับเงินเดือนที่เพียงพอกับค่าครองชีพ โดยมีการไต่ระดับเงินเดือนอย่างต่อเนื่องในทำนองที่ว่ายิ่งอาวุโสยิ่งมีรายได้มาก โดยมีการคำนวณระดับเงินเดือนที่เหมาะสมจาก กพ. ไว้แล้ว หากเปรียบเทียบกับผู้ที่รับราชการกับคนทำงานภาคเอกชนประมาณ 20 ปี แล้ว ก็ไม่พบว่าความเป็นอยู่ของข้าราชการจะด้อยกว่าภาคเอกชนแต่อย่างใด ในขณะที่มีงานที่มั่นคงกว่าและมีสวัสดิการต่างๆ ที่ดีกว่า
วิชาการบริหารงานยุติธรรมอาจจะไม่เปิดโอกาสในกว้างอย่างเช่นการศึกษาวิชากฎหมาย แต่ก็เป็นช่องแคบที่มีคนแข่งขันน้อย ต่างกับวิชากฎหมายซึ่งเป็นช่องกว้างแต่คนแข่งขันมาก ในแง่โอกาสประสบความสำเร็จสาขาการบริหารงานยุติธรรมก็อาจจะดีกว่า
อย่างไรก็ดีการเรียนวิชาการบริหารงานยุติธรรมนั้นจะเหมาะกับผู้ที่สนใจทำงานเป็นบุคลากรในกระบวนการยุติธรรมหรือบุคลากรทางการศึกษา มากว่าบุคลากรในภาคเอกชน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
chavanut
Moderator
jaidee5
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 964



Re: แนะนำวิชา Criminal Justice ใน Kent
« ตอบ #2 เมื่อ: สิงหาคม 14, 2007, 20:33:00 »

การเลือกสถาบันเข้าศึกษา
 เป็นที่ทราบว่าสาขาการบริหารงานยุติธรรมในต่างประเทศนั้นมีการพัฒนาไปไกลกว่าประเทศเรามาก ทั้งระบบกฎหมายและระบบงานยุติธรรมต่างๆ เราก็ลอกแบบเขามา ดังนั้นหากมีโอกาสได้มาศึกษาด้าน Criminal Justice ในต่างประเทศจึงถือเป็นโอกาสอันดี
ประเทศที่ถือว่าเป็นผู้นำในด้านการบริหารงานยุติธรรมได้แก่ USA, UK, Australia และประเทศในแถบ Scandinavia ในด้านการบำบัดฟื้นฟูและเรือนจำ
ในการเลือกสถาบันการศึกษา การจะระบุว่าสถาบันใดมีชื่อเสียงกว่ากันค่อนข้างยาก เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีคณะการบริหารงานยุติธรรมเป็นการเฉพาะ แต่จะเป็นสาขาวิชาในคณะกฎหมายหรือคณะสังคมศาสตร์ ซึ่งตัวชี้วัดต่างๆ เช่น Ranking ของหนังสือพิมพ์ หรือการประเมินคุณภาพงานวิจัย ก็จะชี้วัดในวิชาหลักๆ ดังกล่าว ไม่มีการชี้วัดเรื่อง Criminal Justice เป็นการเฉพาะแต่อย่างใด
ยกตัวอย่างเช่นมหาวิทยาลัย A เปิดสอนวิชา Criminology และ Criminal Justice ในคณะกฎหมาย คณะกฎหมายอาจจะได้รับการประเมินและ Ranking ในระดับ top แต่ปรากฏว่าได้รับการประเมินจากการเรียนการสอนในด้านกฎหมาย และมีอาจารย์ด้านการบริหารงานยุติธรรมอยู่ไม่กี่คน คุณภาพการเรียนการสอนด้านการบริหารงานยุติธรรมอาจไม่ดีก็ได้
ข้อแนะนำในการเลือกมหาวิทยาลัยสำหรับผู้ที่จะมาศึกษาต่อด้านนี้ในต่างประเทศ อาจใช้ตัวชี้วัดเหล่านี้ประกอบการพิจารณาได้
1.   การมี Centre หรือ Institution ในสาขา Criminology หรือ Criminal Justice เป็นการเฉพาะอยู่ในมหาวิทยาลัย ซึ่งแสดงว่ามหาวิทยาลัยดังกล่าวให้ความสำคัญกับวิชาการด้านอาชญากรรม
2.   จำนวนบุคลากรทั้งอาจารย์และนักวิจัยด้าน Criminology หรือ Criminal Justice ในคณะที่เปิดสอน เป็นตัวชี้ให้เห็นว่ามหาวิทยาลัยให้ความสำคัญด้านนี้ และการมีอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญหลากหลายจะช่วยส่งเสริมความรู้ให้ตรงความต้องการของนักศึกษามากขึ้น  ในส่วนนักวิจัยนั้นหากมีมากแสดงว่าสถาบันได้รับยอมรับในทางวิชาการจนมีนักวิจัยจำนวนมากเข้าไปร่วมงานด้วย
3.   คุณภาพของอาจารย์ซึ่งอาจจะดูได้จากงานเขียนที่มีการตีพิมพ์ หรือผลงานเคยทำวิจัยให้หน่วยงาน องค์กรต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่มหาวิทยาลัยจะให้รายละเอียดไว้ใน website ของมหาวิทยาลัย หรืออาจจะนำชื่อของอาจารย์ที่เราสนใจไปค้นใน Google Scholar ก็อาจจะช่วยได้ในระดับหนึ่ง
4.   ที่สำคัญที่สุดคือวิชาที่เปิดสอนตรงกับความต้องการของเราหรือไม่ อย่าลืมว่าการจบจากสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงนั้นสู้คนที่มีความรู้ที่แท้จริงไม่ได้ เพราะเวลาการทำงานนั้นเขานับกันที่ผลงานในขณะที่ชื่อเสียงของสถาบันอาจใช้ได้บ้างกับนายจ้างบางคนตอนเข้างานเท่านั้น การเรียนให้ได้ความรู้ตรงกับที่ต้องการจึงสำคัญกว่า วิชาการบริหารงานยุติธรรมเป็นวิชาที่มีขอบเขตกว้างมาก ดังนั้นนักศึกษาควรจะตั้งเป้าให้ชัดว่าจะมาศึกษาเรื่องอะไร เพื่อนำไปใช้ประโยชน์อะไร เช่น หากต้องการไปทำงานในหน่วยงานที่เกี่ยวกับการช่วยเหลือเด็ก เช่น UNICEF ก็ควรจะเน้นเรียนเรื่อง Youth Justice กับการสงเคราะห์ฟื้นฟู และเหยื่อ หรืออาจจะมีการศึกษาด้านมานุษยวิทยา(Anthropology)ประกอบ เป็นพิเศษเป็นต้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
chavanut
Moderator
jaidee5
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 964



Re: แนะนำวิชา Criminal Justice ใน Kent
« ตอบ #3 เมื่อ: สิงหาคม 14, 2007, 20:35:06 »

ทำไมมา Kent
University of Kent เป็นมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งซึ่งถือว่าน่าแนะนำให้มาเรียนด้าน Criminology และ Criminal Justice ด้วยเหตุผลต่างๆ ดังนี้
1.   วิชา Criminal Justice ใน University of Kent เป็นหลักสูตรร่วมของคณะสังคมศาสตร์ (School of Social Policy, Sociology, and Social Research) และคณะกฎหมาย (Kent Law School) ซึ่งเปิดโอกาสทางเลือกให้กับนักศึกษาทั้งที่ต้องการในเชิงทฤษฎีและปัญหาสังคมสามารถเลือกเรียนเพื่อรับปริญญา BA MA หรือ PhD หรือนักศึกษาที่สนใจศึกษาในเชิงระบบและตัวบทกฎหมายสามารถเลือกเรียนเพื่อรับปริญญา LLM หรือ LLD ตามความต้องการของนักศึกษา อีกทั้งยังสามารถเลือกเรียนวิชาของทั้งสองคณะมาประกอบกันได้อีกด้วย เรียกได้ว่าสนองตอบความต้องการทั้งปริญญาที่ต้องการและความรู้ที่ได้รับ
2.   ชื่อเสียงทางวิชาการของ Kent ในด้าน Social Policy นั้น ถือเป็นมหาวิทยาลัยชั้นแนวหน้า(ระดับ Top)ของสหราชอาณาจักร จากผลการประเมินของ REA (Research Exercise Assessment เป็นหน่วยงานประเมินผลการวัดระดับงานวิจัยของอังกฤษ เพื่อใช้ในการจัดสรรงบสนับสนุนการวิจัยให้สถาบันศึกษาต่างๆ ในการดูว่าวิชาการที่ไหนแข็งกว่าใช้เป็นตัววัดที่น่าเชื่อถือทีเดียว)  ครั้งล่าสุดเมื่อปี 2001 ได้รับการประเมินในระดับสูงสุด(top rate)คือ 5* โดยในปี 2006 มีการปรับระดับตามกฎการประเมินใหม่เป็นระดับ 6* ซึ่งมีเพียง Kent และ London School of Economy (LSE) เพียงสองแห่งเท่านั้น ที่ได้รับการประเมินในระดับนี้ เหนือกว่ามหาวิทยาระดับโลกอย่าง Cambridge หรือ Oxford ในส่วนวิชาการทางกฎหมาย Kent ก็ได้รับการประเมินในระดับยอดเยี่ยม (excellent rate) คือระดับ 5 ซึ่งถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำในด้านกฎหมายของสหราชอาณาจักรทีเดียว การมาเรียน Criminal Justice ที่ Kent ไม่ว่าจะเป็น MA หรือ LLM ก็ไม่น้อยหน้ากว่ามหาวิทยาลัยอื่นแต่อย่างใด
รายละเอียดดู http://www.hero.ac.uk/rae/ และhttp://www.hero.ac.uk/rae/rae_dynamic.cfm?myURL=http://195.194.167.103/Results/openInst.asp
3.   มีบุคลากรทางการศึกษาซึ่งเป็นนักวิชาการระดับแนวหน้าทั้งในด้านวิชากฎหมายและอาชญากรรมจำนวนมาก และมีความเชี่ยวชาญที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Professor Chris Hale ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาด้านอาชญากรรมและกระบวนการยุติธรรม(Crime and Justice Centre)และผู้อำนวยการคณะสังคมศาสตร์ของ Kent ซึ่งถือเป็นผู้เชี่ยวชาญชั้นแนวหน้าในด้านการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณและนโยบายด้านการแก้ปัญหาอาชญากรรม, Professor Steve Uglow ผู้เชี่ยวชาญชั้นแนวหน้าในด้านกฎหมายพยานหลักฐานและระบบงานยุติธรรม, Professor Jock Young ซึ่งเป็นนักวิชาการระดับประเทศในด้านทฤษฎีความแปลกแยกทางสังคมและทฤษฎีทางอาชญาวิทยา, , Mike Presdee ผู้เชี่ยวชาญด้าน Cultural Criminology (ลักษณะทางวัฒนธรรมอาชญากรรมของกลุ่มคน ทั้งวัฒนธรรมย่อยของอาชญากร และผู้เกี่ยวข้องกับการควบคุมป้องกันอาชญากรรม) Dr Keith Hayward ผู้เชี่ยวชาญด้านสังคมวิทยากับอาชญากรรม เป็นเจ้าของผลงานทางวิชาการจำนวนมากในเรื่องของสังคมเมืองกับอาชญากรรม อาชญากรรมในเด็กและเยาวชน ทฤษฎีประชาชน การก่อการร้าย Dr. Jayne Mooney ผู้เชี่ยวชาญชั้นแนวหน้าในระดับนานาชาติด้านความรุนแรงในครอบครัว และด้านอาชญากรรมทางเพศ Dr Majid Yar ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญากรรมทางอิเลคทรอนิค การจัดการความปลอดภัย และอาชญากรรมกับความแตกต่างในเชิงประกร, Leo Cheliotis ผู้เชี่ยวชาญด้านทัณฑ์วิทยา(การลงโทษผู้กระทำผิด) และการบำบัดฟื้นฟูผู้กระทำผิด แนวคิดด้านการบริหารจัดการสมัยใหม่ และการบริหารความเสี่ยงในกระบวยการยุติธรรม  และท่านอื่นๆ อีกหลายท่านซึ่งไม่สามารถกล่าวถึงได้หมด
4.   เนื่องจากคณะสังคมศาสตร์ของ Kent เป็นคณะที่เด่นในด้านงานวิจัย และมีผู้เชี่ยวชาญในด้านงานวิจัยอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งมีความหลากหลายในด้านความเชี่ยวชาญของระเบียบวิธีวิจัยต่างๆ แทบจะกล่าวได้ว่ามีผู้เชี่ยวชาญในแทบทุกระเบียบวิจัยสมัยใหม่ทางสังคมศาสตร์ที่จะสามารถให้คำปรึกษาในการทำวิจัยกับนักศึกษาได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักศึกษาทางด้านการวิจัย (research student ซึ่งหมายถึงระดับ Mphil หรือ PhD)
5.   University of Kent มีการจัด Common Study Programme of Criminology ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาระหว่างมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั้งใน UK, Europe และ USA ซึ่งเป็นโครงการที่มีการจัดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญด้าน International knowledge และยังมี Crime and Justice Centre ซึ่งเป็นสถาบันทางวิชาการด้านนี้โดยเฉพาะ และยังมีความร่วมมือกับหน่วยงานและส่วนราชการในกระบวนการยุติธรรมอีกด้วย
6.   Law School ของ Kent ติดอันดับมหาวิทยาลัยที่มี Online Resources ยอดเยี่ยม ซึ่งสามารถอำนวยความสะดวกให้กับนักศึกษาวิชากฎหมายได้เป็นอย่างดี 
7.   ปัจจุบันมีศิษย์เก่าของ Kent จำนวนมากซึ่งกำลังสร้างชื่อเสียงในวงการการศึกษาและราชการของประเทศไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านกฎหมายและการบริหารงานยุติธรรม
8.   University of Kent ไม่มีนโยบายการตั้งกำแพงคุณสมบัติการรับเข้าศึกษา เพื่อเปิดโอกาสกว้างให้กับนักศึกษาทั่วโลกในการเข้ามาเรียน โดยจะวัดผลที่การศึกษาจริงเป็นหลัก มากกว่าภูมิหลังทางการศึกษาของนักศึกษา (เป็นสาเหตุหนึ่งที่ได้รับการ Ranking จากหนังสือพิมพ์ไม่สูงมาก) ทำให้นักศึกษาที่มี GPA (ไม่ถึง 3.0) และระดับภาษาอังกฤษ (IELTS 6.5)ไม่สูงมากนัก สามารถเข้าศึกษาที่ Kent ได้  รวมถึงยังมีหลักสูตรภาษาอังกฤษทั้งแบบ 12 สัปดาห์(สำหรับ IELTS 5.5) และ 6 สัปดาห์ (สำหรับ IELTS 6.0) เพื่อช่วยนักศึกษาที่คะแนนภาษาอังกฤษไม่ถึงเกณฑ์ได้เข้าเรียน   
9.   เมือง Canterbury เป็นเมืองที่น่าอยู่เป็นอย่างยิ่งในด้านความสงบและความปลอดภัย มีบรรยากาศที่เหมาะกับการศึกษา (แต่สำหรับท่านที่ชอบความบันเทิงอาจจะรู้สึกเหงาๆ บ้าง)

University of Kent เป็นมหาวิทยาลัยที่ยอดเยี่ยมทั้งทางด้านวิชาการ ศิษย์เก่า และความเป็นอยู่ แล้วทำไมจะไม่เลือกมา Kent
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 15, 2007, 04:53:46 โดย chavanut » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
chavanut
Moderator
jaidee5
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 964



Re: แนะนำวิชา Criminal Justice ใน Kent
« ตอบ #4 เมื่อ: สิงหาคม 14, 2007, 20:36:35 »

แนะนำหลักสูตร MA in Criminology and LLM in Criminal Justice

ดังที่กล่าวมาแล้วการเรียนด้าน Criminal Justice ที่ Kent จะเป็นหลักสูตรร่วมระหว่างคณะสังคมศาสตร์ (School of Social Policy, Sociology, and Social Research) และคณะกฎหมาย (Kent Law School) นักศึกษาที่เลือกเรียน Criminal Justice ที่ Kent จึงสามารถเลือกลงทะเบียนได้ทั้งหลักสูตรของคณะกฎหมายและสังคมศาสตร์ ดังนี้

MA in Criminology (คณะสังคมศาสตร์)
•   Crime and Criminal Justice in Europe เป็นวิชาเกี่ยวกับสถานการณ์อาชญากรรมและระบบงานยุติธรรมในประเทศยุโรป เหมาะสำหรับผู้สนใจศึกษาระบบงานยุติธรรมเปรียบเทียบ และงานยุติธรรมในฐานะที่เป็นเรื่องระหว่างประเทศอย่างหนึ่ง (International Affairs)
•   Crime, Media and Culture เป็นวิชาเกี่ยวกับอิทธิพลของสื่อกับอาชญากรรม และลักษณะเฉพาะของกลุ่มคนรวมถึงปัจจัยทางวัฒนธรรมกับอาชญากรรม เหมาะสำหรับผู้สนใจด้านนี้
•   Critical Criminology เป็นวิชาเกี่ยวกับการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องความเชื่อมโยงของสาเหตุของอาชญากรรม การศึกษาเรื่องอาชญากรรม และการวางระบบงานยุติธรรมว่าสอดคล้องกับปัญหาอาชญากรรมอย่างไร โดยจะเน้นที่การวิเคราะห์การนำระบบงานยุติธรรมไปใช้ว่าสอดคล้องกับการแก้ปัญหาอาชญากรรม หรือไม่ อย่างไร มากกว่าการอธิบายสาเหตุของพฤติกรรมเบี่ยงเบน ซึ่งจะมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงผลกระทบด้านต่างๆ ในวงกว้างซึ่งอาจหมายรวมถึง ประเด็นทางสิทธิมนุษยชน ความเป็นธรรมทางสังคม การเยียวยาผู้ต้องโทษ เหมาะสำหรับผู้สนใจศึกษาข้อดีข้อเสียของระบบงานยุติธรรมต่างๆ ในมุมมองที่กว้างกว่าเรื่องประสิทธิภาพของกระบวนการยุติธรรม
•   Current Problems in Sociology เป็นวิชาเกี่ยวกับสภาพสังคมและปัญหาสังคมในปัจจุบัน ไม่ได้เป็นวิชาทางด้านอาชญาวิทยาโดยตรง แต่สามารถนำมาปรับใช้สำหรับในแง่ของความเชื่อมโยงของปัญหาอาชญากรรมกับปัญหาสังคม เหมาะสมสำหรับผู้สนใจศึกษาอาชญากรรมในแง่ที่ว่าอาชญากรรมเป็นปัญหาสังคมอย่างหนึ่งและยังเกี่ยวข้องกับปัญหาสังคมในเรื่องอื่นๆ
•   History of Crime and Punishment เป็นวิชาเกี่ยวกับประวัติการลงโทษและวิวัฒนาการและการพัฒนาการลงโทษ เหมาะสำหรับผู้สนใจงานราชทัณฑ์
•   Introduction to the Criminal Justice System เป็นหลักสูตรของคณะกฎหมาย แนะนำไว้ใน LLM in Criminal Justice เป็นวิชาพื้นฐานที่แนะนำให้ผู้สนใจศึกษาอาชญากรรมในแง่ของระบบงานและบทกฎหมายควรจะต้องเลือกเรียน และเป็นวิชาบังคับสำหรับ LLM in Criminal Justice
•   Issues in Criminal Law เป็นหลักสูตรของคณะกฎหมาย แนะนำไว้ใน LLM in Criminal Justice เหมาะสำหรับผู้สนใจศึกษาอาชญากรรมในแง่ของระบบงานและบทกฎหมาย
•   Gender, Crime and Punishment เป็นวิชาเกี่ยวกับแนวคิดเรื่องเพศหญิงกับความเปลี่ยนแปลงทางสังคม (Feminism) จะเน้นศึกษาเกี่ยวกับเรื่องความแตกต่างทางเพศกับอาชญากรรมและปัญหาของสตรีในกระบวนการยุติธรรม เช่น ปัญหาพยานหลักฐานในการดำเนินคดีที่ผู้หญิงเป็นเหยื่อ ปัญหาผู้หญิงกระทำผิดมากขึ้น การช่วยเหลือคุ้มครองเพศหญิง เป็นวิชาที่เป็นที่นิยมในหมู่นักบริหารงายุติธรรมที่เป็นสตรี
•   Patterns of Extreme Violence เป็นวิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับอาชญากรรมเกี่ยวกับชีวิตร่างกายที่มีความรุนแรง เช่น ฆ่าคนตาย จี้ปล้น ข่มขืน เหมาะสำหรับผู้สนใจด้านนี้
•   Penology เป็นวิชาที่ศึกษาเกี่ยวทฤษฎีการลงโทษ บทบาทของการลงโทษต่อการควบคุมอาชญากรรม และผลกระทบของการลงโทษต่ออาชญากรและสังคม เหมาะสำหรับผู้สนใจงานราชทัณฑ์
•   Policing เป็นวิชาของคณะกฎหมาย แนะนำไว้ใน LLM in Criminal Justice เหมาะสำหรับผู้สนใจในวิชาชีพตำรวจและการพัฒนางานตำรวจในแง่ที่เป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในกระบวนการยุติธรรม
•   Social Exclusion and Late Modernity เป็นวิชาที่ศึกษาเรื่องปัญหาสังคมในปัจจุบัน โดยจะเน้นที่ความเปลี่ยนแปลงทางสังคมและปัญหาสังคมแปลกแยก(สังคมที่สร้างความแตกต่างในกลุ่มคน โดยจะมีคนกลุ่มหนึ่งเป็นกลุ่มที่ด้อยโอกาสและก่อปัญหาต่างๆ เช่น ความรุนแรง อาชญากรรม ความยากจนฯลฯ) ซึ่งเป็นวิชาที่กำลังเป็นที่สนใจในการนำไปประยุกต์ใช้ในการกำหนดนโยบายการแก้ปัญหาสังคมในปัจจุบัน เป็นวิชาที่กำลังได้รับความนิยมในอังกฤษและอเมริกา
•   Sociology of Identity and Globalisation เป็นวิชาทางสังคมศาสตร์ Identity ทางสังคมศาสตร์หมายถึงความเชื่อที่ว่าบุคคลในสังคมจะมีการรวมกลุ่มและแบ่งกลุ่มหรือมีลักษณะเฉพาะตัวของแต่ละกลุ่ม เช่น กลุ่มเชื้อชาติ กลุ่มอาชีพ กลุ่มวัฒนธรรมย่อย กลุ่มชาติพันธุ์ ฯลฯ ส่วน Globalisation เป็นเรื่องเกี่ยวกับกระบวนการสังคมโลกรวมเป็นหนึ่ง หรือสรุปง่ายคือการวิชาเกี่ยวกับการแบ่งแยกของกลุ่มคนในสังคมในภาวะของ Globalisation
•   Sociology of Risk เป็นวิชาทางสังคมศาสตร์เกี่ยวกับเรื่องปัญหาต่างๆ ซึ่งอาจจะรุนแรงเกินอำนาจควบคุมของมนุษย์ในอนาคต เช่น ปัญหาโลกร้อน อาวุธนิวเคลียร์ ปัญหาเรื่องสมดุลทางห่วงโซ่อาหาร การขยายตัวของการก่อการร้ายและอาชญากรรม ฯลฯ
•   Sociology of Violence เป็นวิชาทางสังคมศาสตร์ที่เกี่ยวกับเรื่องความรุนแรงทางสังคม
•   Terrorism and Modern Society เป็นวิชาเกี่ยวกับทฤษฎี แนวคิดต่างๆ เกี่ยวกับปัญหาการก่อการร้าย และการขยายตัวของปัญหาการก่อการร้ายในโลกปัจจุบัน โดยจะเน้นในเรื่องของทฤษฎี และคำอธิบายในแง่ของปัญหาสังคมมากกว่าเรื่องระบบและหน่วยงานในการแก้ปัญหาการก่อการร้าย
•   Theoretical Perspectives in Sociology เป็นวิชาที่เกี่ยวกับทฤษฎีทางสังคมศาสตร์ หรือคำอธิบายปรากฏการณ์ในเรื่องปัญหาสังคมต่างๆ
•   Youth and Crime. เป็นวิชาเกี่ยวกับปัญหาอาชญากรรมในเด็กและเยาวชนที่นับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น และแนวคิดเรื่องระบบงานยุติธรรมสำหรับเด็กและเยาวชนซึ่งมีลักษณะแตกต่างจากกระบวนการยุติธรรมสายหลัก เหมาะสำหรับผู้สนใจระบบงานยุติธรรมเด็กและเยาวชน และการแก้ปัญหาการกระทำผิดของเด็ก
•   Theories of Crime and Deviance เป็นวิชาที่เกี่ยวกับการให้คำอธิบายสาเหตุของปัญหาอาชญากรรม และแนวคิดพื้นฐานในการแก้ปัญหาอาชญากรรม เป็นประโยชน์ในการนำไปเชื่อมโยงกับแนวคิดและวิธีการในการแก้ปัญหาอาชญากรรม แนะนำให้ผู้สนใจด้าน Criminology กับ Criminal Justice ทุกคนเลือกเรียน
•   Research Methods in  Criminology เป็นวิชาเกี่ยวกับระเบียบวิธีทางสังคมศาสตร์ซึ่งนำมาใช้ในงานวิจัยด้าน Criminology เพื่อนำไปใช้ในการทำวิทยานิพนธ์ (Dissertation) ซึ่งเป็นข้อบังคับตามหลักสูตร แนะนำให้ผู้สนใจศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกควรเลือกเรียน

สำหรับผู้เลือกเรียน MA in Criminology จำเป็นจะต้องลงทะเบียนวิชา Theories of Crime and Deviance และ Research Methods in Criminology และสามารถเลือกเรียนอีก 4 วิชาจากวิชาใดวิชาหนึ่งข้างต้น หรืออาจจะเลือกเรียนวิชาอื่นในภาควิชากฎหมายหรือวิชาที่เปิดสอนในคณะสังคมศาสตร์ได้ แต่จะต้องทำความตกลงกับอาจารย์ผู้ดูแลหลักสูตรก่อน

LLM in Criminal Justice (คณะกฎหมาย)
•   Introduction to the Criminal Justice System เป็นวิชาที่แนะนำระบบงานยุติธรรมในภาพรวม เพื่อปูพื้นฐานความรู้ความเข้าใจในระบบงานยุติธรรม เป็นวิชาพื้นฐานที่แนะนำให้ผู้สนใจศึกษาอาชญากรรมในแง่ของระบบงานและบทกฎหมายควรจะต้องเลือกเรียน และเป็นวิชาบังคับสำหรับ LLM in Criminal Justice
•   International Criminal Law เป็นวิชาเกี่ยวกับกฎหมายระหว่างประเทศในด้านอาญา และความร่วมมือระหว่างประเทศในการดำเนินการกับความผิดทางอาญา เหมาะสำหรับผู้สนใจงานยุติธรรมในฐานะที่เป็นเรื่องระหว่างประเทศอย่างหนึ่ง (International Affairs)
•   International Protection of Human Rights เป็นวิชาเกี่ยวกับการคุ้มครองและให้ความเป็นธรรมและสิทธิมนุษยชนในฐานะที่เป็นสิทธิพื้นฐานที่เป็นประเด็นในระดับโลก (world issues) เหมาะสำหรับผู้สนใจทำงานในองค์กรระหว่างประเทศ
•   Issues in Criminal Justice เป็นวิชาเกี่ยวกับประเด็นหัวข้อต่างๆ ของระบบงานยุติธรรมในปัจจุบันที่กำลังเป็นข้อถกเถียงและเป็นที่ให้ความสนใจ เหมาะสำหรับผู้สนใจเรื่องระบบงานยุติธรรม
•   Law of Armed Conflict หรือ Law of Wars เป็นวิชาเกี่ยวกับปัญหาความขัดแย้งเรื่องการใช้กำลังทหาร และสนธิสัญญาต่างๆ ในการสร้างสันติภาพและควบคุมการพัฒนาอาวุธร้ายแรง เหมาะสำหรับผู้สนใจทำงานในองค์กรระหว่างประเทศ
•   Military Justice เป็นวิชาเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมสำหรับทหาร ซึ่งในหลายประเทศรวมถึงประเทศไทย มีการใช้กระบวนการยุติธรรมรูปแบบพิเศษสำหรับการดำเนินคดีทหาร เหมาะสำหรับผู้สนใจปฏิบัติงานในหน่วยงานพระธรรมนูญทหาร
•   Penology แนะนำไว้แล้วใน MA in Criminology เหมาะสำหรับผู้สนใจงานราชทัณฑ์
•   Policing เป็นวิชาเกี่ยวกับวิวัฒนาการและการพัฒนาระบบงานตำรวจ ระบบงานตำรวจในปัจจุบัน การบริหารงานตำรวจ เหมาะสำหรับผู้สนใจในวิชาชีพตำรวจและการพัฒนางานตำรวจในแง่ที่เป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในกระบวนการยุติธรรม
•   Theories of Crime and Deviance แนะนำไว้แล้วใน MA in Criminology แนะนำให้ผู้สนใจด้าน Criminology กับ Criminal Justice ทุกคนเลือกเรียน
•   Research Methods in Criminal Justiceเป็นวิชาเกี่ยวกับระเบียบวิธีทางสังคมศาสตร์ซึ่งนำมาใช้ในงานวิจัยด้าน Criminal Justice เพื่อนำไปใช้ในการทำวิทยานิพนธ์ (Dissertation) ซึ่งเป็นข้อบังคับตามหลักสูตร แนะนำให้ผู้สนใจศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกควรเลือกเรียน

สำหรับผู้เลือกเรียน LLM in Criminal Justice จำเป็นจะต้องลงทะเบียนวิชา Introduction to the Criminal Justice System และ Research Methods in Criminal Justice และสามารถเลือกเรียนอีก 4 วิชาจากวิชาใดวิชาหนึ่งข้างต้น หรืออาจจะเลือกเรียนวิชาอื่นในส่วนของ MA in Criminologyได้ตามความสนใจเฉพาะตัว โดยควรจะปรึกษากับอาจารย์ผู้ดูแลหลักสูตรก่อน

นอกจากการลงทะเบียนเรียน 6 วิชาข้างต้น (บ้านนี้เรียก Module) นักศึกษาทั้ง MA in Criminology และ LLM in Criminal Justice จะต้องมีการส่งวิทยานิพนธ์ (Dissertation) ขนาดความยาว 15,000-20,000 คำ ในหัวข้อที่ตนสนใจตามความสมัครใจของนักศึกษา
ลักษณะการเรียนการสอนในแต่ละวิชาโดยทั่วไปจะแบ่งเป็นสองช่วง ช่วงแรกจะเป็นการสอนโดยอาจารย์ผู้สอนในหัวข้อที่เตรียมมาโดยจะมอบหมายให้นักศึกษาไปทำการอ่านหนังสือเตรียมความพร้อมมาก่อนเข้าเรียน และช่วงที่สองจะเป็นการ Seminar Discussion แสดงความคิดเห็นและวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นที่เรียนมาในห้องเรียน อาจมีการแยกเป็นกลุ่มหรือแสดงความคิดเห็นรวมในห้องเรียน 

การวัดผลจะวัดจากการเขียน Essay โดยเลือกจากหัวข้อใดหัวข้อหนึ่งในวิชาที่สอน ซึ่งอาจารย์จะกำหนดโจทย์มาให้ในแต่ละหัวข้อให้นักเรียนเลือก การประเมินผลจะวัดผลโดยคะแนน Essay อย่างเดียว โดยนักศึกษาที่ได้คะแนน 40 ขึ้นไป ถือว่าผ่านเกณฑ์ 50-59 ถือว่าได้คะแนนปานกลาง, 60-69 ได้คะแนนดี, และ 70 ขึ้นไปถือว่าได้คะแนนดีเยี่ยม

เมื่อรวมผลการเรียนเฉลี่ยของ 6 วิชา กับคะแนน Dissertation แล้ว นักเรียนที่ได้ 60 คะแนนขึ้นไป จะได้รับเกียรตินิยมอันดับสอง (Merit) หากได้ 70 คะแนนขึ้นไป จะได้รับเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง (Distinct) ซึ่งสามารถนำไปสมัครทุนของมหาวิทยาลัยได้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 14, 2007, 21:02:10 โดย chavanut » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
chavanut
Moderator
jaidee5
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 964



Re: แนะนำวิชา Criminal Justice ใน Kent
« ตอบ #5 เมื่อ: สิงหาคม 14, 2007, 20:39:13 »

ส่วนคำถามของน้องต้องที่ว่าเรียนที่นี่ยากหรือไม่ ขอตอบว่าไม่พบว่ามีใครตกถ้ามาเรียนด้วยความตั้งใจและไม่ติดเที่ยวติดบันเทิงเกินไป
ไม่ยากเกินความไม่สามารถ สามารถจบการศึกษาได้ทุกคน ส่วนจะได้เกียรตินิยมหรือไม่นั้น ขึ้นกับความสามารถของแต่ละคน
บรรยากาศในการเรียนไม่เคร่งเครียดจนเกินไป เพราะมีเวลาเตรียมตัวกับการทำงานส่งในช่วงปลายเทอมเท่านั้น แต่ควรจะทำงานอย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งเทอม จะทำให้ได้ผลงานที่ดีในปลายเทอม ดีกว่ามาเร่งในช่วงสุดท้าย
ถ้าสนใจจะมาเรียน LLM in Criminal Justice ที่นี่จริงๆ ก็ลองพิจารณาดู จุดเด่นของ Kent อยู่ที่การเน้นในเรื่องนโยบายและปัญหาสังคม กับการศึกษาเรื่องระเบียบวิธีวิจัย บรรยากาศการเรียนที่ไม่เคร่งเครียดเกินไป และความยืดหยุ่นในการเลือกเรียนวิชาต่างๆ ได้ตามความสนใจ

หากต้องการเน้นในเรื่อง Youth Justice จะแนะนำให้ลงทะเบียนวิชาต่อไปนี้
Introduction to the Criminal Justice System (บังคับ)
Research Methods in Criminal Justice (บังคับ)
Theories of Crime and Deviance
Issues in Criminal Justice
Youth and Crime
และ Gender, Crime and Punishment ซึ่งจะใช้เป็นยี่ห้อประจำตัวสำหรับอัยการหญิงได้

แต่ถ้าคิดว่าอาจมีโอกาสได้ทำงานด้านการต่างประเทศ เพราะจบการศึกษามาจากต่างประเทศ ก็น่าจะเปลี่ยนวิชา Theories of Crime and Deviance กับ Gender, Crime and Punishment เป็นวิชา International Protection of Human Rights กับ International Criminal Law

ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นเพียงคำแนะนำเบื้องต้นเท่านั้น ให้พิจารณาจากความสนใจของน้องเองเป็นหลักนะครับ

มีข้อสงสัยอื่นหรือรู้สึกไม่ clear ในประเด็นไหน เชิญสอบถามมาได้ครับ ยินดีให้คำตอบเสมอ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 14, 2007, 21:03:54 โดย chavanut » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Nattira
jaidee2
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 93



Re: แนะนำวิชา Criminal Justice ใน Kent
« ตอบ #6 เมื่อ: สิงหาคม 15, 2007, 04:53:25 »

เขียนได้ละเอียดดีมากกกกกก Afro
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
P e E ~ m A i ! ! !
jaidee2
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 57



Re: แนะนำวิชา Criminal Justice ใน Kent
« ตอบ #7 เมื่อ: สิงหาคม 15, 2007, 15:46:04 »

 Shocked idiot2 Cheesy
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
chavalida
jaidee1
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14


Re: แนะนำวิชา Criminal Justice ใน Kent
« ตอบ #8 เมื่อ: สิงหาคม 16, 2007, 01:31:02 »

 Cheesyขอบคุณพี่เชาว์สำหรับข้อมูลการศึกษาด้านCriminal Justice มากๆค่ะเป็นประโยชน์ต่อหลายๆคนที่กำลังจะไปเรียนต่อสาขานี้ด้วย ตั้งใจนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ต่อยอดเพื่อการศึกษา และทำวิจัยต่อไปนะคะ Afro
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
djsiripong
jaidee1
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2


Re: แนะนำวิชา Criminal Justice ใน Kent
« ตอบ #9 เมื่อ: ธันวาคม 03, 2008, 09:56:01 »

แหล่มฮ่ะพี่
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1] ขึ้นบน พิมพ์ 
« previous next »
กระโดดไป:  

หน้าแรก ชุมชนคนใจดี !!  บอร์ด ชุมชนคนใจดี !!  อัลบั้ม ชุมชนคนใจดี !!  เกมส์ ชุมชนคนใจดี !!  แชทรูม ชุมชนคนใจดี !!

Choose your language : Thai  English

JAZ Airhostess  Pre Cadet 33  Police Cadet 49  Air Cadet 40

Powered by MySQL Powered by PHP
© 2005 Modified by v Cop Thailand
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!